พรีวิว Better Than Dead

Better Than Dead คือเกม FPS อินดี้มุมมองแบบ Bodycam ที่ได้รับแรงบันดาลใจอย่างชัดเจนจากหนังแอ็กชันฮ่องกงยุค 80s–90s โดยเฉพาะเหล่าผลงานของ John Woo โดยที่ตัวเกมเต็มไปด้วยความโกลาหล ความตื่นตระหนก การรัวปืนแบบไม่สนสี่สนห้า และบรรยากาศสกปรกดิบเถื่อนของโลกอาชญากรรมใต้ดิน
คือพูดได้ตามตรงเลยว่าหลายคนตอนแรก คาดหวังว่ามันจะเป็นเกมแนวกึ่ง tactical shooter แบบ Bodycam หรือ Ready or Not แต่พอเล่นจริงกลับพบว่าเกมนี้ใกล้เคียง Hotline Miami ในร่าง FPS มากกว่า เพราะตัวเกมนี้มันจะไม่ได้อยากให้เหล่าผู้เล่นค่อยๆ เล็งยิง แต่มันจะบังให้ ผู้เล่นทุกคนพุ่งเข้าไป ยิง สไลด์แบบสโลว์โมชั่น แล้วเอาชีวิตรอดออกมาให้ได้ และตรงนี้เอง ที่กลายเป็นทั้งจุดขาย และจุดแตกหักของเกมไปพร้อมๆ กัน

Story - โลกใต้ดินที่ทั้ง immersive และขัดแย้งในตัวเอง
เนื้อเรื่องของ Better Than Dead พาผู้เล่นเข้าสู่โลกอาชญากรรมใต้ดินในฮ่องกง ที่เต็มไปด้วยประเด็นเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ ธุรกิจสีเทา แก๊งอาชญากรรม และความสิ้นหวังของผู้หญิงที่ถูกโยนลงไปในนรก ก่อนจะกลับมาล้างแค้นด้วยตัวเอง และแม้ตัวเกมจะเล่าเรื่องค่อนข้างกระจัดกระจาย จนหลายครั้งมันก็ทำให้ผู้เล่นยังต้องงง ว่าตัวเอกหนีรอดมาได้ยังไง หรือไปเอาอาวุธมาจากไหน แต่สิ่งที่เกมทำได้ยอดเยี่ยมจริงๆ คือนั่นก็คือบรรยากาศ เพราะไม่ว่าจะเป็นตรอกแคบๆ อพาร์ตเมนต์เก่า ป้ายร้านภาษาจีน ตลาด ร้านอาหาร และคลับใต้ดิน ถูกถ่ายทอดออกมาได้ดีมาก หลายฉากให้ฟีลคล้าย Sleeping Dogs ผสมกับ Kane & Lynch 2: Dog Days อย่างชัดเจน
ตัวเกมยังได้มีการจะพยายามแตะประเด็นหนักๆ อย่าง sex trafficking และการลดทอนความเป็นมนุษย์ของเหยื่อ ซึ่งหลายช่วงก็ถ่ายทอดความสกปรก และน่าขยะแขยงของโลกในเกมได้ออกมาได้ดี โดยไม่ต้องใส่มันมาลึกมากจนเกินพอดีความเป็นเกม แต่ปัญหาหลักของเกมนี้ นั่นก็คือโทนของเกมยังตีกันเองอยู่ตลอด บางช่วงเหมือนหนังดราม่าล้างแค้นจริงจัง แต่ไม่กี่นาทีต่อมากลับเต็มไปด้วย ragdoll physics ตลกๆ เพลง upbeat หรือ loading screen ที่เป็นผู้หญิงเต้นไปมา ทำให้มันนั้นขัดกับธีมหลักจนเสียอารมณ์

