Zach Cregger ผู้กำกับภาพยนตร์ Resident Evil ภาคล่าสุด ออกมาเปิดใจถึงความรู้สึกหลังตัวหนังประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายทั้งในแง่คำวิจารณ์และรายได้ โดยสามารถกวาดเงินทั่วโลกไปได้ถึง 363 ล้านดอลลาร์ ต่อยอดจากหมุดหมายเดิมที่เคยทะลุ 300 ล้านดอลลาร์ จนขึ้นแท่นภาพยนตร์จากแฟรนไชส์ Resident Evil ที่ทำรายได้สูงที่สุดและได้รับคะแนนวิจารณ์ดีที่สุดตลอดกาล อีกทั้งยังครองอันดับ 9 ของภาพยนตร์ดัดแปลงจากวิดีโอเกมที่ทำเงินสูงสุดในประวัติศาสตร์บ็อกซ์ออฟฟิศโลก
ในการสัมภาษณ์ล่าสุดผู้กำกับคนดังระบุว่า เขาไม่อยากใช้คำว่าสะใจหรือตอกกลับว่าตนคิดถูกใส่กลุ่มคนที่เคยต่อต้าน แต่รู้สึกอิ่มเอมใจอย่างยิ่งที่ผลงานได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ชมส่วนใหญ่ โดยเจ้าตัวยอมรับตามตรงว่าก่อนหนังเข้าฉาย เขาอาจไร้เดียงสาเกินไปที่คิดว่าแฟนเกมจะยอมรับแนวทางใหม่ได้อย่างราบรื่น เนื่องจากแฟนๆ ส่วนใหญ่อยากเห็นการนำเรื่องราว ตัวละคร และพล็อตดั้งเดิมจากเกมมาถ่ายทอดแบบตรงไปตรงมา ซึ่งหนังของเขาไม่ได้เลือกเดินตามรอยทางนั้น
นอกจากนี้ เขายังได้สะท้อนมุมมองเกี่ยวกับวัฒนธรรมบนโลกออนไลน์ โดยชี้ว่าปัญหาใหญ่ของอินเทอร์เน็ตคือการที่ผู้คนสามารถแสดงความคิดเห็นโดยไม่ต้องเปิดเผยตัวตน หลายคนดึงดันในมุมมองเดิมและไม่มีวันยอมขอโทษหรือเปลี่ยนใจ ดังนั้น วิธีรับมือที่ดีที่สุดคือการไม่เข้าไปมีปฏิสัมพันธ์ด้วย และใช้ชีวิตทำงานสร้างสรรค์ต่อไปตามทางของตนเอง ซึ่งแรงกดดันเหล่านี้กลายเป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้เขาตื่นเต้นกับโปรเจกต์ถัดไปอย่าง The Flood ภาพยนตร์ไซไฟเนื้อหาออริจินัลที่ได้ Jennifer Lawrence มารับบทนำ
เขายังยืนยันหนักแน่นว่าจะไม่กลับไปกำกับภาพยนตร์ที่สร้างจากแฟรนไชส์ใดๆ อีกต่อไป เพราะต้องการอิสระในการเขียนบทอย่างที่ใจต้องการ โดยไม่ต้องคอยกังวลกับการหยิบองค์ประกอบหรือจุดเชื่อมโยงต่างๆ เพื่อเอาใจกลุ่มแฟนคลับเฉพาะกลุ่ม พร้อมเปิดเผยว่าเหตุผลเดียวที่เขาตัดสินใจทำ Resident Evil ตั้งแต่แรก เป็นเพราะเขารักวิดีโอเกมชุดนี้มากและมีไอเดียสดใหม่ที่อยากนำเสนออย่างแท้จริง ควบคู่ไปกับค่าเหนื่อยในการเขียนบทและกำกับที่สูงถึง 20 ล้านดอลลาร์
ที่มา GameSpot