ใครที่บอกว่าเกม PC สมัยนี้มีแต่เกมฟอร์มยักษ์ราคาแพงอาจจะต้องคิดใหม่ เมื่อรายงานล่าสุดเว็บไซต์ GamesRadar+ รายงานจากบริษัทวิเคราะห์ตลาดเกมอย่าง Newzoo ชี้ให้เห็นว่า เกมเมอร์ชาว PC มีแนวโน้มที่จะอุดหนุนเกมราคาประหยัดมากกว่าฝั่งคอนโซลอย่างชัดเจน และเทรนด์นี้กำลังเข้ามาพลิกโฉมตลาดเกม PC อย่างมีนัยสำคัญ
รายงานระบุว่า แม้เกมในช่วงราคา 30 - 50 ดอลลาร์ จะยังคงเป็นกลุ่มที่ทำรายได้สูงสุดในทุกแพลตฟอร์ม แต่ตลาดเกมราคาต่ำกว่า 30 ดอลลาร์ (ประมาณ 1,000 บาท) กลับเติบโตอย่างร้อนแรงบน PC ซึ่งเป็นผลพวงมาจากความสำเร็จของบรรดาเกมอินดี้ม้ามืดทั้งหลาย

นับตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นมา ยอดขายรวมของเกมที่ราคาต่ำกว่า 30 ดอลลาร์ มีอัตราการเติบโตที่ใกล้เคียงกันในทุกแพลตฟอร์ม (PC โต 40%, PlayStation 50% และ Xbox 35%) แต่เมื่อเจาะลึกไปที่ 'ยอดการใช้จ่ายกับเกมออกใหม่' จะพบว่าฝั่ง PC ทิ้งห่างคอนโซลแบบไม่เห็นฝุ่น โดยมียอดเติบโตพุ่งสูงถึง 156%
สาเหตุหลักมาจากยอดขายเกมราคาประหยัดบนคอนโซลมักจะกระจุกตัวอยู่กับเกมเก่าที่วางขายมานานแล้ว ในขณะที่บนแพลตฟอร์มอย่าง Steam มีระบบการค้นหาและการแนะนำเกมที่ช่วยดันเกมอินดี้หน้าใหม่ให้กลายเป็นกระแสไวรัลได้ง่ายกว่า ตัวอย่างเช่น ในปี 2025 เกมที่ทำรายได้สูงสุด 5 อันดับแรกในกลุ่มราคาต่ำกว่า 30 ดอลลาร์ ของทุกแพลตฟอร์มมีชื่อขาประจำอย่าง Minecraft และ Dead by Daylight ติดโผ แต่บน PC กลับมีเกมหน้าใหม่อย่าง Peak, REPO และเกมจำลองการค้ายาอย่าง Schedule 1 ก้าวขึ้นมาครองแชมป์ แซงหน้ากระทั่งเกมอมตะอย่าง Minecraft ได้สำเร็จ

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าแพลตฟอร์ม PC คือพื้นที่แจ้งเกิดของนักพัฒนาเกมอินดี้อย่างแท้จริง ดังที่เราได้เห็นจากรายชื่อเกมฮิตในปีก่อนๆ ไม่ว่าจะเป็น Palworld, Path of Exile 2, TCG Card Shop Simulator ในปี 2024 หรือ Lethal Company, Dave the Diver ในปี 2023 ซึ่งส่วนใหญ่เริ่มต้นจากการเป็นเกม Early Access ของทีมพัฒนาเล็กๆ แต่กลับสร้างปรากฏการณ์ระดับโลกได้สำเร็จ
ที่มา GamesRadar+