เว็บไซต์ PC Gamer รายงานความเคลื่อนไหวล่าสุดที่จะสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับผู้ใช้งาน Discord ทั่วโลก เมื่อทางแพลตฟอร์มเตรียมบังคับใช้นโยบายสแกนใบหน้าและตรวจบัตรยืนยันตัวตนในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ เพื่อแยกกลุ่มผู้ใช้งานที่บรรลุนิติภาวะออกจากกลุ่มผู้ใช้ทั่วไป หากใครปฏิเสธการให้ข้อมูลส่วนตัวด้วยความกังวลด้านความปลอดภัย ระบบจะจัดให้อยู่ในโหมดประสบการณ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่นทันที ซึ่งจะส่งผลให้ถูกจำกัดสิทธิ์การใช้งานหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการห้ามพูดในช่อง Stage Channel การจำกัดการส่งข้อความส่วนตัวและการขอเป็นเพื่อน รวมถึงการถูกแบนไม่ให้เข้าถึงเซิร์ฟเวอร์บางแห่งโดยเด็ดขาด
คำถามที่ตามมาคือ Discord จะใช้เกณฑ์อะไรในการตัดสินว่าเซิร์ฟเวอร์ไหนควรถูกจำกัดอายุ ตัวแทนของบริษัทได้ออกมาชี้แจงผ่านสื่อ GamesMarket ว่าระบบจะไม่ทำการจำกัดอายุเซิร์ฟเวอร์โดยอ้างอิงจากเรตติ้งของเกมเพียงอย่างเดียว แต่จะใช้การผสมผสานระหว่างระบบตรวจจับอัตโนมัติ การตรวจสอบความถูกต้องด้วยเทคโนโลยี AI และการใช้พนักงานที่เป็นมนุษย์คอยรีวิวเนื้อหาเพื่อคัดกรองและกำหนดข้อจำกัดด้านอายุของแต่ละเซิร์ฟเวอร์เชิงรุก แม้การนำ AI เข้ามาช่วยอาจทำให้หลายคนรู้สึกหวั่นใจเรื่องความแม่นยำ แต่ทางแพลตฟอร์มก็ยืนยันว่านี่คือขั้นตอนที่จำเป็นในการจัดการกับเนื้อหาบนแพลตฟอร์ม

ประเด็นที่สร้างความกังวลหนักยิ่งกว่าให้แก่นักสิทธิความเป็นส่วนตัวคือ การที่ผู้ใช้งานบางส่วนในสหราชอาณาจักรได้รับแจ้งว่าพวกเขาจะถูกทดลองระบบยืนยันอายุกับบริษัทบุคคลที่สาม ซึ่งมีกลุ่มผู้ลงทุนอย่าง Peter Thiel ผู้ร่วมก่อตั้ง Palantir บริษัทผู้ให้บริการด้านการเฝ้าระวังข้อมูลระดับชาติรวมอยู่ด้วย แม้เรื่องนี้อาจจะไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ใช้ทุกคนในทันที แต่สื่อต่างประเทศก็มองว่านี่เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้แพลตฟอร์มเริ่มดูน่าอึดอัด และอาจทำให้เกมเมอร์หลายคนเริ่มมองหาแอปพลิเคชันแชตทางเลือกอื่น ๆ ที่ให้ความเป็นส่วนตัวมากกว่า หรือแม้กระทั่งการหันกลับไปใช้ระบบแชตยุคคลาสสิกอย่าง IRC แทนในอนาคต
ที่มา PC Gamer