ทำไมเกมเมอร์บางคนถึงทำตัว Toxic ในเกม ?

แชร์เรื่องนี้:
ทำไมเกมเมอร์บางคนถึงทำตัว Toxic ในเกม ?

“โดยเนื้อเเท้เเล้ว ไม่มีเกมเมอร์คนไหน Toxic หรอก เเต่เป็นเพราะบริบท จากทั้งในเกมเเละนอกเกมต่างหากที่บิดเบือนพฤติกรรมของพวกเขาไป สิ่งเเวดล้อมที่ทำให้เเม้เเต่คนดี ๆ เปลี่ยนไปเป็นผู้เล่นสุด Toxic”

Jeffrey Lin หัวหน้าทีมฝ่ายออกเเบบสังคมเกมของเกม League of Legends

เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมผู้เล่นบางคนถึงเเสดงพฤติกรรมสุด Toxic ออกมาได้ ทั้งที่ในชีวิตจริงเขาอาจจะไม่ใช่คนเเบบนั้นเลยก็ตาม ? มันเป็นเพราะความ Toxic ที่ซุกซ่อนอยู่ในตัว หรือเป็นเพราะบริบทในเกมที่ทำให้เขากลายเป็นคน Toxic กันเเน่ ซึ่งสำหรับคำถามนี้ Dr. Jeffrey Lin นักจิตวิทยาที่ทำงานให้กับ Riot นั้นเชื่อว่าเป็นเเบบหลัง โดยเขามองว่าระบบในเกมต่างหากที่เป็นตัวกำหนดพฤติกรรมของผู้เล่น ด้วยเหตุนี้เขาจึงพยายามพัฒนาระบบในเกม League of Legends ให้ดียิ่งขึ้น โดยเชื่อมั่นว่า หากระบบเกมดี พฤติกรรม Toxic ต่าง ๆ ก็จะลดลงไปด้วย (League of Legends คือเกมเเนว Moba ที่ให้บริการโดย Riot ซึ่งตัวเกมจะเเบ่งทีมออกเป็นสองทีม ทีมละ 5 คน โดยที่เเต่ละคนจะได้เล่นเป็นตัวละครที่เเตกต่างกันออกไป)

อย่างไรก็ตามนี่ก็ไม่ใช่งานที่ง่ายเลย เพราะปัญหาพฤติกรรม Toxic นั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยด้วยกัน เเต่ทั้งนี้สาเหตุหลัก ๆ ที่นักจิตวิทยาต่างเชื่อว่าเป็นต้นตอของปัญหานี้ก็คือ 

  • การปกปิดตัวตน
  • การรวมกลุ่ม
  • การไม่ต้องรับความผิด

โดยสาเหตุเเรกที่เปลี่ยนคนให้ Toxic ก็คือ เรื่องของ Anonymity หรือการปกปิดตัวตน ซึ่งในอดีตเคยมีงานวิจัยชิ้นหนึ่งพยายามทดลองพฤติกรรมการลักขโมยของเด็ก ๆ ในวันฮาโลวีน โดยการทดลองจะจัดให้เด็ก ๆ ใส่ชุดฮาโลวีน เพื่อไปหยิบลูกอมที่อยู่ในตะกร้า โดยมีกฏให้เด็ก ๆ หยิบลูกอมไปเเค่ 1 เม็ดเท่านั้น ห้ามหยิบเงินที่อยู่ในตะกร้าไป จากนั้นก็เเบ่งเด็กออกเป็นสองกลุ่ม ระหว่างเด็กที่บอกชื่อตัวเองก่อนหยิบ กับเด็กที่ปกปิดชื่อตัวเองไว้ ซึ่งผลการทดลองได้ข้อสรุปว่า เด็กที่ปกปิดชื่อตัวเองมีเเนวโน้มที่จะขโมยเงินมากกว่า อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ผู้ทดลองกลับพบอีกว่า เด็กปกปิดชื่อที่มาเป็นกลุ่ม หรือ Grouping นั้นจะมีเเนวโน้มที่จะขโมยเงินมากกว่าเด็กปกปิดชื่อที่มาคนเดียวถึงสองเท่าเลยทีเดียว เพราะการอยู่เป็นกลุ่มจะทำให้เรารู้สึกปลอดภัยกว่า เเละรู้สึกว่าคงไม่มีใครจำเราได้