Gameplay - ระหว่างหนัง John Woo กับฝันร้ายของผู้เล่น FPS
มาถึงส่วนของเกมการเล่นพูดได้เลยครับ ว่ามันคือทั้งหัวใจหลักของตัวเกม และก็เป็นทั้งส่วนที่แตกมันแตกหักมากที่สุดด้วยเช่นกัน เพราะตัวเกม Better Than Dead นั้น มันได้ตั้งใจให้ตัวเอกจับปืนไม่เป็นทำให้การยิงจึงไม่นิ่ง มีรีคอยล์ประหลาดๆ กระสุนส่าย มือแกว่ง และยิ่งผู้เล่นถูกยิงตัวละครก็จะยิ่งควบคุมยากขึ้นไปอีก แต่ตรงนี้สำหรับบางคนมันก็อาจจะคือเสน่ห์ เพราะมันทำให้การดวลปืนดูตื่นตระหนกจริงๆ เหมือนคนธรรมดาที่กำลัง panic อยู่กลางนรก มากกว่าการเป็นซูเปอร์โซลเยอร์แบบ FPS ทั่วไป
และเมื่อเล่นจนชินมือไปได้สักพัก มันให้ประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมมาก การวิ่งสไลด์เข้าห้อง เปิด Bullet Time ยิงศัตรูระยะประชิด กระจกแตก เศษปูนปลิว และเอาชีวิตรอดออกมาได้ มันให้ฟีลเหมือนกำลังเล่นหนังแอ็กชันฮ่องกงยุค VHS จริงๆ
แต่ปัญหาของมันเลยนั่นก็คือวิสัยทัศน์ กับระบบเกมมันยังตีกันเองอยู่ตลอดเวลา เพราะตัวเกมอยากให้ผู้เล่นเล่นแบบ aggressive บุกเร็ว ยิงเร็ว แต่ระบบยิงกลับแม่นยำต่ำมากจนบางครั้งศัตรูอยู่ห่างไม่กี่เมตรยังยิงพลาดทั้งแม็ก ADS หรือการเล็งผ่านศูนย์ก็มีปัญหาเยอะ ทั้ง input delay ความแม่นต่ำ และอาการปืนเอียงแปลกๆ ซึ่งเอาจริงๆ บางทียิงแบบ hip fire ยังแม่นมากกว่าเล็งยิงด้วยซ้ำ การถูกเหล่าศัตตรูยิงตายนั้นจึงเป็นเรื่องธรรมดามากในเกมนี้
Level Design เองก็มีทั้งช่วงที่ยอดเยี่ยม และช่วงที่ขัดกับระบบเกม เพราะอย่างในด่านแคบๆ มันก็ทำงานได้ดีเพราะกับเกมการเล่นเป็นอย่างมาก แต่พอตัวเกมได้เริ่มโยนผู้เล่นเข้าไปในพื้นที่เปิดโล่ง มีศัตรูยิงมาจากระยะไกล ปัญหาทั้งหมดจะเริ่มโผล่ออกมาทันที เพราะระบบยิงของเกมแทบไม่รองรับการต่อสู้ลักษณะนั้นเลย
อีกทั้งระบบ Bullet Time เอง ก็เป็นอีกจุดที่สามารถทั้งรัก และทั้งหงุดหงิดได้พร้อมกัน เพราะถ้าหากว่าพูดกันตามตรง ระบบนี้มันก็ทั้งเท่ และมีประโยชน์อยู่พอสมควรเลย แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องสไลด์ก่อน ถึงจะเปิดใช้งานได้ ทำให้ในแมพแคบๆ หลายครั้งเลย ตัวผู้เล่นเองก็แทบจะลืม และไม่มีพื้นที่ใช้ระบบนี้จริงๆ เลยด้วยซ้ำ

