ตามรายงานจากเว็บไซต์ Variety ระบุว่า ภาพยนตร์ Resident Evil ฉบับรีบูตของผู้กำกับ Zach Cregger สามารถทำรายได้รวมทั่วโลกทะลุหลัก 400 ล้านดอลลาร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยแบ่งเป็นรายได้ในอเมริกาเหนือ 157.399 ล้านดอลลาร์ และรายได้จากต่างประเทศ 242.6 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ภาพยนตร์ภาคนี้ขึ้นแท่นเป็นผลงานที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาลของแฟรนไชส์วัย 24 ปี โค่นแชมป์เก่าอย่าง Resident Evil: The Final Chapter (ปี 2016) ที่เคยทำไว้ 312 ล้านดอลลาร์ทั่วโลก
ความสำเร็จในครั้งนี้ยังทำให้ Resident Evil กลายเป็นผลงานภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดของผู้กำกับ Zach Cregger แซงหน้าผลงานก่อนหน้าอย่าง "Barbarian" (46 ล้านดอลลาร์) และ "Weapons" (270 ล้านดอลลาร์) โดยตัวหนังเปิดตัวเมื่อเดือนกันยายนด้วยสถิติสูงสุดของซีรีส์ที่ 108 ล้านดอลลาร์ทั่วโลก ได้รับแรงหนุนจากคำวิจารณ์เชิงบวกและคะแนนจากผู้ชมที่ดีเยี่ยม ทำให้ยังคงรักษากระแสผู้ชมได้ตลอดช่วงเดือนตุลาคม โดยมีตลาดต่างประเทศที่สำคัญ ได้แก่ จีน (71.4 ล้านดอลลาร์), สหราชอาณาจักร (19.4 ล้านดอลลาร์) และเม็กซิโก (12.7 ล้านดอลลาร์)

ภาพยนตร์ภาคนี้ได้ Austin Abrams มารับบทพนักงานรับส่งเวชภัณฑ์ที่ต้องฝ่าฝันวิกฤตไวรัสระบาดในเมือง Raccoon City โดยใช้ทุนสร้างจาก Sony ไป 75 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสร้างกำไรให้กับสตูดิโอได้อย่างสวยงาม หลังจากที่เคยล้มเหลวกับความพยายามรีบูตแฟรนไชส์ในภาค "Resident Evil: Welcome to Raccoon City" เมื่อปี 2021 ที่ใช้ทุนสร้าง 25 ล้านดอลลาร์ แต่ทำรายได้ทั่วโลกไปเพียง 42 ล้านดอลลาร์
ที่มา Variety