เว็บไซต์ PC Gamer รายงานถึงแพลตฟอร์ม Roblox ที่ยังคงเป็นดินแดนแห่งโอกาสและขุมทรัพย์ที่ทรงพลังอย่างต่อเนื่อง โดยสถิติในปี 2025 ชี้ว่าผู้เล่นใช้เวลาบนแพลตฟอร์มนี้รวมกันกว่า 10,000 ล้านชั่วโมงต่อเดือน ซึ่งมากกว่าเวลาที่คนเล่นบน Steam, PlayStation และ Fortnite รวมกันเสียอีก และหนึ่งในผลผลิตที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในปีนี้ก็คือ 99 Nights in the Forest เกมแนว Survival-Crafting จากสตูดิโออินดี้ Grandma's Favourite Games
ผลงานชิ้นนี้สามารถทำสถิติยอดผู้เล่นออนไลน์พร้อมกัน (Concurrent Players) สูงสุดถึง 14.2 ล้านคน ซึ่งมากกว่าจำนวนประชากรของประเทศนิวซีแลนด์ (บ้านเกิดของผู้พัฒนา) ถึง 2.7 เท่า โดย Alec Kieft หรือชื่อในวงการคือ Cracky4 ผู้สร้างเกมนี้ ได้ออกมาแชร์มุมมองและเบื้องหลังความสำเร็จที่น่าสนใจเอาไว้

จากห้องเรียนคณิตศาสตร์สู่การเป็นนักพัฒนาเกม
จุดเริ่มต้นของ Kieft คล้ายกับเด็กยุคก่อนที่โตมากับเกมแฟลช (Flash Games) แต่เขาเริ่มเข้าสู่โลกของ Roblox เพราะครูสอนคณิตศาสตร์แนะนำ โดยหวังว่ามันจะเป็นแอปพลิเคชันเพื่อการศึกษา แต่กลายเป็นว่าเขาและเพื่อน ๆ เอาเวลาไปนั่งเล่นเกมยิงซอมบี้ในห้องเรียนแทน ซึ่งประสบการณ์จากเกมตระกูลสวมบทบาท (Roleplay) และเกมเลียนแบบ Left 4 Dead บน Roblox ในยุคนั้น ได้จุดประกายให้เขาหันมาลองสร้างเกมด้วย Roblox Studio จนได้พบกับผู้ร่วมก่อตั้งสตูดิโออีก 2 คนในเวลาต่อมา
ระบบเกมเพลย์ที่เน้นความร่วมมือ (Friendslop)
ในขณะที่เกมยอดฮิตบน Roblox ส่วนใหญ่มักจะเป็นแนว Simulator หรือ Tycoon ที่เน้นการกดคลิกเพื่อดูตัวเลขเพิ่มขึ้นแบบเพลิน ๆ แต่ 99 Nights in the Forest กลับเลือกเส้นทางที่ต่างออกไป ตัวเกมนำเสนอการเอาชีวิตรอดแบบแอ็กทีฟ ผู้เล่นต้องออกฟาร์มไม้ หาเศษเหล็ก และตามหาเด็กที่หายไป 4 คนในตอนกลางวัน ส่วนตอนกลางคืนต้องกลับมาหลบภัยที่แคมป์ไฟเพื่อเอาตัวรอดจากหมาป่าและอสูรกายปีศาจกวางสุดหลอน
Kieft มองว่าเกมของเขามีความเป็นเกมปาร์ตี้เน้นฮา (Friendslop) คล้ายกับเกมฮิตบน Steam อย่าง PEAK หรือ RV There Yet? แต่ข้อได้เปรียบของการทำเกมบน Roblox คือไม่ต้องไปสุ่มเสี่ยงพึ่งพาดวงบน Steam เพราะบน Roblox มีฐานผู้เล่นเด็กวัยรุ่นหลายล้านคนที่พร้อมจะเปิดรับเกมมัลติเพลเยอร์แปลกใหม่อยู่ตลอดเวลา

แรงกดดันเรื่องการอัปเดตและวัฒนธรรมที่เปลี่ยนไป
หนึ่งในความกดดันของการทำเกมบน Roblox คือความคาดหวังของเด็กรุ่นใหม่ที่ต้องการอัปเดตคอนเทนต์ใหม่ทุกสัปดาห์ ทีมงานเคยโหมอัปเดตเกมแบบรายสัปดาห์มาตลอด จนกระทั่งพวกเขาลองหยุดพักไป 2 สัปดาห์ ซึ่งในตอนแรกทีมงานกังวลมากว่าผู้เล่นจะทิ้งเกมไป แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่า ตัวเกมยังคงเหนียวแน่นอยู่ในอันดับ 3 ของเกมที่มีผู้เล่นรายวันสูงสุดบนแพลตฟอร์ม
Kieft ทิ้งท้ายว่า นี่คือวัฒนธรรมที่เปลี่ยนไปจากยุคเกมแฟลช ที่เมื่อก่อนคนเล่นแค่เข้าไปเล่นสิ่งที่มีอยู่โดยไม่เรียกร้องหาด่านใหม่ ๆ ทุกสัปดาห์ แต่โชคดีที่ตัวเกมของเขามีคอนเทนต์ที่ลึกและแข็งแรงพอ ทำให้ผู้เล่นไม่ต้องรีบเร่งเล่นจนหมด และยังคงสนุกกับมันได้แม้ทีมงานจะขอเวลาหยุดพักพักผ่อนบ้างก็ตาม
ที่มา PC Gamer