จิตวิทยาเกมสยองขวัญ : ทำไมบางคนถึงหลงใหลมัน ในขณะที่บางคนเกลียดเข้าไส้

แชร์เรื่องนี้:
จิตวิทยาเกมสยองขวัญ : ทำไมบางคนถึงหลงใหลมัน ในขณะที่บางคนเกลียดเข้าไส้

ย้อนไปสมัยที่ผมยังเด็ก ผมจำได้ว่ามันจะมีเกมอยู่เเนวนึง ที่ผมไม่กล้าเล่น เเละมักจะอิดออดเวลาเพื่อนชวนผมเล่นอยู่เสมอ นั่นคือ “Horror Games” หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อของ “เกมสยองขวัญ” นั่นเอง อย่างไรก็ตาม ถึงเเม้ทุกวันนี้ ผมจะไม่ใช่เด็กเเล้ว เเต่ถึงอย่างนั้น ตัวผมเองก็ยังไม่ชอบเล่นเกมเเนวนี้อยู่ดี ผิดกับเพื่อนของผมหลายคน ที่ชอบเล่นเกมเเนวนี้มากจนถึงขั้นเป็นคอเกมสยองขวัญเลยทีเดียว

เเต่ทำไมกันละ ? ทำไมใครหลายคนถึงหลงใหลกับเกมเเนวนี้  ในขณะที่บางคนไม่ชอบ หรือมักจะหลีกเลี่ยงเกมเเนวนี้ (เเบบผม) ทำไมบางคนถึงชอบเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในเกม เพื่อรับเอาเเรงกดดัน ความกลัว หรือความไม่สบายใจกันนะ  เเล้วจะทำยังไงให้เราถึงกล้าเล่นเกมเเนวนี้มากขึ้น โดยในบทความนี้ ผมก็จะมาพาทุกคนมาไขข้อสงสัยพวกนี้นี่เเหละ โดยจะหาคำตอบผ่านเเง่มุมทางจิตวิทยาที่ศึกษาเกี่ยวกับความกลัวเเละสื่อสยองขวัญ ไม่ว่าจะเป็น ทฤษฎีที่พยายามจะอธิบายว่า ทำไมคนบางคนถึงสนุกไปกับเกมสยองขวัญ หรือเเม้เเต่วิธีรับมือความกลัวเวลาเราเล่นเกมสยองขวัญจากมุมมองทางจิตวิทยาด้วย  

ภาพจากเกม Fatal Frame 2 Remake 

เกิดอะไรขึ้นเมื่อเราเล่นเกมสยองขวัญ

ก่อนที่เราจะเข้าสู่ประเด็นหลักกัน เรามาเริ่มต้นด้วยเรื่องของ กลไกการทำงานของสมองตอนเรากลัวกันก่อนดีกว่า เพราะกลไกที่ว่านี้เเหละ ที่จะทำให้เราเข้าใจว่า ทำไมเราถึงชอบเล่นเกมสยองขวัญ ถึงเเม้ว่าเราจะรู้สึกกลัวหรือไม่สบายใจก็ตาม โดยคำอธิบายจากมุมมองทางชีววิทยานั้นชี้ว่า เวลาเรารับรู้ถึงภัยคุกคาม หรือเผชิญหน้ากับผีภายในเกม ร่างกายของเราก็จะกระตุ้นกลไก “สู้หรือหนี” (fight-or-flight) ขึ้น ซึ่งทำให้เกิดการหลั่งฮอร์โมนความเครียดอย่าง อะดรีนาลีน (Adrenaline) เเละ คอติซอล (cortisol) ตามมา เเละส่งผลทำให้เรารู้สึกกลัว ตื่นเต้น หรือไม่สบายใจ เวลาเราเผชิญหน้ากับพวกมันครับ

ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมเราถึงยังทนเล่น หรือสนุกไปกับการดูหนังผีต่อไปได้ โดยไม่สติเเตก หรือทิ้งจอยวิ่งหนีออกไปจากห้องนั้น ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะว่า สมองของเราได้ประเมินสถานการณ์เเล้วว่า สิ่งที่เราเจอในเกมนั้น มันจะไม่ออกมาฆ่าเราจริง ๆ ไม่มีอันตรายในเชิงกายภาพ เเละเรายังสามารถรับมือกับมันได้ ว่าง่าย ๆ การนั่งเล่นเกม มันก็เหมือนกับการนั่งรถไฟเหาะ ที่เเม้เราจะรู้สึกกลัว เเต่เราก็รู้ดีว่ามันไม่น่าจะฆ่าเราตายได้

อย่างไรก็ตาม นอกจากสมองจะรับรู้ว่ามันฆ่าเราไม่ได้เเล้ว อะดรีนาลีน (Adrenaline) ที่มาจากการเล่นเกมสยองขวัญ ยังช่วยกระตุ้นฮอร์โมนหรือสารสื่อประสาทอย่าง โดปามีน (Dopamine) ที่เกี่ยวข้องกับความสุขเเละความพึงพอใจได้อีกต่างหาก กล่าวคือ เวลาเราเล่นเกมสยองขวัญนั้น นอกจากเราจะกลัวเเล้ว มันยังมาพร้อมกับความสุขที่ทำให้เราอยากกลับมาเล่นเกมเเนวนี้อีก ซึ่งตัวอย่างของความสุขจากการเล่นเกมสยองขวัญ โดยมากจะมาจากความรู้สึกโล่งอก เวลาเรารอดจากพวกผีภายในเกม หรือเวลาเราเจอจุดเซฟหลังจากหนีซอบบี้มาเนิ่นนานครับ  

โดยทฤษฎีหนึ่งที่มีประโยชน์ต่อการทำความเข้าใจ ความรู้สึกโล่งอกโล่งใจเช่นนี้ นั่นก็คือ ทฤษฎีการถ่ายโอนความเร้าอารมณ์ของ Zillmann ซึ่งเป็นทฤษฎีที่เสนอว่า ความสนุกของการเสพสื่อสยองขวัญนั้น หลัก ๆ จะมาจากความสัมพันธ์ระหว่าง ความรู้สึกตึงเครียดที่ตัวเกมสร้างขึ้น กับการคลี่คลายความตึงเครียดที่ว่านี้ โดยยิ่งตัวเกมมันตึงเครียดหรือกดดันมากเท่าไหร่ เวลาเราเล่นผ่าน หรือรอดจากมัน เราก็ยิ่งรู้สึกโล่งใจ เเละรู้สึกปิติสุขมากเท่านั้น (Euphoria) ว่าง่าย ๆ นอกจากเกมสยองขวัญจะทำให้เรารู้สึกตื่นเต้นเเล้ว มันยังทำให้เรารู้สึกโล่งใจ เเละก่อให้เกิดความปิติสุขด้วย เเละด้วยความรู้สึกเหล่านี้เอง มันจึงไม่น่าเเปลกใจว่าทำไมใครหลายคนถึงสนุกไปกับเกมเเนวนี้ หรือถึงขั้นชื่นชอบเกมเเนวนี้เลยด้วยซ้ำ

ภาพจากเกม Outlast 2

ทำไมบางคนถึงชอบเล่นเกมสยองขวัญ ในขณะที่บางคนเกลียดเข้าไส้

ถึงเเม้เกมเเนวสยองขวัญจะเป็นเกมที่สนุกสำหรับใครหลายคน เเต่สำหรับบางคน นี่กลับไม่ใช่เเนวเกมที่พวกเขาสันทัดกันสักเท่าไหร่ เพราะสำหรับพวกเขาเเล้ว เกมเเนวนี้มันไม่สนุกเลย หรือถึงขั้นทรมานเเละไม่อยากจะเล่นด้วยซ้ำไป เเต่ทั้งนี้ อะไรกันละ ที่ทำให้คนบางคนชอบหรือไม่ชอบเกมเเนวนี้ หรือมีอะไรที่เป็นตัวกำหนดรสนิยมความชอบในเกมสยองขวัญบ้างหรือเปล่า

