Tencent ยก Baldur’s Gate 3 และ Elden Ring เป็น 'ดาวเหนือ' นำทาง หวังปั้นสตูดิโอเกมในระยะยาว

แชร์เรื่องนี้:
Tencent ยก Baldur’s Gate 3 และ Elden Ring เป็น 'ดาวเหนือ' นำทาง หวังปั้นสตูดิโอเกมในระยะยาว

เว็บไซต์ GamesRadar+ รายงานบทสัมภาษณ์ที่น่าสนใจจาก Yong-yi Zhu รองประธานบริหารและหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการ กลยุทธ์ และการปฏิบัติตามกฎระเบียบของ Tencent Games ที่ได้ไปร่วมพูดคุยกับ The Game Business เกี่ยวกับแผนงานและวิสัยทัศน์ของบริษัททั้งในระดับโลกและระดับประเทศ โดยทางผู้บริหารได้เปิดเผยว่า Tencent กำลังพยายามสร้างสตูดิโอพัฒนาเกมแห่งอนาคตที่จะกลายมาเป็น Larian หรือ FromSoftware ค่ายต่อไป โดยมีสุดยอดเกมแห่งยุคอย่าง Baldur's Gate 3 และ Elden Ring เป็นเสมือน 'ดาวเหนือ' (North Stars) ที่คอยนำทางและเป็นเป้าหมายสูงสุดในการพัฒนาผลงานของบริษัท

Zhu อธิบายว่าแนวทางของบริษัทในขณะนี้ไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การมองหาเกมจากมุมมองของภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่ง แต่เป็นการเฟ้นหาบุคลากรคุณภาพที่มีวิสัยทัศน์เฉพาะตัวและไม่เหมือนใคร ทางบริษัทยินดีอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมงานกับนักพัฒนาที่พยายามขัดเกลาฝีมือในแนวทางที่ตนเองถนัด ซึ่งเมื่อมองไปที่สตูดิโอระดับดาวเหนืออย่าง Larian และ FromSoftware จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าค่ายเหล่านี้คลุกคลีอยู่กับแนวเกมเฉพาะกลุ่มมาอย่างยาวนาน และทำการพัฒนาต่อยอดระบบเกมเพลย์ของตนเองมาอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ระดับปรากฏการณ์

ความสำเร็จที่เกิดขึ้นไม่ได้มาเพียงชั่วข้ามคืน หากมองย้อนกลับไปจะพบว่าผลงานอย่าง Baldur's Gate 3 นั้นมีรากฐานความคุ้นเคยมาจากเกมซีรีส์ Divinity ของ Larian เองมากกว่าต้นฉบับดั้งเดิมของค่าย BioWare ในขณะที่ Elden Ring ก็เปรียบเสมือนผลผลิตที่นำเอาประสบการณ์ทั้งหมดที่ FromSoftware สั่งสมและทดสอบผ่านผลงานอย่าง Demon's Souls, Dark Souls และ Bloodborne มารวบรวมและยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ซึ่งตัวของ Tencent เองก็เล็งเห็นถึงความสำคัญในจุดนี้ และได้เข้าไปถือหุ้นในสัดส่วนที่มีนัยสำคัญทั้งใน Larian และ Kadokawa ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ FromSoftware ไว้เรียบร้อยแล้ว

ด้วยเหตุนี้ Tencent จึงตั้งเป้าที่จะนำกลยุทธ์เดียวกันนี้มาปรับใช้กับสตูดิโอภายในเครือ โดย Zhu เน้นย้ำว่าทางบริษัทพร้อมที่จะร่วมงานและให้การสนับสนุนในระยะยาว หากสตูดิโอนั้นมีความเชื่อมั่นว่าวันหนึ่งพวกเขาจะสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำในแนวเกมนั้นๆ ได้ ไม่ว่าความสำเร็จดังกล่าวจะเกิดขึ้นในเกมปัจจุบัน หรือต้องรอไปอีกสองถึงสามเกมก็ตาม ตราบใดที่บริษัทยังมองเห็นพัฒนาการที่ก้าวหน้า ซึ่งการมองเกมยาวเช่นนี้ถือเป็นแนวทางที่เหมาะสมและเอื้อต่อการร่วมงานกับนักพัฒนาหลากหลายกลุ่มได้อย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้โมเดลธุรกิจของ Tencent แตกต่างออกไปคือการมีเกมแนว Live Service ที่ทำรายได้สม่ำเสมอคอยเป็นเบาะรองรับความเสี่ยง ซึ่งต่างจากค่ายที่เน้นทำเกมฟอร์มยักษ์แบบจ่ายครั้งเดียวจบที่มักจะมีความผันผวนทางรายได้สูงกว่า นอกจากนี้ บริษัทยังมีกลยุทธ์ในการลดความเสี่ยงด้วยการจำกัดขนาดของทีมพัฒนาในช่วงเริ่มต้นหรือช่วงก่อนการผลิต (Pre-production) แต่ถึงกระนั้น Tencent ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบจากสภาวะการหดตัวของอุตสาหกรรมเกมโลกได้ทั้งหมด ดังจะเห็นได้จากการที่บริษัทต้องถอนตัวจากข้อตกลงหลายรายการในปีนี้ รวมถึงการปิดสตูดิโอ TiMi Montreal ก่อนที่จะมีการปล่อยผลงานเกมออกมาอย่างเป็นทางการด้วยเช่นกัน

ที่มา GamesRadar+

แชร์เรื่องนี้:
Badeedooboy
Badeedooboy

Content Writer

เรื่องที่เกี่ยวข้อง