รายละเอียดด้านภาษาจีนภายในเกมก็ยังดูปะปน และขัดกันเองอยู่หลายจุด แม้ตัวเกมจะจับบรรยากาศฮ่องกงออกมาได้ดีมาก ทั้งตรอกแคบๆ ป้ายนีออน อาคารเก่า และความอึดอัดของเมือง แต่พอลงลึกในรายละเอียด ผู้เล่นที่คุ้นเคยกับวัฒนธรรมฮ่องกงจริงๆ จะเริ่มสังเกตเห็นความแปลกทันที ตัวเกมมีการใช้ทั้ง Traditional Chinese (จีนตัวเต็ม) และ Simplified Chinese (จีนตัวย่อ) ปะปนกันไปมา ทั้งบนป้ายร้าน โปสเตอร์ กำแพง หรือข้อความตามฉาก
ทั้งที่ในบริบทของฮ่องกงจริง ภาษาจีนตัวเต็มคือสิ่งที่ถูกใช้เป็นหลักอย่างชัดเจน ทำให้หลายครั้งเกมดูเหมือน ภาพจำของฮ่องกงจากคนนอกมากกว่าเมืองจริงแบบสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังมีข้อความบางส่วนที่อ่านแล้วให้ความรู้สึกเหมือนแปลตรงจากอังกฤษ หรือถูกสร้างขึ้นด้วย AI มากกว่าจะเป็นภาษาที่คนฮ่องกงใช้จริง รวมถึงฟอนต์จีน และ asset บางชิ้นที่ก็ดูไม่เข้ากับบริบทของเมือง จนหลายครั้งมันก็เหมือนกับว่าอาจมีการใช้ AI-generated assets ในการสร้าง environmental details อยู่เป็นจำนวนมาก
ถึงอย่างนั้น แม้รายละเอียดด้านภาษาจะยังไม่เนียนนัก แต่กลิ่นอายฮ่องกงของเกมยังถือว่าแข็งแรงมาก และเป็นหนึ่งในจุดที่ Better Than Dead ทำออกมาได้น่าประทับใจที่สุดอยู่ดี และสิ่งที่น่าติอีกอย่างหนึงเลยมากที่สุด นั่นคืออาวุธภายในเกม ที่ ณ ตอนนี้ตัวเกมมีอาวุธให้ใช้เพียงแค่ปืนพก 1 กระบอกเพียงเท่านั้น กระบอกเดียว แบบเดียว ไม่มีปืนลูกโม่ ปืนลูกซอง หรือปืนกลมือ SMG อะไรให้ใช้ทั้งนั้น ทำให้แทบจะต้องลบภาพจำการเป็นโจวเหวินฟะไปได้เลยทีเดียว

Performance - เกมที่ดูแพงกว่าความสมบูรณ์ของมัน
สำหรับเกมที่ยังอยู่ในขั้นตอน Early Access แล้วนั้น ประสิทธิภาพโดยรวมของ Better Than Dead ก็ถือได้ว่าไม่ได้ดีอย่างที่คาดเอาไว้เสียเท่าไหร่ ผู้เล่นที่มี PC สเปคไม่ได้แรงอะไรมาก ก็สามารถรันเกมนี้ออกได้ค่อนข้างลื่น และส่วน Lighting เองถือเป็นหนึ่งในจุดแข็ง และจุดอ่อนสำคัญของเกมเป็นอย่างมาก แสงนีออน ความสกปรกของเมือง และบรรยากาศแบบหนัง VHS อาชญากรรมฮ่องกงถูกถ่ายทอดออกมาได้ยอดเยี่ยมมาก แต่ปัญหาหลักมันก็อยู่ที่เอฟเฟกต์นี่แหละ เกมใช้ Fisheye Lens, Motion Blur และความเบลอของภาพค่อนข้างหนัก จนหลายคนก็อาจเล่นแล้วเมาเกม ปวดหัว หรือคลื่นได้ ส่วนของแสงไฟเองภายในเกมบางทีมันก็มืดจนมองอะไรไม่เห็น และบางครั้งแสงนีออนมันก็แยงจนแทบมองไม่เห็นศัตรูเลยด้วยซ้ำ
AI ก็ยังค่อนข้างแย่ ทั้ง NPC พลเรือนที่ยืนเฉยกลางดวลปืน หรือศัตรูที่บางครั้งทำตัวแปลกๆ รวมถึง hitbox ที่ยังเพี้ยนอยู่บ่อยครั้ง กระสุนติดขอบวัตถุแบบงงๆ หรือยิงทะลุไม่ได้ทั้งที่ควรจะยิงผ่านได้ และอีกปัญหาที่สำคัญเลย นั่นคือเกมตัวเกมยังขาด QoL อีกมากหลายอย่างเลย เช่น restart button, level select หรือ replay mission ทั้งที่ตัวเกมพยายามขายตัวเองเป็น arcade-style shooter