โดยจากงานศึกษาทางจิตวิทยา ก็ได้มีหลายทฤษฎีที่พยายามอธิบายว่า ทำไมคนบางคนถึงชอบความกลัวมากกว่าคนอื่น ซึ่งหนึ่งในนั้นเสนอว่า ความเเตกต่างที่ว่านี้อาจเกี่ยวข้องกับสารเคมีในสมอง เช่น คนที่ชอบเล่นเกมสยองขวัญ อาจจะไวต่อผลตอบเเทนโดปามีนที่ได้จากการเสพสื่อประเภทนี้ เเต่ทั้งนี้ นอกจากเรื่องของสารเคมีเเล้ว อีกทฤษฎีที่น่าสนใจไม่เเพ้กันก็คือ เรื่องของบุคลิกภาพ ที่คนที่ชอบสื่อสยองขวัญมักจะมีบุคลิกภาพเเบบ Sensation-Seeking ในขณะที่พวกที่เกลียดสื่อประเภทนี้มักจะมีบุคลิกภาพที่ตรงกันข้ามกันอย่าง Thrill-Avoiders

โดยบุคลิกภาพเเบบ Sensation-Seeking หรือผู้เเสวงหาความตื่นเต้นนั้น หลัก ๆ จะเป็นผู้ที่ชอบความรู้สึกเวลาอะดรีนาลีนพุ่งพล่าน เเละมองสิ่งที่น่าตกใจว่าเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น ผิดกับ Thrill-Avoiders หรือผู้หลีกเลี่ยงความระทึก ซึ่งมักจะมองความสยองขวัญว่าเป็นอะไรที่ไม่พึงประสงค์ หนวกหู น่ารำคาญ หรือไม่สบายใจ ไม่เพียงเท่านั้น นักจิตวิทยายังค้นพบอีกว่า ผู้ที่มีบุคลิกเเบบ  Sensation-Seeking มักจะมีความไวต่อภัยคุกคามน้อยกว่าผู้ที่มีบุคลิกเเบบ Thrill-Avoiders อีกด้วย

เล่นน่ากลัวกว่าดูไหม เเล้วเราจะลดความกลัวเวลาเล่นเกมสยองขวัญได้อย่างไร

สิ่งหนึ่งที่ทำให้การเล่นเกมสยองขวัญนั้นยากกว่าการดูเฉย ๆ ก็คือ การเล่นเกมนั้น เราจะไม่สามารถปิดหู ปิดตา เเล้วรอให้มันเล่นไปเองได้ เพราะถ้าเราทำเเบบนั้น เราก็คงเล่นเกมไม่จบกันพอดี ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีงานวิจัยบางชิ้นที่ชี้ว่า การเล่นเกมนั้นน่ากลัวกว่าการนั่งดูเฉย ๆ ด้วย ซึ่งหนึ่งในงานวิจัยนี้ ได้เเก่ งานวิจัยของ Madsen ที่เขาได้ทำการทดลองให้คนสองกลุ่ม เล่นเเละดูคลิปเกมสยองขวัญชื่อว่า PT (playable teaser) โดยจากการศึกษาพบว่า คนที่เล่นเกมด้วยตัวเองนั้นมีอัตราการหายใจ เเละการเต้นของหัวใจที่มากกว่าคนที่เอาเเต่ดูเฉย ๆ ซึ่งบ่งชี้ถึงปฏิกิริยาความกลัวที่เข้มข้นกว่านั่นเอง

อย่างไรก็ตาม เเม้การเล่นเกมสยองขวัญจะเป็นเรื่องยาก เเต่ผมเชื่อว่า คงมีคนจำนวนไม่น้อยที่อยากจะเล่นเกมเเนวนี้ด้วยตัวเอง (ไม่ว่าจะเพราะอยากจะเสพเนื้อเรื่องเอง หรืออยากลองท้าทายตัวเองดู) เเต่กลับรู้สึกกลัวหรือไม่กล้าเล่น ซึ่งความกลัวที่ว่านี้ เราจะสามารถลดมันได้อย่างไรละ นี่คือสิ่งที่เราจะมาพูดถึงกันในพาร์ทนี้ครับ

