เว็บไซต์ Kotaku รายงานความเคลื่อนไหวล่าสุดหลังจากที่ Sony ประกาศปิดตัว Dark Outlaw Games สตูดิโอในเครือ PlayStation ที่ก่อตั้งโดย Jason Blundell อดีตหัวหน้าทีมพัฒนาโหมดซอมบี้ของ Call of Duty โดยล่าสุด Jason Blundell และ JCbackfire สตรีมเมอร์ซึ่งรับตำแหน่งนักออกแบบด่านของสตูดิโอ ได้ออกมาพูดคุยกันผ่านแพลตฟอร์ม Twitch เพื่อระบายความรู้สึกหลังทราบข่าวการปิดตัว โดย Blundell ได้กล่าวถึงโปรเจกต์ที่ถูกยกเลิกไปว่า "คุณจะต้องเสียดายสิ่งที่มันอาจจะเกิดขึ้นได้ เพราะพวกเรากำลังสร้างเกมที่โคตรจะยอดเยี่ยมอยู่"
นักพัฒนาเกมรุ่นเก๋าได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่า เขาไม่ได้มีความรู้สึกโกรธเคืองต่อ Sony แต่อย่างใด และยังยกย่องให้เป็นพันธมิตรที่ยอดเยี่ยมมาตลอดกระบวนการทำงาน แต่สาเหตุที่ทำให้ Dark Outlaw Games ต้องถูกยุบโปรเจกต์ลงนั้นเป็นผลมาจากการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ของบริษัทแม่ ซึ่งทั้ง Blundell และ JCbackfire ได้เผยถึงความรู้สึกในวินาทีที่ได้รับแจ้งข่าวร้ายนี้ว่ามันเป็นความรู้สึกที่แย่มาก
Blundell อธิบายเพิ่มเติมว่าพวกเขาต้องเคารพกฎการรักษาความลับ จึงไม่สามารถลงลึกถึงรายละเอียดทุกอย่างได้ ในขณะที่ JCbackfire กล่าวสรุปสถานการณ์ปัจจุบันสั้นๆ ว่าพวกเขาตกงานแล้ว แม้จะไม่ได้เปิดเผยว่าตัวเกมที่กำลังพัฒนานั้นเป็นเกมแนวใด แต่ JCbackfire ยืนยันข้อมูลสำคัญว่าโปรเจกต์ที่ถูกยกเลิกไปนี้ไม่ใช่เกมแนว Live service

สตูดิโอ Dark Outlaw Games เพิ่งเปิดตัวเมื่อช่วงฤดูใบไม้ผลิปีที่ผ่านมา โดย Blundell ได้รวบรวมทีมงานเพื่อพัฒนาโปรเจกต์เกมจากแฟรนไชส์ใหม่ การที่ Sony ตัดสินใจมอบเงินทุนสนับสนุนให้สตูดิโอแห่งนี้ เกิดขึ้นหลังจากโปรเจกต์ก่อนหน้าของ Blundell ที่ Deviation Games ถูกยกเลิกไปในปี 2024 ซึ่งในเวลานั้นหลายฝ่ายมองว่าเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่า Sony ยังคงเชื่อมั่นในวิสัยทัศน์ของ Blundell ในการสร้างสตูดิโอใหม่ตั้งแต่ต้น
ระหว่างการสตรีม Blundell ได้ให้ความมั่นใจกับผู้ชมว่าแม้เวลาและเป้าหมายจะเปลี่ยนไป แต่แฟนเกมจะต้องรู้สึกตื่นเต้นกับโปรเจกต์ที่พวกเขากำลังทำอยู่อย่างแน่นอน เขามองว่าการตัดสินใจของ Sony ในครั้งนี้เป็นเพียงธรรมชาติของการทำธุรกิจ ทางด้าน JCbackfire เปิดเผยว่าเขาทำงานในสายการพัฒนาเกมมาห้าปี และเวลาทั้งหมดก็หมดไปกับโปรเจกต์ที่ผู้คนจะไม่มีวันได้เห็น อย่างไรก็ตาม เขายังคงมีมุมมองที่เป็นบวกโดยระบุว่าพวกเขาล้มลงแต่ยังไม่ยอมแพ้ พร้อมพูดคุยถึงสภาพแวดล้อมที่ยากลำบากของอุตสาหกรรมเกมในยุคปัจจุบัน
ที่มา Kotaku