Dawn of War IV ชี้! ไม่ได้มอง TW40K เป็นคู่แข่งโดยตรง ถ้ามีเกมดี ๆ ออกมาก็พากันขยายแฟรนไชส์

แชร์เรื่องนี้:
Dawn of War IV ชี้! ไม่ได้มอง TW40K เป็นคู่แข่งโดยตรง ถ้ามีเกมดี ๆ ออกมาก็พากันขยายแฟรนไชส์

หลังจากที่แฟนเกมทั่วโลกได้รับทราบกำหนดการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Warhammer 40,000: Dawn of War IV ในวันที่ 17 กันยายน 2026 จากงาน Warhammer Skulls 2026 ที่ผ่านมา ล่าสุดเว็บไซต์ IGN ได้มีโอกาสนั่งสัมภาษณ์พิเศษกับ Jan Theysen ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ และ Elliott Verbiest นักออกแบบเกมอาวุโสจาก King Art Games เพื่อเจาะลึกถึงแผนงานโรดแมป 9 เดือนแรกหลังการเปิดตัว รายละเอียดเนื้อหา และทิศทางอนาคตของเกมวางแผนระดับบล็อกบัสเตอร์เกมนี้

ยกระดับ Crusade Mode ให้สนุกและมีมิติสไตล์บอร์ดเกม

ประเด็นแรกที่ทีมพัฒนาหยิบยกมาเล่าคือระบบของ Crusade Mode ที่จะมีความแตกต่างและพัฒนาขึ้นจากภาคเก่า ๆ อย่าง Dark Crusade ที่ตัวแผนที่โลก (World Map) มีหน้าที่เพียงแค่ให้ผู้เล่นเลือกพื้นที่เพื่อเข้าสู่ฉากต่อสู้ Skirmish เท่านั้น แต่ในภาคสี่นี้ เนื่องจากทีมงานเป็นสตูดิโอจากประเทศเยอรมนีซึ่งเติบโตมากับวัฒนธรรมบอร์ดเกม พวกเขาจึงตั้งใจใส่ใจและเพิ่มองค์ประกอบของ Meta-gameplay เข้าไปบนแผนที่โลก เพื่อให้ระบบตรงนั้นมีความลึก มีชั้นเชิงกลยุทธ์ และมีความสนุกในตัวเอง แม้ในตอนที่ผู้เล่นไม่ได้กดเข้าไปเล่นในฉากต่อสู้แนว RTS ก็ตาม

หวนคืนสู่ดาว Aurelia ในบทนำ และคำใบ้ของเผ่าหลักลำดับที่ 5

ในส่วนของโหมดเนื้อเรื่อง (Campaign) ทีมงานเผยว่าช่วงบทนำหรือ Prologue จะพาผู้เล่นกลับไปยังดาว Aurelia ดินแดนที่แฟน ๆ คุ้นเคย เพื่อเล่าเรื่องราวเจาะลึกและตอบคำถามคาใจเกี่ยวกับกลุ่ม Blood Ravens โดยจะมีผู้บัญชาการระดับตำนานมาเป็นผู้ดำเนินเรื่อง ซึ่งตอนนี้ทีมงานยังขออุบชื่อไว้ก่อนเพื่อให้แฟน ๆ ได้คาดเดากันต่อ

สำหรับแผนโรดแมปคอนเทนต์ล่วงหน้า 9 เดือน (ครอบคลุมไปจนถึงช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2027) ไฮไลต์เด็ดคือแคมเปญส่วนขยายที่ชื่อ Aftermath ซึ่งจะมีการเพิ่ม "เผ่าหลักลำดับที่ 5" เข้ามาให้เล่นในทุกโหมดการเล่น (จากเดิมที่มี 4 เผ่าตอนเปิดตัวคือ Space Marines, Orks, Necrons และ Adeptus Mechanicus) แม้จะยังไม่เปิดเผยชื่อเผ่า แต่ Jan Theysen ได้ให้คำใบ้ว่า "ถ้าคุณลองย้อนไปดูประวัติศาสตร์ของซีรีส์ Dawn of War แล้วตั้งคำถามว่า มีเผ่าเด่นเผ่าไหนที่คุณคาดหวังว่าจะได้เห็นแต่ยังไม่มีในภาคสี่นี้ คุณก็น่าจะเดาไปในทิศทางที่ถูกต้องแล้ว" และพวกเขาก็พร้อมจะขยายโรดแมปไปสู่ปีที่ 2 ต่อไปหากตัวเกมประสบความสำเร็จ เพราะจักรวาลนี้มีฝ่ายให้เลือกใช้อีกมากมาย

