เว็บไซต์ The Gamer รายงานว่า Reggie Fils-Aime อดีตประธาน Nintendo of America ผู้เปรียบเสมือนภาพจำและสัญลักษณ์ของแบรนด์มาอย่างยาวนาน ได้ไปบรรยายพิเศษที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก (NYU) โดยได้ร่วมพูดคุยถึงประเด็นต่าง ๆ ในอุตสาหกรรมเกม ซึ่งหนึ่งในหัวข้อที่น่าสนใจคือมุมมองของเขาที่มีต่อแนวทางการตั้งราคาเกมของ Nintendo ที่มักจะเป็นที่ถกเถียงกันอยู่เสมอ
ในการบรรยาย Reggie ได้เปรียบเทียบปรัชญาของ Nintendo กับเมืองเกียวโตที่มีชื่อเสียงด้านงานฝีมือคุณภาพสูง เขาชี้ให้เห็นว่าในยุคปัจจุบันที่ค่ายเกมส่วนใหญ่มักจะเข็นเกมออกมาก่อนแล้วค่อยปล่อยอัปเดตแพตช์เสริมตั้งแต่วันแรก (Day One Update) เพื่อให้เกมสมบูรณ์ แต่แนวทางของ Nintendo กลับสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง พวกเขาเน้นการสร้างสรรค์ผลงานให้เสร็จสมบูรณ์แบบที่สุดตั้งแต่แรกเริ่ม
ด้วยความพิถีพิถันนี้เองที่นำมาสู่การตั้งราคาเกมที่ค่อนข้างแข็งกร้าว Reggie อธิบายว่านี่คือจุดที่ลูกค้าหลายคนอาจจะไม่พอใจนัก เพราะบริษัทแทบจะไม่เคยลดราคาเกมเลย ยกตัวอย่างเช่น The Legend of Zelda: Breath of the Wild ที่ทางบริษัทไม่เคยจัดโปรโมชันลดราคาเลยตั้งแต่วันแรกที่วางจำหน่าย เนื่องจากพวกเขามองว่าได้ส่งมอบผลงานที่สมบูรณ์แบบที่สุดในราคาที่ยุติธรรมแล้ว ราคานั้นจึงไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง
อย่างไรก็ตาม Reggie ก็ยอมรับว่ายุคสมัยได้เปลี่ยนไปแล้ว เขาเสนอแนะด้วยความมุ่งมั่นว่าค่ายเกมต้องเริ่มคิดมุมใหม่ ต้องมีความรอบคอบและพิจารณาว่าผลงานที่กำลังนำเสนอนั้นคืออะไร ราคาที่สมเหตุสมผลควรอยู่ที่เท่าไหร่ แล้วค่อยตั้งราคาจากจุดนั้น แทนที่จะยึดติดอยู่กับกรอบราคาเดิม ๆ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าค่ายต้องลดราคาเกมลง แต่หมายถึงการหาจุดสมดุลที่เหมาะสมสำหรับเกมแต่ละสเกล
ที่มา The Gamer