โดยวิธีลดหรือรับมือกับความกลัวนี้ ก็มีอยู่หลายวิธีด้วยกัน ซึ่งได้เเก่

  1. การทำให้ชินผ่านการเผชิญความกลัวทีละน้อย (Desensitization) โดยวิธีนี้ ก็ตรงไปตรงมา คือเราจะเลิกกลัวหรือกลัวน้อยลงได้ ถ้าเราเล่นเกมสยองขวัญมามากพอ ซึ่งตรงนี้เราอาจจะเริ่มจากการเล่นเกมที่น่ากลัวน้อย ๆ เเล้วค่อยไต่ระดับไปเล่นเกมที่น่ากลัวขึ้นเรื่อย ๆ เช่นเล่นเกมที่ภาพไม่สมจริง หรือเล่นเกมที่เราสามารถควบคุมตัวละครให้โต้ตอบกับผีได้ ไม่ใช่เอาเเต่หนีผีเพียงอย่างเดียว
  2. การจัดการกับความคิดตัวเองเวลาเล่น (Cognitive strategies) นี่คือวิธีที่ผมมักจะใช้กับตัวเองเสมอเวลาเล่นเกมสยองขวัญ นั่นคือ การคิดหรือพูดออกมาว่า สิ่งที่เราเห็นในเกมมันไม่ใช่ของจริง มันเป็นเพียงตัวละคร NPC หรือ BOT ที่ถูกตั้งโปรเเกรมมาเท่านั้น หรือพยายามมองหากลไกการทำงานของมันว่ามันถูกสร้างขึ้นมาได้ยังไง มีกระบวนการทำงาน หรือเบื้องหลังอย่างไรบ้าง
  3. การจัดการกับสภาพเเวดล้อม เเละหาความสบายใจจากผู้อื่น (Interpersonal Comfort) เช่น การหาใครสักคนมานั่งดูข้าง ๆ เวลาเราเล่น หรือพยายามเล่นในสภาพเเวดล้อมที่น่ากลัวน้อย เช่น เล่นในที่เปิดที่มีคนอยู่เยอะ หรือเล่นตอนกลางวัน เป็นต้น

ซึ่งสำหรับวิธีข้างต้น ในเเง่หนึ่งมันอาจจะไม่ได้ครอบคลุมทั้งหมดเเละอาจไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน ดังนั้น ถ้าใครมีวิธีที่ดีกว่า ใช้ได้ผล หรือเป็นประโยชน์สำหรับคนอื่น ๆ ก็สามารถมาเเลกเปลี่ยน หรือพูดคุยกันได้นะ เเละสุดท้ายนี้ผมก็อยากจะถามทุกคนว่า เเล้วคุณละชอบเกมสยองขวัญไหม หรือว่าเกลียดเกมเเนวนี้กัน ?

อ้างอิง : The Psychology of Fear: Exploring the Science Behind Horror Entertainment

Madsen, K. E. (2016). The differential effects of agency on fear induction using a horror-themed video game. Computers in Human Behavior, 56, 142–146. doi: 10.1016/j.chb.2015.11.041

Martin, G. N. (2019). (Why) do you like scary movies? A review of the empirical research on psychological responses to horror films. Frontiers in psychology, 10, 2298.
Zillmann, D. (1983). Transfer of excitation in emotional behavior. In J. T. Cacioppo & R. E. Petty (eds.), Social psychophysiology: A sourcebook. New York: Guilford, pp. 215–240
Zuckerman, M. (1988). Sensation seeking and behavior disorders. Archives of General Psychiatry, 45, 502–503. doi: 10.1001/archpsyc.1988.01800290124017

แชร์เรื่องนี้:
Trollนะคะ
Trollนะคะ

Content Writer

เรื่องที่เกี่ยวข้อง