IGN รายงานบทสัมภาษณ์จาก GamesRadar โดย Piotr Babieno ซีอีโอของ Bloober Team สตูดิโอผู้อยู่เบื้องหลังเกม Silent Hill 2 Remake และโปรเจกต์รีเมก Silent Hill ภาคแรกที่กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนา ได้ออกมาเปิดเผยถึงความชื่นชอบต่อสื่อแบบจับต้องได้ (Physical Media) โดยยืนยันว่าทางบริษัทต้องการที่จะผลิตแผ่นเกมออกวางจำหน่ายให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้

Babieno ได้สะท้อนมุมมองเกี่ยวกับพัฒนาการของอุตสาหกรรมเกมในปัจจุบันว่า เทคโนโลยีด้านภาพและเสียงได้เดินทางมาถึงจุดที่แทบจะพัฒนาไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว การเพิ่มความละเอียดหรือระบบแสงเงาขึ้นอีกเล็กน้อยไม่ได้ทำให้เกมมีความน่าดึงดูดใจมากขึ้นเสมอไป ซึ่งสถิติยังชี้ชัดว่าผู้เล่นส่วนใหญ่ยังคงเล่นเกมบนฮาร์ดแวร์ที่มีอายุ 5 ถึง 7 ปีหรือเก่ากว่านั้นโดยที่ความสนใจในตัวเกมไม่ได้ลดลงเลย ด้วยเหตุนี้ ในขณะที่กระแส AI กำลังเข้ามามีบทบาท เขาจึงสนใจเรื่องการมอบประสบการณ์ผ่านประสาทสัมผัสด้านอื่นๆ มากกว่า โดยเฉพาะ "การสัมผัส" ซึ่งเป็นแนวคิดที่ถูกนำไปใช้กับเกมสยองขวัญ 2.5D เอ็กซ์คลูซีฟสำหรับเครื่อง Nintendo Switch 2 อย่าง Onyx: The Dark Group ที่พัฒนาโดยสตูดิโอในเครืออย่าง Broken Mirror Games
ในประเด็นเรื่องอนาคตของแผ่นเกมที่กำลังเป็นที่ถกเถียงอย่างหนัก หลังจากที่ Sony ตัดสินใจยุติการวางจำหน่ายแผ่นเกมของ PlayStation รวมถึงแนวทางของ Rockstar Games ที่ไม่ทำแผ่นให้กับ Grand Theft Auto 6 ทางด้าน Babieno ยอมรับว่าเข้าใจดีว่าทำไมหลายค่ายถึงหันไปเน้นรูปแบบดิจิทัล เพราะทั้งง่ายกว่า ต้นทุนต่ำกว่า และสร้างกำไรได้มากกว่า อย่างไรก็ตาม เขามองว่าการสะสมแผ่นเกมคือสิ่งที่สร้างสายสัมพันธ์ทางอารมณ์ระหว่างผู้เล่นกับตัวเกมและสตูดิโอผู้สร้าง หากขาดสิ่งนี้ไปก็อาจทำให้สูญเสียโอกาสในการใกล้ชิดกับแฟนๆ ดังนั้นหากทางค่ายยังสามารถผลิตเวอร์ชันแผ่นออกวางจำหน่ายปลีกได้ พวกเขาก็จะทำต่อไปให้นานที่สุด ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของ Tymon Smektala ผู้อำนวยการบริหารของ Broken Mirror Games (อดีตทีมพัฒนา Dying Light จาก Techland) ที่ระบุว่าตนเองเป็นนักสะสมเกมตัวยง และพร้อมจะสนับสนุนการทำแผ่นเกมต่อไปตราบใดที่ผู้มีอำนาจตัดสินใจระดับสูงยังคงเปิดทางให้ทำได้
Source : IGN