เว็บไซต์ Polygon รายงานเหตุการณ์ที่แฟนเกม Fortnite กำลังแสดงความไม่พอใจอย่างหนักต่อการตั้งราคาไอเทมตกแต่งล่าสุดที่นำเอาตัวละครจาก PEAK เกมอินดี้ชื่อดังบน Steam มาทำเป็นสกิน แม้ตัวสกินจะทำออกมาได้น่ารักและมีตัวเลือกปรับแต่งมากมาย แต่สิ่งที่ผู้เล่นรับไม่ได้คือราคาของสกินตัวนี้ที่แพงกว่าราคาของเกม PEAK ทั้งเกมเสียอีก
สำหรับเกม PEAK พัฒนาโดยสตูดิโอ Aggro Crab วางจำหน่ายในราคาต่างประเทศเพียง 7.99 ดอลลาร์สหรัฐ และมักจะมีการลดราคาอยู่บ่อยครั้ง ตัวเกมแนวปีนเขาแบบ Co-op นี้ยังมีการอัปเดตเนื้อหาใหม่ ๆ ให้ฟรีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งความคุ้มค่าและวิสัยทัศน์ที่ใส่ใจชุมชนผู้เล่นเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกมประสบความสำเร็จอย่างมากในปี 2025
ในทางกลับกัน หากผู้เล่นต้องการสวมบทบาทเป็นตัวละครจากเกม PEAK ใน Fortnite พวกเขาจะต้องจ่ายเงินซื้อสกินในราคา 2,000 V-bucks หรือคิดเป็นเงินจริงในราคาต่างประเทศที่สูงกว่า 20 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่สามารถซื้อเกม PEAK ต้นฉบับได้หลายก็อปปี้ และราคาจะยิ่งสูงขึ้นไปอีกหากต้องการซื้ออุปกรณ์เสริมอื่น ๆ เข้าชุดกัน
สถานการณ์นี้ยิ่งเลวร้ายลงเมื่อมองย้อนกลับไปถึงการตัดสินใจของ Epic Games ในช่วงที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้บริษัทเพิ่งปรับขึ้นราคา V-bucks โดยให้เหตุผลว่าต้องการนำเงินไปสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ซึ่งคำอธิบายดังกล่าวสร้างความขุ่นเคืองให้กับผู้เล่นที่มองว่าบริษัทเจ้าของเกมที่ทำรายได้มหาศาลระดับโลกกลับอ้างเหตุผลเหมือนสตูดิโออินดี้ที่กำลังขัดสน
ความโกรธเกรี้ยวของชุมชนผู้เล่นปะทุขึ้นถึงขีดสุดเมื่อนำราคาไอเทมที่สูงเกินจริงไปผูกกับข่าวการประกาศเลิกจ้างพนักงานกว่า 1,000 คน และการปิดตัวโหมดเกมที่ไม่ได้รับความนิยม ผู้เล่นหลายคนเริ่มตั้งคำถามถึงทิศทางของเกมและพิจารณาที่จะเลิกเล่น โดยมีการวิจารณ์อย่างหนักตามเว็บบอร์ดว่ารายได้มหาศาลของบริษัทถูกนำไปใช้กับแผนที่ UEFN ที่ไม่ได้ลงทุนลงแรง การทำคอลแลปที่แพงเกินจริง และโบนัสสำหรับผู้บริหารที่ตัดสินใจผิดพลาด มากกว่าการนำมาดูแลพนักงานและพัฒนาเกมจริง ๆ
ที่มา Polygon