เว็บไซต์ PC Gamer รายงานความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของวงการเอนจินพัฒนาเกม เมื่อ Matthew Bromberg ซีอีโอของ Unity ได้เปิดเผยระหว่างการแถลงผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ว่าบริษัทเตรียมจะเปิดตัวระบบ "Unity AI" เวอร์ชันอัปเกรดใหม่ล่าสุดในงาน Game Developer Conference (GDC) ที่จะจัดขึ้นในเดือนมีนาคมนี้ โดยฟีเจอร์ไม้ตายของระบบนี้คือความสามารถในการให้ผู้ใช้งาน 'พิมพ์คำสั่ง' (Prompt) ด้วยภาษาธรรมชาติ เพื่อเนรมิตเกมแนว Casual แบบเต็มรูปแบบขึ้นมาได้ทันทีโดยที่ไม่จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องการเขียนโค้ดแม้แต่บรรทัดเดียว
ผู้บริหารของ Unity ระบุว่าเป้าหมายของเครื่องมือนี้คือการลดกำแพงอุปสรรคในการเข้าสู่วงการพัฒนาเกม และช่วยให้กระบวนการเปลี่ยนจากไอเดียต้นแบบ (Prototype) ไปสู่สินค้าที่พร้อมจำหน่าย (Finished Product) เป็นเรื่องง่ายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยระบบ AI ของ Unity จะทำงานอยู่บนพื้นฐานของเอนจินตัวเอง ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้สามารถนำไปใช้งานได้จริงทันที ต่างจากคู่แข่งอย่าง 'Project Genie' ของ Google ที่เพิ่งเปิดตัวไปก่อนหน้านี้ ซึ่งทาง Unity มองว่าเป็นเพียงโมเดลสร้างโลกเสมือนที่อาจจะใช้เป็นแรงบันดาลใจได้ แต่ยังไม่สามารถทดแทนเอนจินเกมในการผลิตงานคุณภาพระดับโปรดักชันได้
อย่างไรก็ตาม การประกาศครั้งนี้สร้างความกังขาให้กับสื่อต่างประเทศและนักวิเคราะห์บางส่วน โดยเฉพาะการจำกัดคำนิยามไว้ที่ 'เกมแนว Casual' ซึ่งอาจถูกตีความได้ว่าเป็นเกมคุณภาพต่ำหรือเกมฆ่าเวลาทั่วไป รวมถึงวิสัยทัศน์ที่ต้องการให้มี 'ผู้คนนับสิบล้านคน' หันมาสร้างคอนเทนต์ด้วย AI ซึ่งดูคล้ายคลึงกับแนวคิดของ Andrew Wilson ซีอีโอของ EA ที่เคยกล่าวไว้เมื่อปี 2024 เกี่ยวกับการให้ผู้เล่นพันล้านคนมาช่วยกันสร้างเกม ซึ่งในทางปฏิบัติจริงอาจจะนำไปสู่การท่วมท้นของเกมขยะ (Shovelware) ในตลาดได้ แต่ถึงอย่างนั้น Unity ก็ยังเชื่อมั่นว่านี่จะเป็นสะพานเชื่อมสำคัญที่จะเปลี่ยนคนธรรมดาให้กลายเป็นนักสร้างเกมในยุคถัดไป
ที่มา PC Gamer