ล่าสุดเว็บไซต์ GameSpot ได้รายงานบทสัมภาษณ์ของ Adi Shankar ผู้สร้างผลงานแอนิเมชันจากวิดีโอเกมชื่อดังอย่าง Castlevania และซีรีส์ Devil May Cry ที่ได้ออกมาให้มุมมองและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับโปรเจกต์การดัดแปลงเกม Bloodborne ให้เป็นภาพยนตร์ของทาง Sony
ปัจจุบันซีรีส์แอนิเมชัน Devil May Cry ซีซัน 2 ได้เข้าฉายบนแพลตฟอร์ม Netflix แล้วในวันที่ 12 พฤษภาคมนี้ โดยเนื้อหาในซีซันนี้จะเจาะลึกไปที่เรื่องราวต้นกำเนิดของ Dante และ Vergil รวมถึงการนำเสนอเรื่องราวที่เชื่อมโยงกับ Devil May Cry 2 ซึ่งเป็นภาคที่ได้รับเสียงวิจารณ์แตกแยกมากที่สุดในแฟรนไชส์
เมื่อถูกถามถึงโปรเจกต์ภาพยนตร์ Bloodborne Shankar แสดงความยินดีที่วิดีโอเกมได้รับความสนใจในการนำไปดัดแปลงเพื่อเล่าเรื่องในรูปแบบอื่นมากขึ้น แต่เขาเน้นย้ำว่าความสำเร็จนั้นขึ้นอยู่กับการไม่ถูกควบคุมโดยระบบขององค์กรขนาดใหญ่ เขาอธิบายว่าผลงานของเขาขับเคลื่อนโดยนักสร้างสรรค์เป็นหลัก (Creator-driven) ในขณะที่วิดีโอเกมส่วนใหญ่มักจะกลายเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่ถูกครอบครองและบริหารโดยผู้จัดการแบรนด์ตามข้อกำหนดขององค์กร

คำแนะนำหลักที่เขามีต่อบริษัทคือการส่งมอบอำนาจให้กับนักสร้างสรรค์ ซึ่งทาง Sony เองก็ดูเหมือนจะเข้าใจในจุดนี้ระดับหนึ่ง จากการดึงตัว Seán 'Jacksepticeye' McLoughlin ยูทูบเบอร์ชื่อดังและแฟนตัวยงของเกม Bloodborne มารับหน้าที่โปรดิวเซอร์ อย่างไรก็ตาม Shankar ยังคงตั้งคำถามว่า Jacksepticeye จะได้รับอำนาจในการควบคุมโปรเจกต์มากน้อยเพียงใด หรือนี่เป็นเพียงการใช้ประโยชน์จากกระแสของอินฟลูเอนเซอร์เพื่อการตลาด แบบเดียวกับที่อุตสาหกรรมภาพยนตร์เคยทำกับการมอบตำแหน่งโปรดิวเซอร์ให้กับนักกีฬาชื่อดังในอดีต ซึ่งเป็นการกระทำเพียงเพื่อสร้างภาพลักษณ์ภายนอกเท่านั้น
สำหรับโปรเจกต์ภาพยนตร์ Bloodborne เป็นการร่วมทุนสร้างระหว่าง Sony Pictures และ Lyrical Media โดยมี PlayStation Production และ Lyrical Animation ร่วมเป็นผู้ผลิต ซึ่งฝ่ายแอนิเมชันของ Lyrical Media นั้นมีจุดเด่นด้านการผลิตสื่อสำหรับผู้ใหญ่เป็นหลัก เข้ากับโทนของตัวเกม ปัจจุบันโปรเจกต์ดังกล่าวยังไม่มีกำหนดการฉายที่แน่ชัด
ที่มา GameSpot