ทีมสร้าง Warframe ร่วมอาลัยหลัง Destiny 2 ยุติพัฒนา ลั่น "ถ้าไม่มี Bungie ก็คงไม่มีพวกเราในวันนี้"

แชร์เรื่องนี้:
ทีมสร้าง Warframe ร่วมอาลัยหลัง Destiny 2 ยุติพัฒนา ลั่น "ถ้าไม่มี Bungie ก็คงไม่มีพวกเราในวันนี้"

เว็บไซต์ GamesRadar+ ได้รายงานว่า หลังจากการประกาศปิดฉากและยุติต่อลมหายใจการพัฒนาคอนเทนต์ใหม่ของเกม Destiny 2 โดยค่าย Bungie สองผู้บริหารและหัวหน้าทีมพัฒนาของเกมคู่แข่งรายสำคัญอย่าง Warframe ได้แก่ Rebb Ford ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ และ Pablo Alonso ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ จากค่าย Digital Extremes ได้ออกมาร่วมแสดงความไว้อาลัยและเปิดเผยความในใจในฐานะแฟนเกมเดนตายที่เติบโตมาพร้อมกับผลงานของสตูดิโอแห่งนี้

แม้ว่าในเชิงประวัติศาสตร์ตัวเกม Warframe จะเปิดให้บริการล่วงหน้าก่อนซีรีส์ Destiny อยู่ช่วงหนึ่ง แต่ทั้งสองเกมต่างถูกยกย่องให้เป็นสองยักษ์ใหญ่ที่ร่วมกันบุกเบิกและครองส่วนแบ่งตลาดในฐานะผู้นำของเกมแนว Live-Service Looter-Shooter (เกมเดินหน้ายิงเก็บเลเวลล่าไอเทม) มาอย่างยาวนาน ซึ่งทีมงานของ Digital Extremes จำนวนมากก็เป็นกลุ่มผู้เล่นที่ใช้เวลาอยู่ในจักรวาลของ Bungie เช่นเดียวกัน

Rebb Ford ได้บอกเล่าความผูกพันของเธอที่มีต่อทีมงาน Bungie โดยย้อนความไปตั้งแต่ตอนที่เธออายุ 16 ปีและได้สัมผัสกับเกม Halo 3 พร้อมทั้งกล่าวยกย่องว่าซีรีส์เกมเหล่านี้เปรียบเสมือนเสาหลักแห่งแรงบันดาลใจที่ส่งผลต่อการสร้างสรรค์ผลงานของเธอในปัจจุบัน

"ถ้าไม่มีมรดกทางชิ้นงานและประวัติศาสตร์ที่สร้างขึ้นโดยเกมของค่าย Bungie มันก็คงจะไม่มีเกม Warframe เกิดขึ้นมาในโลกนี้เช่นกัน ซีรีส์ Destiny เคยเป็นและยังคงเป็นพลังงานขับเคลื่อนทางธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ เป็นชิ้นงานที่โอบอุ้มและได้รับความรักจากผู้คนมากมายมหาศาลที่ครั้งหนึ่งเคยได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่เกรียงไกรที่สุดในวงการเกม" Rebb Ford กล่าวอย่างซาบซึ้ง

นอกจากนี้ Pablo Alonso ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ ยังได้แสดงความเห็นอกเห็นใจต่อความรู้สึกของกลุ่มผู้เล่น Destiny 2 ที่กำลังเผชิญหน้ากับความว่างเปล่า โดยเขาได้หยิบยกประสบการณ์ส่วนตัวในอดีตตอนที่เกมโปรดของเขาอย่าง Heroes of the Storm ประกาศยุติการพัฒนา ซึ่งในเวลานั้นมักจะมีผู้คนเข้ามาแนะนำให้ย้ายไปเล่นเกมแนวเดียวกันอย่าง League of Legends หรือ Dota 2 ซึ่งตัวเขามองว่าคำแนะนำเหล่านั้นไม่ได้ช่วยเยียวยาความรู้สึก เพราะความจริงคือผู้เล่นกำลังเสียใจที่ผลงานที่ตนเองรักกำลังจะหายไป และไม่ได้ต้องการคำโอ้อวดว่าเกมอื่นดีกว่าอย่างไร ซึ่งสิ่งนี้สะท้อนถึงสถานการณ์ของแฟนเกม Destiny 2 ที่ต้องยอมรับความจริงว่าในปัจจุบันยังไม่มีเกมยิงอวกาศเกมใดที่สามารถมอบรสชาติ งานภาพ และระบบการเล่นในโหมด PvE ระดับสูงอย่างการลง Raids ได้เทียบเท่ากับผลงานชิ้นนี้

แม้ว่าตัวเกม Destiny 2 จะยังคงเปิดระบบเซิร์ฟเวอร์ให้สามารถเข้าไปกดเล่นได้ตามปกติในปัจจุบัน และทาง Sony Interactive Entertainment ร่วมกับ Bungie จะยังไม่ได้สั่งปิดตัวไอพีนี้อย่างถาวร แต่การหยุดอัปเดตเนื้อหาใหม่บวกกับการที่สตูดิโอไม่มีโครงการพัฒนาเกมภาคต่ออื่น ๆ ในสายงาน นอกเหนือจากเกม Marathon ที่กำลังอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบาก ก็ถือเป็นการปิดฉากยุคสมัยดั้งเดิมของหนึ่งในเกมยิงที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรมเกมอย่างเป็นทางการ

Destiny 2

ที่มา GamesRadar+

แชร์เรื่องนี้:
Badeedooboy
Badeedooboy

Content Writer

เรื่องที่เกี่ยวข้อง