Sound Design - เสียงปืนที่หนักแน่น แต่ดนตรียังหลงทาง
ในด้านของเสียงประกอบ เกมนี้ถือได้ว่าทำออกมาได้ดีอยู่พอสมควร ย้ำว่าแค่พอสมควรนะ เสียงปืนถือได้ว่าทำได้ดี มีแรงกระแทก และน้ำหนักที่น่าพอใจ เศษซากที่ปลิวกระจายระหว่างดวลปืนช่วยเพิ่มฟีลหนังแอ็กชันฮ่องกงได้มาก แต่มันก็ดันมาตกม้าตายที่ดนตรีประกอบ และการออกแบบเสียงโดยรวมยังไร้ทิศทางอยู่พอสมควร
บางเพลงเป็น synthwave ยุค 80s บางเพลงเหมือน stock music ราคาถูก และบางช่วงกลับกลายเป็นเพลง rock แปลกๆ ที่ไม่เข้ากับบรรยากาศ ทำให้โทนของเกมแกว่งไปมาระหว่างหนังอาร์ตกดดัน กับเกมยิงสุดบ้าคลั่ง หรือบางจังหวะอยู่ดีๆ ตัวเกม มันก็เงียบเสียงทุกอย่างลงไปจนโลกดูไร้ชีวิต แต่บางช่วงเพลงก็เร่งอารมณ์ขึ้นมาแบบไม่เข้ากับฉาก

สรุป - เกมที่ไม่พร้อม แต่มีบางอย่างพิเศษซ่อนอยู่
โดยรวมแล้ว Better Than Dead คือเกมที่แทบจะไม่เหมาะกับคนส่วนใหญ่เลย แต่นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้มันน่าสนใจ เพราะมันเป็นเกมที่เต็มไปด้วยการตัดสินใจแปลกๆ เต็มไปด้วยความขรุขระ และหลายครั้งมันแทบจะพังด้วยซ้ำ แต่ในขณะเดียวกัน มันก็มีบางช่วงที่ยอดเยี่ยมแบบหาไม่ได้จากเกมอื่น อย่างเวลาที่ผู้เล่นวิ่งผ่านโถงแคบๆ ยิงศัตรูระยะประชิด กระจกแตก เศษปูนปลิว เพลงเริ่มเร่งจังหวะ และคุณรอดออกมาจากสถานการณ์ที่ควรตายไปแล้ว เกมนี้ก็จะให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเล่นหนังของ John Woo จริงๆ
ซึ่งก็ต้องว่ากันตามตรงว่าตอนนี้มันจะยังเป็นเกมที่ศักยภาพมหาศาล แต่ยังไม่พร้อม และอาจต้องใช้เวลาอีกนานเพื่อให้วิสัยทัศน์ทั้งหมดลงตัว และถ้าหากวันนั้นมันมาถึงจริงๆ Better Than Dead ก็อาจจะกลายเป็นหนึ่งในเกมอินดี้สายแอ็กชันที่น่าจดจำที่สุดเกมหนึ่งของยุคนี้ก็ได้

สิ่งที่ทำได้ดี
บรรยากาศฮ่องกง และงานภาพมีความสวยงามให้ความรู้สึกสมจริง รูปแบบการจัดแสงก็มีเอกลักษณ์ ทำให้หลายฉากให้ฟีลหนังแอ็กชันยุค 90s ได้อย่างน่าประทับใจ ระบบ Bodycam ก็ช่วยดึงความ immersion ได้ดีมาก โดยเฉพาะในช่วงที่การต่อสู้โกลาหลและดิบจนรู้สึกว่าตัวเองอยู่ในเหตุการณ์จริงๆ และเมื่อชินกับระบบ gameplay แล้ว ฟีลของคนยิงปืนไม่เป็นที่เกมตั้งใจออกแบบ ก็กลายเป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากเกมไหน
สิ่งที่ยังเป็นปัญหา
ระบบยิงซึ่งเป็นแกนหลักของเกมกลับเป็นจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดด้วย ทั้งความแม่นยำที่สุ่มเกินไป ADS ที่ยังมีปัญหา รวมถึง AI และ hitbox ที่ยังไม่ได้ถูกขัดเกลา ทำให้ขัดใจกับผู้เล่นได้ง่าย ขณะเดียวกัน Fisheye และ Motion Blur ที่หนักเกินไปก็ทำให้หลายคนเมาเกมจนเล่นต่อไม่ได้ ซึ่งเป็นปัญหาที่กีดกันคนออกจากเกมก่อนที่จะได้สัมผัสส่วนที่ดี และในภาพรวม เกมยังขาด QoL สำคัญและคอนเทนต์ยังน้อย ทำให้หลายระบบให้ความรู้สึกเหมือน tech demo มากกว่าเกมที่พร้อมวางจำหน่ายในราคานี้