ความใส่ใจในรายละเอียด และยานส่ง Imperial Knight ตัวแรกของโลก

ในตัวอย่างเกมเพลย์ล่าสุดของฝ่าย Adeptus Mechanicus แฟนเกมตาดีพากันชื่นชอบดีเทลเล็ก ๆ อย่างท่าเดินเขย่งของยูนิต Ironstrider รวมถึงการปรากฏตัวของ Imperial Knight Drop Pod ซึ่ง Jan Theysen เผยว่านี่คือครั้งแรกที่มีการดีไซน์สิ่งนี้ขึ้นมา โดยเริ่มจากการปรึกษากับ Games Workshop ว่าจะส่งยูนิตยักษ์ใหญ่ลงสู่สนามรบอย่างไร ทาง GW จึงได้เสนอแนวคิดนี้มาให้ เมื่อมันตกลงสู่พื้นจะทำหน้าที่เป็นสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ ยิงจรวดเคลียร์พื้นที่โดยรอบ ก่อนที่ตัว Knight จะก้าวออกมา และตัวอาคารนั้นก็จะคงอยู่เพื่อทำหน้าที่เป็นป้อมปืนช่วยยิงสนับสนุนผู้เล่นต่อได้

นอกจากนี้ แฟน ๆ ยังชื่นชอบเสียงพากย์ในเทรลเลอร์ของ Jonathan Keeble ซึ่งเป็นนักพากย์ระดับไอคอนจากหนังสือเสียงของ Warhammer โดยทีมงานเผยว่าปัจจุบันกำลังอยู่ในขั้นตอนการเจรจาเพื่อนำเขามาทำหน้าที่บรรยายเนื้อเรื่องภายในเกมจริง รวมถึงจะมีนักพากย์ชื่อดังคนอื่น ๆ มาร่วมงานในโปรเจกต์นี้ด้วยแน่นอน

บอร์ดเกม 11th Edition และมุมมองต่อคู่แข่งอย่าง Total War

เมื่อถูกถามถึงการประกาศบอร์ดเกมเวอร์ชันใหม่ (11th Edition) ของ Games Workshop ทางทีมงานชี้แจงว่าระบบของเกมแนว RTS ไม่ใช่การพอร์ตสถิติตัวเลขหรือกฎจากกระดานทอยเต๋ามาตรง ๆ สิ่งที่พวกเขายึดมั่นคือภาพลักษณ์และความรู้สึก (Feel) ของยูนิต ซึ่งสิ่งเหล่านั้นไม่เคยเปลี่ยนไปตามเวอร์ชันของบอร์ดเกม "Terminators ก็ยังคงเป็น Terminators ไม่ว่าจะเป็นใน Edition ที่ 8, 9, 10 หรือ 11 ก็ตาม"

ส่วนประเด็นการเปิดตัวของเกมคู่แข่งร่วมจักรวาลอย่าง Total War: Warhammer 40,000 (TW40K) ของฝั่ง Creative Assembly นั้น ทาง King Art Games ยืนยันว่าพวกเขาไม่ได้มองอีกฝ่ายเป็นคู่แข่งโดยตรง แต่มองว่า 'กระแสน้ำที่เชี่ยวจะช่วยยกระดับเรือทุกลำขึ้นมาเอง' ยิ่งมีเกม 40K ดี ๆ ออกมา ตลาดรวมก็จะยิ่งโตและส่งผลดีกลับมาที่ Dawn of War IV ด้วย อีกทั้งพวกเขายังมองว่า Dawn of War IV มีจุดเด่นที่แตกต่างด้วยการเป็นเกมแนว RTS ดั้งเดิมที่มีสเกลการรบขนาดปานกลาง (อยู่กึ่งกลางระหว่างเกมคุมตัวละครน้อยอย่าง Space Marine 2 กับสงครามขนาดมหึมาอย่าง Total War) ทำให้ผู้เล่นได้สัมผัสความยิ่งใหญ่แต่ยังควบคุมสถานการณ์ได้ง่ายและคุมได้ทั่วถึง โดยทีมงานตั้งใจให้โหมดแคมเปญเนื้อเรื่องในภาคนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่เข้าถึงง่ายสำหรับผู้เล่นหน้าใหม่ แม้จะไม่มีความรู้ลึกซึ้งเกี่ยวกับจักรวาลนี้มาก่อนก็ตาม

Total War: WARHAMMER 40,000

ปิดท้ายด้วยประเด็นขำขันในโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับฉากที่ฝั่ง Necrons ยิงพลาดบ่อยในภาพยนตร์อนิเมติกส์เปิดตัว ทีมงานหัวเราะและชี้แจงว่า "พวกเขาก็เพิ่งตื่นจากการหลับใหลนับล้านปีน่ะนะ" แต่ในความเป็นจริงมันมีเหตุผลด้านเนื้อเรื่องซ่อนอยู่ ซึ่งในเกมจริงแต่ละแคมเปญจะถูกออกแบบให้ฝ่ายที่ผู้เล่นกำลังเล่นอยู่คือฝ่ายที่เท่และเก่งที่สุดตามลักษณะนิสัยของเผ่านั้น ๆ แน่นอน

ที่มา IGN

แชร์เรื่องนี้:
Badeedooboy
Badeedooboy

Content Writer

เรื่องที่เกี่ยวข้อง