EA Sports ได้ออกมาประกาศผ่านทางโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการในวันอังคารที่ผ่านมาว่า กำลังจะชุบชีวิตซีรีส์เกมมวยสากลในตำนานอย่าง Fight Night ให้กลับมาอีกครั้ง หลังจากที่ซีรีส์นี้ห่างหายไปจากวงการยาวนานถึง 15 ปี โดยทางค่ายได้โพสต์ข้อความสั้น ๆ แต่ได้ใจความเพื่อขอบคุณแฟน ๆ ว่า "ถึงทุกคนที่ยังคงยืนหยัดอยู่ที่มุมสังเวียนของเรา: Fight Night กำลังจะกลับมา"
สำหรับซีรีส์ Fight Night นั้นไม่มีเกมภาคใหม่ออกมาเลยนับตั้งแต่ภาค Fight Night Champion ในปี 2011 สาเหตุหลักมาจากความยุ่งยากและต้นทุนค่าธรรมเนียมที่สูงลิ่วในการเจรจาขอลิขสิทธิ์ใบหน้าของนักชกชื่อดังระดับโลกแต่ละคน ทำให้ EA ตัดสินใจเบนเข็มไปโฟกัสที่การพัฒนาเกมกีฬาการต่อสู้แบบผสมผสานอย่าง EA Sports UFC แทน เนื่องจากสามารถทำข้อตกลงลิขสิทธิ์นักสู้ทุกคนภายใต้สมาคมแบบเหมารวมได้ง่ายกว่า โดย EA ได้ปล่อยเกมซีรีส์ UFC ออกมาถึง 5 ภาคในช่วงระหว่างปี 2014 ถึง 2026
การประกาศกลับมาของ Fight Night ในครั้งนี้ เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ประจวบเหมาะกับการที่กลุ่มทุน Public Investment Fund (PIF) ของประเทศซาอุดีอาระเบีย บรรลุข้อตกลงในการเข้าซื้อกิจการของค่าย EA เสร็จสิ้นพอดี ซึ่งซาอุดีอาระเบียถือเป็นมหาอำนาจในการจัดศึกมวยสากลนัดหยุดโลกมาแล้วหลายรายการ และยังเป็นผู้บริหารจัดการโปรโมชันมวย Zuffa ร่วมกับ Dana White ประธานของ UFC อีกด้วย ความเปลี่ยนแปลงระดับโครงสร้างนี้จึงถูกมองว่าเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยปลดล็อกปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์นักชกให้กับ EA ได้สำเร็จ
ตลอดช่วงการวางจำหน่าย 5 ภาคแรกระหว่างปี 2004 ถึง 2011 ซีรีส์ Fight Night ได้รับเสียงชื่นชมจากนักวิจารณ์อย่างล้นหลาม โดยทำคะแนนบนเว็บไซต์ Metacritic ได้สูงถึงระดับ 80 กว่าคะแนนมาโดยตลอด ทำให้มีเสียงเรียกร้องจากทั้งแฟนเกมและคนในวงการให้เกมนี้นำกลับมาสร้างใหม่ ไม่ว่าจะเป็นยอดนักชกอย่าง Tyson Fury และ Anthony Joshua (ที่เคยไปปรากฏตัวเป็นตัวละครโบนัสในเกม UFC) รวมถึง Eddie Hearn โปรโมเตอร์ชื่อดังที่เคยเผยผ่านไลฟ์สตรีมในปี 2020 ว่าเขาเคยนำเสนอไอเดียการทำเกม Fight Night แบบเจาะลึกให้ผู้บริหาร EA Sports พิจารณามาแล้ว ซึ่งในที่สุดความฝันของแฟนๆ ก็กลายเป็นจริง
ที่มา Video Games Chronicle