เว็บไซต์ IGN รายงานบทสัมภาษณ์ของ Hyungjun Kim หรือ Kjun หัวหน้าสตูดิโอผู้พัฒนาเกม inZOI จากค่าย Krafton ในช่วงถามตอบที่สำนักงานใหญ่กรุงโซล เนื่องในโอกาสที่ตัวเกมเปิดให้บริการแบบ Early Access ครบรอบ 1 ปีเต็ม โดยเขาได้เปิดเผยถึงความยากลำบากและความสำเร็จตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา
Kim ยอมรับว่าการสร้างเกมแนวจำลองการใช้ชีวิตนั้นยากกว่าที่คาดไว้มาก ถึงขั้นที่ว่าหากย้อนเวลากลับไปได้ เขาอาจจะลังเลที่จะริเริ่มโปรเจกต์นี้ ประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้เขาเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าเหตุใดซีรีส์ The Sims จึงสามารถครองความยิ่งใหญ่มาได้ตลอด 3 ทศวรรษ และเข้าใจเหตุผลที่ The Sims 4 เลือกที่จะทิ้งระบบโลกเปิดกว้างจากภาค 3 แล้วหันมาใช้ระบบโหลดฉากแทน เนื่องจากระบบโลกเปิดกว้างนั้นมีความซับซ้อนสูงมากจนแทบจะไม่มีทีมพัฒนาอื่นกล้าทำ

แม้ Kim จะมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมเกมมานานถึง 29 ปี แต่เขาก็พบว่าวิสัยทัศน์ที่วางไว้สำหรับ inZOI นั้นอาจจะเกินกำลังไปสักหน่อย ด้วยเหตุนี้ทางทีมงานจึงเคยปล่อยเดโมออกมาให้ลองเล่นก่อน เพื่อคัดกรองผู้เล่นและป้องกันการตัดสินใจซื้อที่ผิดพลาด แม้ตัวเกมจะประสบความสำเร็จอย่างงดงามด้วยยอดขาย 1 ล้านชุดในสัปดาห์แรก และทำยอดขายรวมบน PC ไปแล้วกว่า 1.5 ล้านชุดในขวบปีแรก พร้อมกับแผนการทำลงเครื่องคอนโซล แต่ยอดผู้เล่นพร้อมกันบน Steam กลับลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทาง Krafton มองว่าสำหรับเกมผู้เล่นคนเดียว ยอดขายถือเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญกว่า
ทางด้าน Kim ไม่ได้ให้ความสำคัญกับตัวเลขยอดขายมากนัก แต่กลับมุ่งเน้นไปที่การดูแลแฟนเกมที่คอยสนับสนุน เขายอมรับว่าเกมในช่วงเปิดตัวยังมีข้อบกพร่องอยู่มาก และเหตุผลที่ต้องเปิดแบบ Early Access เป็นเพราะทีมงานไม่สามารถตรวจสอบผลลัพธ์ทั้งหมดได้ด้วยตัวเอง จึงต้องพึ่งพาผู้เล่นในการช่วยทดสอบ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขารู้สึกผิดอยู่เสมอ นอกจากนี้เขายังตั้งคำถามว่า inZOI จำเป็นต้องทำเงินมหาศาลหรือไม่ ในเมื่อค่ายแม่อย่าง Krafton มีเกมทำเงินอย่าง PUBG อยู่แล้ว เขาจึงอยากมุ่งเน้นไปที่การสร้างเกมที่แฟน ๆ ต้องการและช่วยนำเสนอความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ให้กับวงการเกมในอนาคตมากกว่า

ในช่วงท้าย Kim ยังได้เล่าเรื่องราวส่วนตัวเกี่ยวกับลูกชายของเขาที่ชื่นชอบเกม The Sims และใฝ่ฝันอยากเป็นนักพัฒนาเกม แม้ Kim จะแอบหยอกล้อว่าลูกชายดูไม่มีพรสวรรค์เอาเสียเลย แต่เขาก็หวังว่าการที่ลูกชายผันตัวมาเป็นนักสร้างม็อดให้กับเกมต่างๆ รวมถึงความตั้งใจที่จะให้ inZOI รองรับระบบม็อดอย่างเต็มรูปแบบในอนาคต จะช่วยเป็นแรงผลักดันให้ลูกชายได้เรียนรู้กระบวนการพัฒนาเกมต่อไป
ที่มา IGN