เว็บไซต์ Nintendo Everything รายงานบทสัมภาษณ์ล่าสุดจากนิตยสาร Famitsu ที่ได้มีโอกาสพูดคุยกับ Tsutomu Taniguchi โปรดิวเซอร์ของเกมซีรีส์ Castlevania เกี่ยวกับทิศทางในอนาคตของแฟรนไชส์นักล่าแวมไพร์ระดับตำนาน หลังจากที่ทางค่าย Konami ค่อนข้างเงียบหายไปนานก่อนที่จะกลับมาเป็นกระแสอีกครั้งจากการไปคอลแลบร่วมกับเกม Dead Cells เมื่อปี 2023 และกำลังจะมีผลงานภาคใหม่อย่าง Castlevania: Belmont’s Curse ออกมาให้แฟน ๆ ได้สัมผัสกันในเร็ว ๆ นี้
เมื่อถูกถามถึงอนาคตของซีรีส์หลังจากการวางจำหน่ายเกมภาคครบรอบ 40 ปีนี้ ทางโปรดิวเซอร์ได้ให้คำตอบว่า แม้ในขณะนี้ทีมงานจะทุ่มเทพลังทั้งหมดไปกับการเตรียมวางจำหน่ายภาค Belmont’s Curse ให้สมบูรณ์แบบที่สุด แต่พวกเขาก็รับรู้ถึงความท้าทายของซีรีส์ในระยะยาวเป็นอย่างดี โดยจุดเริ่มต้นในการพัฒนาเกมภาคนี้เกิดจากความกังวลของทีมงานที่ตระหนักว่า จำนวนผู้เล่นเกม Castlevania จริง ๆ นั้นลดลงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่กลุ่มคนที่เคยได้ยินชื่อแฟรนไชส์แต่ไม่เคยเล่นตัวเกมกลับมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น

Taniguchi เน้นย้ำว่า เป้าหมายสำคัญของการปล่อยเกมภาคนี้คือการดึงความสนใจของผู้เล่นกลับมา ดังนั้นหากพวกเขาปล่อยผลงานภาคนี้ออกไปแล้วทิ้งช่วงหายไปอีกสิบปีค่อยกลับมาสร้างเกมภาคถัดไป ความพยายามทั้งหมดในการฟื้นฟูชื่อเสียงของซีรีส์นี้ก็จะกลายเป็นเรื่องสูญเปล่า ซึ่งแม้ว่าในตอนนี้จะยังไม่มีความชัดเจนว่าเกมภาคต่อไปจะถูกนำเสนอออกมาในรูปแบบใด แต่คำใบ้ดังกล่าวก็เป็นการยืนยันได้อย่างชัดเจนว่า Konami จะไม่ทอดทิ้งแฟรนไชส์นี้ และจะพยายามผลักดันตัวเกมภาคใหม่ออกมาในระยะเวลาที่เหมาะสมมากขึ้นอย่างแน่นอน
สำหรับแฟน ๆ ที่กำลังรอคอย Castlevania: Belmont’s Curse ตัวเกมมีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 15 ตุลาคม 2026 นี้ และมีรายงานข้อมูลล่าสุดยืนยันด้วยว่า ตัวเกมจะสามารถรันประสิทธิภาพกราฟิกและเฟรมเรตได้ดียิ่งขึ้นเมื่อนำไปเล่นบนเครื่อง Nintendo Switch 2 ผ่านระบบการเล่นเกมข้ามยุค (Backwards Compatibility) อีกด้วย
ที่มา Nintendo Everything