เว็บไซต์ IGN รายงานว่า ค่ายเกม Bungie ออกมายอมรับอย่างเป็นทางการว่า Marathon เกมแนว Extraction Shooter รูปแบบ PvPvE ประสบความล้มเหลวในการดึงดูดผู้เล่นกลุ่มใหญ่ช่วงเปิดตัว เนื่องจากตัวเกมถูกออกแบบมาให้มีความยากระดับฮาร์ดคอร์สูงเกินไป โดยเฉพาะระบบการลงโทษเมื่อผู้เล่นเสียชีวิต ซึ่งจะทำให้สูญเสียอุปกรณ์ทั้งหมดทั้งที่หามาได้และที่พกติดตัวเข้าไป ประกอบกับการแข่งขันสู้รบระหว่างผู้เล่นที่ดุเดือด จนสร้างวงจรความล้มเหลวซ้ำ ๆ ที่ขับไล่ผู้เล่นทั่วไปออกจากเกม
Kevin Yanes หัวหน้าทีมออกแบบ ยอมรับผ่านวิดีโอชี้แจงว่า ทีมงานสร้างเกมที่เชื่อว่าจะตอบโจทย์ แต่เมื่อมองภาพรวมอย่างเป็นกลาง ตัวเกมกลับยากเกินไปสำหรับคนส่วนใหญ่ และการตายที่เกิดขึ้นตลอดเวลาได้กลายเป็นจุดสิ้นสุดของผู้เล่นมากกว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ ขณะที่ Del Chafe III ผู้กำกับเกม เสริมว่าระบบ PvP ของเกมเน้นความจริงจัง (Sweaty) สูงมากจนกลายเป็นเกมเฉพาะกลุ่ม แม้กระทั่งการปล่อยดันเจี้ยนท้ายเกมอย่าง Cryo Archive ในช่วงเดือนเมษายน ก็ยิ่งตอกย้ำความยากและความซับซ้อน จนแม้แต่อดีตโปรเพลเยอร์อย่าง Shroud ยังออกมาให้ความเห็นว่าเนื้อหาดังกล่าวซับซ้อนเกินกว่าที่ผู้เล่นสายชิลจะเข้าถึงได้

เพื่อแก้ปัญหานี้ Bungie และ Sony ได้เตรียมปรับเปลี่ยนตัวเกมครั้งใหญ่เพื่อลดความกดดันสำหรับผู้เล่นใหม่ โดยมีแผนเพิ่มโหมด PvE แยกต่างหาก เพิ่มโหมด Team Deathmatch รวมถึงขยายพื้นที่ฝึกสอนอย่าง Perimeter ให้มีสเกลใหญ่และสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้เล่นค่อยๆ ปรับตัวก่อนเข้าสู่โหมด Extraction หลัก โดยตั้งเป้าที่จะเดินหน้าพัฒนาตัวเกมต่อไปจนถึงปี 2027
นอกจากนี้ Bungie ยังได้ประกาศดึงเนื้อหาเก่าของเกม Destiny 2 กลับมาให้เล่นอีกครั้ง พร้อมสยบข่าวลือที่ว่ามีความพยายามจะรวมจักรวาลของ Destiny และ Marathon เข้าด้วยกัน โดยความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากยอดผู้เล่นของ Marathon บนแพลตฟอร์ม Steam ลดลงอย่างหนักจากจุดสูงสุดที่ 88,337 คนในช่วงเปิดตัว เหลือผู้เล่นหมุนเวียนสูงสุดในรอบ 24 ชั่วโมงเพียงราว 3,285 คนเท่านั้น
ที่มา IGN