เกือบ 7 ปีนับตั้งแต่การประกาศเปิดตัวครั้งแรกในปี 2019 เกม Crimson Desert จากค่าย Pearl Abyss ได้รับความสนใจในฐานะเกมแอ็กชันผจญภัยโลกเปิด (Open-world action-adventure) ที่มีสเกลขนาดใหญ่และกิจกรรมที่หลากหลาย อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาการพัฒนาที่ยาวนานได้นำมาซึ่งข้อสงสัยจากผู้เล่นบางส่วนเกี่ยวกับทิศทางและคุณภาพของตัวเกมเมื่อถึงวันวางจำหน่ายจริง
Will Powers ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ของ Pearl Abyss ได้ให้สัมภาษณ์กับ IGN เพื่อชี้แจงถึงสถานการณ์ปัจจุบันของเกม โดยเขาระบุว่าความท้าทายหลักในตอนนี้คือการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับเกมโดยไม่ทำให้เกิดการ "โฆษณาเกินจริง" (Overhype) เขากล่าวว่าทีมงานต้องการหลีกเลี่ยงการทำให้ผู้เล่นตั้งความคาดหวังไว้สูงจนเกินไปในระดับที่คิดว่าเกมนี้จะเป็น "การจุติครั้งที่สอง" (The second coming) หรือเกมที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ เพื่อป้องกันความผิดหวังเมื่อเกมเปิดตัวจริง
Powers ยอมรับว่าการประกาศเปิดตัวเกมล่วงหน้าถึงหกปีครึ่งอาจเป็นระยะเวลาที่ยาวนานเกินไป ซึ่งเกิดจากการที่ตัวเกมมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบและทีมงานต้องพัฒนาเอนจินใหม่ไปพร้อมกัน เดิมที Crimson Desert ถูกวางตัวให้เป็นเกมภาคก่อน (Prequel) ของ Black Desert Online และเป็นเกมแนว MMORPG แต่ในเวลาต่อมาได้ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นเกมผู้เล่นคนเดียว (Single-player) แนวแอ็กชันผจญภัยโลกเปิดแทน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ผู้เล่นฝั่งผู้เล่นคนเดียวได้รับประโยชน์จากระบบต่างๆ ที่เคยถูกออกแบบมาเพื่อรองรับผู้เล่นจำนวนมากในรูปแบบ MMO
ในประเด็นของการเปรียบเทียบกับเกมอื่น Powers ยอมรับว่า Crimson Desert ได้รับแรงบันดาลใจจากเกมชื่อดังในรอบทศวรรษที่ผ่านมา แต่เขาเชื่อว่าในปัจจุบันตัวเกมมีองค์ประกอบที่ผสมผสานกันจนเกิดเป็นรูปแบบเฉพาะตัวที่ก้าวข้ามการเปรียบเทียบกับเกมใดเกมหนึ่งเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้เขายังกล่าวถึงจุดเด่นของเกมที่เอื้อให้ผู้เล่นสามารถใช้เวลาเล่นในช่วงสั้นๆ เพื่อทำกิจกรรมต่างๆ ได้โดยไม่รู้สึกกดดัน และหวังว่า Crimson Desert จะสามารถสร้างประสบการณ์การเล่นแบบผู้เล่นคนเดียวที่ผู้เล่นสามารถนำไปแบ่งปันและพูดคุยกับเพื่อนๆ ในชุมชนเกมเมอร์ได้คล้ายกับบรรยากาศการพูดคุยในอดีต
Source : IGN