วิกลจริตไซเบอร์ เหตุใด V ถึงไม่เป็น

แชร์เรื่องนี้:
วิกลจริตไซเบอร์ เหตุใด V ถึงไม่เป็น

สำหรับใครที่เคยดำดิ่งกับจักรวาล Cyberpunk ผ่านซีรีส์ Cyberpunk: Edgerunners คงจะจดจำความน่ากลัวของอาการวิกลจริตไซเบอร์ ที่พรากชีวิตและสติสัมปชัญญะของเหล่าเอดจ์รันเนอร์ (ทหารรับจ้าง) ไปอย่างไม่มีวันกลับ ทว่าในโลกของเกม Cyberpunk 2077 ภาวะนี้ถูกนิยามโดยหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน Trauma Team ในชื่อไซเบอร์ไซโคซิส (Cyberpsychosis) คือภาวะความผิดปกติทางจิตขั้นรุนแรง อันเกิดจากการดัดแปลงร่างกายด้วยอวัยวะเทียมจักรกลที่มากเกินขีดจำกัด

หน่วยแพทย์ Trauma Team กำลังปฏิบัติการช่วยเหลือลูกค้าระดับ Platinum

วิกลจริตไซเบอร์คืออะไร?

ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจกลไกของอาการนี้กันก่อน อ้างอิงจากบิดาผู้สร้างจักรวาลอย่างคุณไมค์ พอนด์สมิธ (Mike Pondsmith) อาการวิกลจริตไซเบอร์ไม่ได้เกิดกับทุกคนที่ฝังไซเบอร์แวร์ แต่มันขึ้นอยู่กับความมั่นคงทางจิตใจ หรือที่ในเกมกระดาน (Tabletop board game) เรียกว่าค่าความเป็นมนุษย์ (Humanity) 

มันคือค่าที่ใช้วัดว่าคนคนนั้นยังเป็นมนุษย์มากแค่ไหน ทั้งในแง่ความเห็นอกเห็นใจ การรับมือกับแรงกดดัน หรือสายสัมพันธ์กับผู้คนรอบตัว 

นั่นคือเหตุผลว่าทำไม เดวิด มาร์ติเนซ (David Martinez) ถึงทนรับไซเบอร์แวร์ระดับทหารได้มากมายขนาดนั้น เพราะเดวิดมีค่าความเป็นมนุษย์เริ่มต้นที่สูงลิ่ว เขาเติบโตมาพร้อมความรักจากแม่ มีความฝันเป็นของตัวเอง และถึงแม้สุดท้ายจะสูญเสียแทบทุกอย่างไป เดวิดก็ยังมีผู้คนที่คอยยึดเขาเอาไว้ ทั้งเพื่อน คนรักอย่างลูซี่ และเมน (Maine)  ชายที่เปรียบเสมือนพ่ออีกคน สายสัมพันธ์เหล่านี้เอง ที่ทำให้เดวิดทนรับแรงกดดันจากไซเบอร์แวร์ได้มากกว่าคนทั่วไป 

David Martinez และ Maine กำลังเผชิญสภาวะวิกลจริตไซเบอร์

แต่ถ้าหลายคนกำลังนึกถึง อดัม สแมชเชอร์ (Adam Smasher) ว่าเป็นข้อยกเว้นของเรื่องนี้ คุณไมค์ พอนด์สมิธ ก็เคยยืนยันเอาไว้ชัดเจนว่า สแมชเชอร์เองก็เป็นไซเบอร์ไซโคเหมือนกัน เพียงแต่เขาเป็นประเภทที่ยังควบคุมสติของตัวเองได้อยู่เท่านั้น เพราะลึกๆแล้วตัวตนของเขาก็เป็นคนที่หลงใหลในความรุนแรงมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว จึงสามารถทำหน้าที่เป็นเครื่องจักรสังหารให้กับอาราซากะ (Arasaka) ได้โดยแทบไม่ต่างอะไรจากเดิม 

