เว็บไซต์ Eurogamer รายงานข้อมูลจากการประเมินของ Rhys Elliott นักวิเคราะห์จาก Alinea Analytics เกี่ยวกับผลประกอบการของเกมภาคล่าสุดอย่าง Gears of War: E-Day ซึ่งแม้ว่าตัวเลขยอดขายแบบซื้อขาด (Pure sales) จะดูน้อยกว่าที่คาดหวังสำหรับเกมระดับเรือธงของ Xbox แต่นั่นไม่ใช่ภาพรวมทั้งหมดของรายได้ที่ตัวเกมทำได้ เนื่องจากรายได้ก้อนใหญ่มาจากกลุ่มสมาชิก Game Pass ที่ยอมจ่ายเงินเพื่ออัปเกรดตัวเกม
ข้อมูลระบุว่า Gears of War: E-Day ทำยอดขายแบบซื้อขาดไปได้ประมาณ 230,000 ชุดนับตั้งแต่เปิดให้เล่นช่วง Advance-access เมื่อต้นเดือน (แบ่งเป็นยอดจาก Steam 168,000 ชุด และจากคอนโซล Xbox กับ PC อีก 62,000 ชุด) แต่ตัวแปรสำคัญคือระบบ Game Pass ที่ดึงดูดผู้เล่นเข้าไปสาดกระสุนใส่ฝูง Locust ได้มากกว่า 1.7 ล้านคน และที่น่าสนใจคือในจำนวนนั้นมีผู้เล่นกว่า 722,000 คน ที่ยอมจ่ายเงิน 30 ดอลลาร์เพื่อซื้อแพ็กเกจ Premium Edition Upgrade

สาเหตุที่แพ็กเกจอัปเกรดขายดี เป็นเพราะผู้ที่ซื้อ Premium Edition (ราคาเต็ม 99.99 ดอลลาร์) จะได้รับสิทธิ์เข้าเล่นเกมก่อนใครตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ในขณะที่สมาชิก Game Pass สามารถใช้ทางลัดจ่ายเพียง 30 ดอลลาร์เพื่อรับสิทธิ์เล่นล่วงหน้า 5 วันพร้อมไอเทมเสริม ก่อนที่ตัวเกมจะเปิดให้สมาชิก Game Pass ทั่วไปและผู้ซื้อ Standard Edition เข้าเล่นอย่างเป็นทางการในวันที่ 6 ตุลาคม ซึ่งเมื่อรวมยอดขายเกม การเติมเงิน (Microtransactions) และแพ็กเกจอัปเกรดเข้าด้วยกัน ตัวเกมสามารถทำรายได้ไปแล้วกว่า 37 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 28 ล้านปอนด์)
นักวิเคราะห์ให้ความเห็นไว้อย่างน่าสนใจว่า "ในโลกที่ไม่มีระบบ Game Pass แบบ Day-one ผู้คนเหล่านี้หลายคนคงจะซื้อ E-Day ในราคาเต็ม 70 ดอลลาร์ไปแล้ว แต่พวกเขากลับจ่ายแค่ 30 ดอลลาร์เพื่อสิทธิ์เล่นก่อน 5 วันในสิ่งที่พวกเขาไม่ได้เป็นเจ้าของจริงๆ นี่เท่ากับว่า Xbox กำลังเก็บเงินจากลูกค้ากลุ่มที่มีมูลค่าสูงสุดในราคาที่ถูกที่สุด ซึ่งเป็นผลพวงมาจากกลยุทธ์ของทีมบริหารชุดก่อน" ทั้งนี้ Asha Sharma ซีอีโอของ Xbox เพิ่งจะยุติการนำเกม Call of Duty ภาคใหม่ลงบริการแบบ Day-one ไปแล้ว จึงเป็นไปได้สูงที่แฟรนไชส์ยักษ์ใหญ่อย่าง Gears of War หรือ Forza อาจต้องดำเนินรอยตามในอนาคต

นอกจากนี้ยังมีสถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับฐานผู้เล่น โดยบนแพลตฟอร์ม Xbox ผู้เล่น E-Day กว่า 80% เคยผ่านเกมอย่าง Gears ภาคเก่า, Call of Duty, Fortnite, GTA 5 และ Halo Infinite มาก่อน ส่วนบน Steam พบว่าผู้เล่นถึง 72% มาจาก Counter-Strike และอีก 65% มาจาก Helldivers 2 ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเพราะโหมด Horde Siege ของ E-Day มีความคล้ายคลึงกับตัวเกม Helldivers 2 อย่างมาก
ในส่วนของการพัฒนา Mike Crump หัวหน้าสตูดิโอ The Coalition ได้ออกมาระบุว่า E-Day ถือเป็นรากฐานที่ยอดเยี่ยมสำหรับภาคต่อในอนาคต และให้คำมั่นว่าเกม Gears ภาคต่อไปจะไม่ใช้เวลาสร้างนานถึง 7 ปีเหมือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางเสียงตอบรับที่ดีรวมถึงรีวิวจาก Eurogamer ที่ยกย่องว่าตัวเกมสามารถผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัยได้อย่างลงตัว แต่ก็มีรายงานว่าพนักงานหลายคนในสตูดิโอยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับการปลดพนักงาน (Layoffs) ที่อาจเกิดขึ้นหลังเกมวางจำหน่าย
ที่มา Eurogamer