บอสใหญ่ Embark Studios เผยเบื้องหลังสร้าง Arc Raiders ด้วยทุนเพียง 1 ใน 4 ของเกมฟอร์มยักษ์

แชร์เรื่องนี้:
บอสใหญ่ Embark Studios เผยเบื้องหลังสร้าง Arc Raiders ด้วยทุนเพียง 1 ใน 4 ของเกมฟอร์มยักษ์

สื่อข่าวต่างประเทศ GamesIndustry ได้เผยแพร่บทสัมภาษณ์เจาะลึกของ Patrick Söderlund CEO และผู้ก่อตั้ง Embark Studios (พ่วงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารของ Nexon) ถึงเบื้องหลังความสำเร็จของผลงานเกมล่าสุดอย่าง Arc Raiders ที่สามารถทำยอดขายไปได้แล้วกว่า 14 ล้านชุดนับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อเดือนตุลาคม 2025 ที่ผ่านมา สิ่งที่น่าทึ่งคือโปรเจกต์นี้ถูกประเมินว่าใช้งบประมาณในการพัฒนาเพียง 1 ใน 4 ของเกมระดับ AAA ทั่วไปเท่านั้น โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าใช้ทุนสร้างรวมงบการตลาดไปราว 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นิยามใหม่ของเกม AAA และการลดทอนขั้นตอนที่น่าเบื่อ

Söderlund มองว่าความเป็นเกม AAA ไม่ได้ถูกกำหนดด้วยขนาดของทีมงาน แต่วัดกันที่ 'คุณภาพของผลงาน' ที่ส่งมอบให้ผู้เล่น ปัจจุบัน Embark Studios มีพนักงานเพียง 360 คน ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับค่ายเกมยักษ์ใหญ่ ทีมงานเลือกที่จะตั้งคำถามกับกระบวนการทำงานแบบเดิมๆ โดยนำเทคโนโลยีอย่างระบบภูมิประเทศจาก Google Maps, Photogrammetry (การสร้างโมเดล 3 มิติจากภาพถ่าย) และ Procedural generation มาใช้สร้างทิวทัศน์และสภาพแวดล้อม เพื่อลดทอนกระบวนการทำงานที่ซ้ำซากจำเจ ทำให้สตูดิโอสามารถแข่งขันในตลาด AAA ได้ด้วยงบประมาณที่น้อยกว่ามาก

เคลียร์ชัดประเด็นการใช้ AI สร้างเสียงพากย์

สำหรับข้อครหาที่ว่าสตูดิโอใช้ AI สร้างเสียงพากย์เพื่อลดต้นทุนหรือทดแทนนักพากย์ตัวจริงในเกม The Finals และ Arc Raiders นั้น Söderlund ปฏิเสธอย่างชัดเจน เขายืนยันว่าสตูดิโอยังคงจ่ายเงินค่าจ้างและค่าลิขสิทธิ์ให้กับนักแสดงมืออาชีพตามปกติ โดย AI ถูกมองว่าเป็นเพียง "เครื่องมือในขั้นตอนการผลิต" ที่ช่วยให้ทีมงานสามารถทดสอบบทพูดนับสิบแบบได้อย่างรวดเร็วก่อนที่จะไปอัดเสียงจริง นอกจากนี้เขายังยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า นักพากย์มืออาชีพให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า AI มาก จนทีมงานต้องทำการบันทึกเสียงมนุษย์จริงๆ ทับเสียง AI บางส่วนในเกม Arc Raiders หลังจากที่เกมวางจำหน่ายไปแล้ว

เปลี่ยนเกมเฉพาะกลุ่มให้เข้าถึงมหาชน

อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญคือการปรับเปลี่ยนทิศทางของ Arc Raiders จากเกมยิง Co-op มุมมองบุคคลที่สาม มาเป็นแนว Extraction shooter ทีมงานตั้งเป้าที่จะสร้าง "Extraction adventure" ที่เข้าถึงผู้เล่นในวงกว้างได้ง่ายขึ้น ลดความยุ่งยากในการจัดการเมนูในช่วงเริ่มต้นเกม นอกจากนี้ เขายังได้กล่าวชื่นชมเกมคู่แข่งอย่าง Marathon จากค่าย Bungie ว่าแม้จะเป็นเกมที่เน้นความฮาร์ดคอร์และโหมด PvP มากกว่า แต่ก็มีระบบความก้าวหน้าที่ทำออกมาได้ดีเยี่ยม และทีมงานก็สามารถพลิกวิกฤตจากช่วงทดสอบทางเทคนิคให้กลับมาดีขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

มุมมองต่อวิกฤตเลย์ออฟค่ายยักษ์ใหญ่

ในฐานะอดีตผู้บริหารระดับสูงของ EA และ DICE ทาง Söderlund ได้แสดงความเห็นใจต่อพนักงานทั้ง 4 สตูดิโอ (DICE, Criterion, Motive และ Ripple Effect) ที่เพิ่งถูก EA สั่งปลดเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา แม้ว่าผลงานอย่าง Battlefield 6 จะทำยอดขายถล่มทลายถึง 7 ล้านชุดใน 3 วันแรก และกลายเป็นเกมขายดีที่สุดในสหรัฐอเมริกาปี 2025 ก็ตาม เขามองว่านี่ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะของ EA แต่เป็นปัญหาโครงสร้างของทั้งอุตสาหกรรมเกมที่เผชิญกับสภาวะการขยายตัวของสเกลงานและงบประมาณที่บานปลาย บริษัทขนาดใหญ่ที่ยึดติดกับระบบเก่า (Legacy systems) จำเป็นต้องใช้เวลาในการปรับตัวและเพิ่มประสิทธิภาพให้องค์กร

ก้าวต่อไปของ Embark Studios

สำหรับแผนการในอีก 5 ปีข้างหน้า Söderlund วางเป้าหมายไว้ว่าสตูดิโอจะยังคงสนับสนุนและรักษายอดผู้เล่นของ The Finals และ Arc Raiders เอาไว้ให้ได้อย่างมั่นคง พร้อมกับเตรียมเปิดตัวผลงานใหม่อีก 2 โปรเจกต์ที่กำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นพัฒนา รวมเป็น 4 เกมในพอร์ตโฟลิโอ อย่างไรก็ตาม เขายืนยันเจตนารมณ์เดิมอย่างหนักแน่นว่าจะไม่ขยายขนาดทีมงานให้ใหญ่โตไปถึงระดับ 600-800 คน หรือแตะหลักพันคนอย่างแน่นอน เพื่อรักษาสมดุลและความคล่องตัวในการทำงานเอาไว้

ที่มา GamesIndustry

แชร์เรื่องนี้:
Badeedooboy
Badeedooboy

Content Writer

เรื่องที่เกี่ยวข้อง