แม้จะเปิดตัวได้อย่างสวยงามในแง่ของยอดขาย แต่ล่าสุดเกมเอาชีวิตรอดใต้ทะเลลึกอย่าง Subnautica 2 กำลังเป็นประเด็นพูดคุยในกลุ่มผู้เล่น โดยสำนักข่าว Eurogamer ได้รายงานว่า มีกลุ่มผู้เล่นเข้าไปตรวจสอบรายละเอียดในข้อตกลงใบอนุญาตใช้งานสำหรับผู้ใช้ปลายทาง หรือ EULA (End-User License Agreement) ของค่าย Krafton และพบเงื่อนไขบางข้อที่สร้างความกังวลให้กับผู้บริโภค จนนำไปสู่การตั้งกระทู้พูดคุยบนคอมมูนิตี้ StopKillingGames ซึ่งเป็นกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องสิทธิ์ผู้บริโภคในอุตสาหกรรมเกม
ข้อกำหนดใน EULA ที่ระบุไว้และกำลังเป็นที่พูดถึง มีรายละเอียดดังนี้:
การจำกัดวงเงินชดเชย: ระบุเงื่อนไขการจำกัดวงเงินชดเชยความเสียหายสูงสุดแก่ผู้ใช้งานไว้ที่ไม่เกิน 50 ดอลลาร์สหรัฐ ในกรณีที่ตัวเกมก่อให้เกิดปัญหาหรือความเสียหายทางเทคนิค
การใช้งาน VPN: มีข้อกำหนดห้ามผู้เล่นใช้เครือข่ายส่วนตัวเสมือน (VPN) ในระหว่างการเล่นเกม
สิทธิ์ในการเข้าถึงเกม: ระบุสิทธิ์ของทางค่ายในการระงับหรือยกเลิกการเข้าถึงเกมของผู้เล่นได้
การใช้งานหลายอุปกรณ์: ระบุว่าผู้เล่นไม่สามารถใช้งานเกมบนอุปกรณ์หลายเครื่องพร้อมกันได้หากไม่มีสิทธิ์การใช้งานแยกเฉพาะ
ข้อจำกัดเรื่องการปรับแต่งเกม (Modding): มีเงื่อนไขห้ามดัดแปลงตัวเกมตามข้อตกลงสากล

อย่างไรก็ตาม ทาง Eurogamer ได้ให้มุมมองเพิ่มเติมว่า ข้อกำหนดที่ดูเข้มงวดเหล่านี้มักเป็นข้อสัญญามาตรฐานที่ระบุไว้เพื่อปกป้องบริษัทในทางกฎหมาย แต่อ้างอิงจากบรรทัดฐานทางกฎหมายในอดีต (เช่น คดี ProCD, Inc. v. Zeidenberg ในสหรัฐฯ) สัญญา EULA เหล่านี้ไม่สามารถนำมาใช้เพิกถอนสิทธิ์การคุ้มครองผู้บริโภคขั้นพื้นฐานตามกฎหมายของแต่ละประเทศได้จริง หากเกิดการฟ้องร้องขึ้นมา
นอกจากนี้ ในประเด็นเรื่องการปรับแต่งเกมที่แฟน ๆ กังวล Sam Dark ตัวแทนจาก Unknown Worlds ได้ออกมาโพสต์ชี้แจงในเซิร์ฟเวอร์ Discord ทันที โดยยืนยันว่าทีมงานไม่มีนโยบายที่จะดำเนินการสั่งแบนหรือลงโทษผู้เล่นที่ใช้งานม็อด ตราบใดที่เป็นการสร้างและแจกจ่ายฟรีโดยไม่มีการนำไปซื้อขายในเชิงพาณิชย์ เนื่องจากสตูดิโอดั้งเดิมก็เติบโตมาจากกลุ่มคนทำม็อดเช่นกัน ดังนั้นผู้เล่นทั่วไปจึงสบายใจได้ว่าเงื่อนไขใน EULA จะไม่ส่งผลกระทบต่อสไตล์การเล่นเกมในภาพรวม
ที่มา Eurogamer