แต่ในไนต์ซิตี้ (Night City)  ก็ยังมีทหารรับจ้างอีกคนที่สามารถอัดไซเบอร์แวร์เข้าไปในร่างได้เกินขีดจำกัดโดยไม่ถูกความบ้าคลั่งกลืนกิน คนคนนั้นก็คือ วี (V)

หลายคนอาจคิดว่าเหตุผลที่วียังไม่กลายเป็นไซเบอร์ไซโค เป็นเพราะมีจอห์นนี่ ซิลเวอร์แฮนด์ (Johnny Silverhand) เป็นกันชนสู้กับความบ้าคลั่ง ซึ่งคุณไมค์ พอนด์สมิธ ก็ออกมายืนยันว่า การที่มีร็อคเกอร์บอย สิงอยู่ในร่างนั้น ถือว่าอาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้วีไม่เป็นบ้าไปเสียก่อน โดยเขาได้เปรียบเปรยไว้ว่า

มันก็เหมือนกับการแชร์ห้องอยู่กับคนที่เป็นที่วิกลจริตไซเบอร์ไปแล้วครึ่งตัวนั่นแหละครับ เขาไม่สนหรอกว่าวีจะยัดของเล่นอะไรใส่ร่างที่ต้องใช้ร่วมกัน เพราะเดิมทีหมอนี่มันก็ทั้งบ้าและกระหายความรุนแรงอยู่แล้ว

Mike Pondsmith

วีตายไปแล้วตั้งแต่ต้นเกม

จึงตั้งสันนิษฐานว่าวีรอดจากอาการวิกลจริตไซเบอร์ได้ เพราะมีจอห์นนี่คอยแบ่งเบาภาระใช่หรือไม่? คำตอบคือนั่นก็ถูกแค่ครึ่งเดียวครับ เพราะความลับที่ซ่อนอยู่ในกลไกของเรลิกนั้น คือความจริงที่ว่า วีตายไปตั้งแต่ต้นเกมแล้ว

เด็กซ์เตอร์ เดอชอว์น หักหลังวีตัวละครเอกหลังจาก The Heist ล้มเหลว

วีตายตั้งแต่วินาทีที่กระสุนของ เด็กซ์เตอร์ เดอชอว์น (Dexter DeShawn) เจาะทะลุกะโหลก ร่างไร้วิญญาณถูกโยนทิ้งไว้ท่ามกลางกองขยะนอกเมืองไนต์ซิตี้ 

กลไกการทำงานของ Relic 2.0 PROTOTYPE

Relic 2.0 รุ่นผลิตสำหรับวางขายในโครงการ Secure Your Soul ของอาราซากะ

 

เอกสารระดับ P0 ของอาราซากะ อย่าง RELIC 2.0 PROTOTYPE SPECIFICATIONS ที่ดูแลโครงการโดย แอนเดอร์ส เฮลล์แมน (Anders Hellman) จะพบว่ามีการระบุเงื่อนไขการทำงานของชิปตัวนี้ไว้อย่างชัดเจนว่า ชิปจะเริ่มทำงานและแทรกซึมเข้าสู่ระบบประสาทได้ ก็ต่อเมื่อร่างกายของโฮสต์หยุดทำงานอย่างสมบูรณ์ หรือเข้าสู่ภาวะสมองตาย (Brain death) แล้วเท่านั้น

แจ็คกี้ เวลส์ ในร่างเอนแกรม ที่ไม่สมบูรณ์หลังจากที่อาราซากะ ได้ศพของเขาไป ในภารกิจ MEET HANAKO AT THE EMBERS

