สื่อข่าวต่างประเทศ The Verge รายงานบทสัมภาษณ์ที่น่าสนใจของ Chris Cocks ตำแหน่ง CEO ของบริษัทของเล่นและเกมยักษ์ใหญ่อย่าง Hasbro ที่ได้พูดคุยเกี่ยวกับมุมมองของเขาที่มีต่ออุตสาหกรรมวิดีโอเกมในปัจจุบัน โดยเขามองว่าแม้ธุรกิจการสร้างเกมจะยังคงเติบโตอยู่ แต่มันก็ไม่ได้เติบโตแบบก้าวกระโดดหรือทำตัวเลขแบบ Double-digits อีกต่อไป ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าตอนนี้เราอยู่ในยุคที่มีวิธีการส่งมอบวิดีโอเกมในรูปแบบที่เปลี่ยนไปจากเดิม
ปัญหาหลักที่อุตสาหกรรมกำลังเผชิญคือ 'ภาวะเงินเฟ้อของต้นทุน' (Cost inflation) ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาลเพื่อแลกกับการสร้างคอนเทนต์จำนวนมาก Chris Cocks อธิบายว่า "หากคุณต้องการพัฒนาวิดีโอเกมระดับ AAA มันต้องใช้ความพยายามขั้นต่ำระดับพันปีการทำงานของคน (Thousand man-years of effort)" ซึ่งเมื่อนำมาประกอบกับฐานผู้เล่นที่แม้จะเพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่ได้เติบโตแบบก้าวกระโดดจนก้าวข้ามอัตราเงินเฟ้อหรืออำนาจการตั้งราคาของค่ายเกมได้
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเชื่อว่าอุตสาหกรรมเกมจำเป็นต้อง 'คิดเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ ให้แตกต่างออกไป' โดยเขาตั้งคำถามที่น่าสนใจว่า แทนที่จะไปกระจุกตัวหาทีมพัฒนาใน San Francisco หรือ Austin, Texas ค่ายเกมต่างๆ ควรพิจารณาออกไปหา Talent ฝีมือดีในภูมิภาคอย่าง Southeast Asia, China หรือ Eastern Europe แล้วนำมาจับคู่กับทีมงานที่เข้าใจความต้องการของตลาดเป้าหมายอย่างถ่องแท้แทนหรือไม่
นอกจากนี้ เขายังพูดถึงกระแสการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในวงการเกมด้วยว่า "ผมรู้ว่าตอนนี้เกมเมอร์หลายคนยังไม่ชอบ AI ในเกม แต่ท้ายที่สุดแล้ว จะต้องมีคนคิดค้นวิธีใช้ AI ในรูปแบบที่มีคุณภาพสูง สนุก และทำให้เกมดีขึ้นได้อย่างแน่นอน ดังนั้นผมคิดว่าพวกคุณต้องคิดเผื่อถึงเรื่องนั้นด้วย"
ท้ายที่สุด Chris Cocks สรุปวิสัยทัศน์ของเขาด้วยสมการทางธุรกิจง่ายๆ ว่า เมื่อต้นทุนการผลิตคือ X และผลลัพธ์คือ Y ค่ายเกมจะทำอย่างไรให้สัดส่วนระหว่าง X และ Y อยู่ในระดับที่ยอมรับได้เมื่อเทียบกับความเสี่ยง เพราะโดยเฉลี่ยแล้ววิดีโอเกมแต่ละเกมมีโอกาสประสบความสำเร็จเพียง 20-30 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ผู้สร้างจึงต้องสามารถครอบคลุมความสูญเสียจากเกมที่ไม่ประสบความสำเร็จให้ได้จากการลงทุนทั้งหมด
ที่มา The Verge