เเละเเม้ว่าการทดลองที่ว่านี้ จะไม่เกี่ยวกับพฤติกรรม Toxic ในเกมออนไลน์โดยตรง เเต่ถึงอย่างนั้นมันก็สามารถนำมาอธิบายพฤติกรรม Toxic ที่เกิดขึ้นได้ เพราะในเกมออนไลน์ เราก็ต่างปกปิดตัวตนของเราไว้ เเละบ่อยครั้งการมากับเพื่อนก็อาจทำให้เราเเสดงพฤติกรรม Toxic มากกว่าเดิมด้วย

กลับมาที่เรื่องของ Dr. Jeffrey Lin กันบ้างดีกว่า โดยหลังจากเขาเข้ามาทำงานกับ Riot ในปี 2012 เขาก็ได้พัฒนาระบบหลายอย่างที่ช่วยลดพฤติกรรม Toxic ในเกมได้ อย่างเเรกเลยคือ ระบบปิดเเชทฝ่ายตรงข้าม ที่เราสามารถเลือกปิดเเชทเพื่อป้องกันการพูดถากถาง หรือด่าทอ ซึ่งหลังจากระบบนี้เข้ามา ข้อมูลของทาง Riot ที่เก็บสถิติการเเชท ก็พบว่า มีการเเชทเชิงลบในเกมน้อยลงไปถึง 32.7 เปอร์เซ็นต์ เเละมีการเเชทเชิงบวกเพิ่มขึ้นถึง 35.5 เปอร์เซ็นต์

ระบบต่อมาคือ การเเฝงข้อความดี ๆ ลงไปตรงหน้าโหลดเข้าเกม เช่นใส่คำว่า “ผู้เล่นที่ร่วมมือกับผู้เล่นอื่นจะมีโอกาสชนะเพิ่มขึ้น” หรือ “ผู้เล่นจะเล่นได้เเย่ลงหากมีการด่าทอกันในเกม” ซึ่งการใส่ข้อความพวกนี้ลงไปจะทำให้สมองของเราซึมซับพฤติกรรมดี ๆ ไปด้วย ซึ่งจะเห็นได้จากข้อมูลสถิติหลังจากนำระบบนี้เข้ามาว่า ทำให้ผู้เล่นด่าทอกันน้อยลงถึง 8.34 เปอร์เซ็นต์ เเละมีผู้เล่นรีพอร์ตผู้เล่นอื่นน้อยลงกว่า 11 เปอร์เซ็นต์

นอกจากนี้เขาก็ยังเป็นผู้คิดระบบอื่น ๆ อีกมากมาย อย่างเช่น ระบบเกียรติยศ (Honor) เเละระบบลงโทษ ที่เราสามารถโหวตให้รางวัลผู้เล่นที่มีพฤติกรรมดี เเละเเจ้งรีพอร์ตผู้เล่นที่เเสดงพฤติกรรม Toxic ได้หรือระบบ Quick Play ที่เป็นการเเก้ปัญหาความตึงเครียดในช่วงของการเลือกตัวละคร ที่ก่อให้เกิดการด่าทอกันในเเชทหน้าเลือกตัว ทางทีมงานเลยเเก้ปัญหาด้วยการตัดช่วงดังกล่าวไป เเละให้ทุกคนเลือกตัวละครก่อนที่จะกดหาห้องเล่น เพื่อที่ทุกคนจะได้เล่นในตำเเหน่งที่อยากเล่น เเถมลดปัญหา Toxic ไปด้วยในตัว

กล่าวโดยสรุปคือ สาเหตุที่ทำให้คนธรรมดากลายเป็นผู้เล่นสุดเเสนจะ Toxic นั้นอาจมีหลายปัจจัยด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น การปกปิดตัวตน การร่วมกลุ่ม หรือการไม่ต้องรับผิด เเต่อย่างไรก็ตามเราก็สามารถลดปัญหาที่ว่านี้ได้จากการเเก้ไขสภาพเเวดล้อมในเกมให้เหมาะสมครับ

อ้างอิง : Getting Gamers: The Psychology of Video Games and Their Impact on the People who Play Them , Jamie Madigan

แชร์เรื่องนี้:
Trollนะคะ
Trollนะคะ

Content Writer

เรื่องที่เกี่ยวข้อง