แล้วทำไม แจ็คกี้ เวลส์ (Jackie Welles) เพื่อนรักของเราที่เป็นคนแรกที่เสียบชิปมรณะนี้เข้าหัว ถึงไม่เป็นอะไร ก็เพราะในเวลานั้น แจ็คกี้ยังมีลมหายใจ เขาถอดชิปออกและส่งต่อให้วี ก่อนที่ตัวเองจะสิ้นใจในอีกเพียงไม่กี่อึดใจต่อมา ชิปจึงยังไม่ทันได้เริ่มกระบวนการทำงาน มันยังคงรอคอยร่างกายที่เหมาะแก่การเป็นภาชนะ ตามเงื่อนไขที่กล่าวมา

วิกเตอร์ เวกเตอร์ กำลังอธิบายกระบวนการทำงานของเจ้าตัว Relic 2.0

กลไกการทำงานของตัวเรลิก 2.0 ถูกยืนยันผ่านปากของ วิกเตอร์ เวกเตอร์ (Viktor Vector) หมอประจำตัวของวีที่อธิบายว่า ทันทีที่กระสุนเจาะสมองจนวีแน่นิ่งไป หุ่นยนต์จิ๋วหรือนาไนต์ในไบโอชิปจะเริ่มกระจายตัวออกไปซ่อมแซมความเสียหายระดับเซลล์ทันที

เรลิก (Relic 2.0) ไม่ได้เป็นปาฏิหาริย์ แต่มันคือปรสิต

ความจริงนี้ทำให้เรื่องราวของวีเปลี่ยนไปทันที ตำนานแห่ง Night City แท้จริงแล้วเริ่มต้นจากศพที่ถูกทิ้งไว้กลางกองขยะนอกเมือง การที่วีรอดพ้นมาจากอาการวิกลจริตไซเบอร์ได้นั้น เพราะชิปเรลิกต้นแบบ ที่บรรจุจิตสำนึกของจอห์นนี่ ซิลเวอร์แฮนด์ กำลังค่อย ๆ เปลี่ยนร่างกายและสมองของวี ให้กลายเป็นร่างใหม่สำหรับจอห์นนี่ต่างหาก 

ไม่ว่าผู้เล่นจะดิ้นรนหาทางรอดให้วีมากแค่ไหน ท้ายที่สุดทุกเส้นทางก็ล้วนต้องสูญเสียอะไรบางอย่างอยู่ดี  ไม่ว่าจะเป็นฉากจบ The Devil, The Star หรือแม้แต่ The Tower ในส่วนเสริม Phantom Liberty ที่หลายคนคิดว่าจะให้ความหวังมากที่สุดแก่เหล่าผู้เล่น ก็ตอกย้ำความเป็น Cyberpunk ได้อย่างครบรส 

และนั่นก็ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญครับ เพราะหากใครเล่นอย่างละเอียดและชอบสำรวจเมือง จะพบว่าเส้นทางของวีตั้งแต่ต้นจนจบ ถูกบอกใบ้เอาไว้แล้วแบบเชิงสัญญะผ่านไพ่ทาโรต์ของมิสตี้ (Misty) ตั้งแต่ก้าวแรกในฐานะไพ่ The Fool ไปจนถึงจุดจบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

แต่เรื่องของวีก็ยังไม่ใช่ปริศนาเดียวที่ Night City ซ่อนไว้ โดยเฉพาะเมื่อสิ่งที่ผู้เล่นได้เห็นผ่านความทรงจำของจอห์นนี่ ในเหตุการณ์บุกถล่มตึกอาราซากะเมื่อปี 2023 กลับไม่ตรงกับประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นจริง หรือหากจะพูดให้ชัดกว่านั้น มันขัดแย้งกับ Lore ดั้งเดิมของจักรวาล Cyberpunk อย่างสิ้นเชิง แล้วเหตุใดความทรงจำของจอห์นนี่จึงบิดเบี้ยวไปจากความจริง?

บทความหน้า เราจะพาทุกคนไปไขปริศนาเหล่านั้นกันครับ

Good night, Night City.

แชร์เรื่องนี้:
Boubu
Boubu

Content Writer

เรื่องที่เกี่ยวข้อง