หลังจากที่เกม Slay the Spire 2 ได้เปิดตัวในรูปแบบ Early Access ไปเมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา สื่อต่างประเทศ Destructoid ได้เผยแพร่บทสัมภาษณ์ของ Casey Yano ผู้ร่วมก่อตั้งสตูดิโอ Mega Crit และหนึ่งในทีมผู้พัฒนาเกม ถึงทิศทางและแนวคิดในการสร้างสรรค์ภาคต่อของเกมการ์ดโร้กไลก์ยอดฮิตนี้ โดยประเด็นที่น่าสนใจที่สุดคือการตอกย้ำจุดยืนของทีมงานที่ไม่สนับสนุนระบบการหาเงินแบบยัดเยียด Yano ระบุอย่างชัดเจนว่าพวกเขาเกลียดระบบ Microtransaction แม้ว่าจะมีผู้เล่นจำนวนมากเรียกร้องและพร้อมที่จะจ่ายเงินซื้อไอเทมตกแต่งก็ตาม ทางทีมงานต้องการให้ผู้เล่นทุกคนได้รับประสบการณ์และเข้าถึงเนื้อหาของเกมได้อย่างเท่าเทียมกัน เพื่อให้เกิดการพูดคุยและถกเถียงเรื่องความสมดุลของเกม ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของแฟรนไชส์นี้ โดยเขายืนยันว่าในภาค 2 นี้ ทีมงานได้ให้ความสำคัญกับความสมดุลมากกว่าภาคแรก เนื่องจากมีความคุ้นเคยกับเครื่องมือการพัฒนาที่ถูกปรับปรุงให้ดีขึ้น
ในด้านของการดัดแปลงตัวเกมหรือระบบม็อด (Mod) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สร้างสีสันให้กับเกมภาคแรกบนแพลตฟอร์ม PC ทางทีมงานยืนยันว่าผู้เล่นจะยังคงสามารถปรับแต่งโค้ดของเกมได้อย่างอิสระเช่นเดิม และในภาคนี้ทีมงานได้มุ่งเน้นไปที่การลดอุปสรรคในการสร้างม็อด เพื่อให้ผู้เล่นและนักพัฒนาอิสระมีทรัพยากรและจุดเริ่มต้นที่เข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น แม้จะยังไม่มีการยืนยันว่าจะมีการปล่อยเครื่องมือสำหรับสร้างม็อดอย่างเป็นทางการออกมาหรือไม่ อย่างไรก็ตาม Yano ระบุว่าทีมงานจะไม่ปล่อยให้ภาระการเพิ่มคอนเทนต์ตกเป็นของกลุ่มนักทำม็อดเพียงฝ่ายเดียว โดยพวกเขาตั้งใจที่จะอัปเดตเนื้อหาใหม่ๆ เข้าไปในช่วง Early Access อย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้กระทบต่อความรู้สึกภาคภูมิใจในความสำเร็จของผู้เล่นจากการปรับสมดุลที่บ่อยเกินไป

นอกจากนี้ สำหรับแฟนเกมระดับฮาร์ดคอร์ Slay the Spire 2 ได้มีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ที่น่าสนใจอย่างระบบติดตามสถิติการชนะต่อเนื่อง (Win Streak Tracker) ซึ่งจะแยกเก็บสถิติตามแต่ละตัวละคร เพื่อให้ผู้เล่นสามารถท้าทายสถิติเดิมของตนเองได้ แม้จะยอมรับว่าระบบนี้อาจถูกโกงได้ง่าย แต่ทีมงานก็ไม่มีแผนที่จะใส่ระบบป้องกันการโกง (Anti-cheat) ที่ละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้เล่นแต่อย่างใด เมื่อถูกถามถึงประเด็นที่ว่าปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาจจะเข้ามาไขปริศนาและเอาชนะเกมนี้ได้ในอนาคต Yano ได้ให้ความเห็นว่าเขาไม่ได้กังวลกับเรื่องดังกล่าว เพราะความสนุกที่แท้จริงของการเล่นเกมคือการได้เรียนรู้และทำผิดพลาด เช่นเดียวกับการเล่นหมากรุกที่ความสนุกไม่ได้อยู่ที่การเดินหมากตามอัลกอริทึมที่สมบูรณ์แบบเสมอไป ทิ้งท้ายด้วยโหมดการเล่นทางเลือกอย่าง Daily Runs และ Endless Mode ที่ทีมงานใส่เข้ามาเพื่อตอบสนองความสงสัยของผู้เล่นที่อยากลองสัมผัสกฎเกณฑ์ที่แตกต่างออกไปจากโหมดปกติ
ที่มา Destructoid