AC: Black Flag Resynced สร้างปรากฏการณ์ยอดขายเปิดตัวบน Steam สูงสุดในแฟรนไชส์ โกย $35M ใน 4 วัน

แชร์เรื่องนี้:
AC: Black Flag Resynced สร้างปรากฏการณ์ยอดขายเปิดตัวบน Steam สูงสุดในแฟรนไชส์ โกย $35M ใน 4 วัน

ข้อมูลจากสำนักวิเคราะห์ Alinea Analytics เผย Assassin's Creed Black Flag Resynced ทุบสถิติทำยอดขายเปิดตัวบน Steam สูงสุดเป็นประวัติการณ์ของค่าย Ubisoft พร้อมแจงปมคะแนนรีวิวผสมผสานจากฝั่งผู้เล่นจีน

รายงานข่าวจาก Alinea Analytics ระบุว่า ตัวเกมเวอร์ชันปรับปรุงใหม่อย่าง Assassin's Creed Black Flag Resynced สามารถทำยอดขายสะสมในช่วง 4 วันแรกของการเปิดตัวบนแพลตฟอร์ม Steam ได้สูงถึง 701,000 ชุด คิดเป็นรายได้รวมกว่า 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (และอีกเกือบ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากเนื้อหาเสริมหรือ DLC วันแรก) โดยทำสถิติยอดผู้ใช้งานพร้อมกันสูงสุดในแต่ละวันอยู่ที่ 416,000 รายในวันที่สองของการวางจำหน่าย นับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของ Ubisoft ที่หันมาเน้นการวางจำหน่ายเกมบน Steam ตั้งแต่วันแรก

เมื่อเปรียบเทียบกับเกมภาคหลักก่อนหน้านี้ ตัวเกมเวอร์ชันรีมาสเตอร์นี้สามารถทำรายได้แซงหน้า Assassin's Creed Shadows ได้อย่างราบรื่น แม้ว่าจะตั้งราคาจำหน่ายต่ำกว่าก็ตาม ($59.99 เทียบกับราคาเกมแนว RPG เต็มรูปแบบของ Shadows) โดยในวันแรกของการเปิดตัว Resynced ทำรายได้สูงถึง 22.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคิดเป็น 2.35 เท่าของยอดขายวันแรกของ Shadows ($9.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และเมื่อเทียบกับยุคก่อนหน้านี้ ตัวเกมทำรายได้นำหน้าภาค Valhalla ถึง 9 เท่า และภาค Mirage เกือบ 19 เท่าในช่วงเวลาเดียวกัน โดยมีตลาดหลักอยู่ที่สหรัฐอเมริกา (ร้อยละ 30) และประเทศจีน (ร้อยละ 15)

อย่างไรก็ตาม ตัวเกมกลับได้รับคะแนนรีวิวจากผู้ใช้บน Steam ในระดับ 'Mixed' ซึ่งจากการเจาะลึกข้อมูลความรู้สึกของผู้เล่นพบว่า คะแนนด้านบวกในภาพรวมทุกภาษาอยู่ที่ประมาณร้อยละ 73 แต่เมื่อแยกกลุ่มผู้รีวิวภาษาจีนตัวย่อ (Simplified Chinese) ออกไป คะแนนด้านบวกจะพุ่งสูงขึ้นเป็นร้อยละ 80 ทันที โดยรีวิวจากผู้เล่นชาวจีนซึ่งคิดเป็นร้อยละ 20.8 จากทั้งหมดนั้น มีสัดส่วนคะแนนด้านบวกเพียงร้อยละ 45 ซึ่งเป็นตัวเลขที่ฉุดคะแนนเฉลี่ยรวมลงมา

ชนวนเหตุสำคัญของการประท้วงในกลุ่มผู้เล่นชาวจีนเกิดจากประเด็นการบริหารจัดการชุมชน โดยผู้เล่นแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อการที่ Ubisoft มอบสิทธิ์ให้กลุ่มสตรีมเมอร์เข้าเล่นเกมล่วงหน้าก่อนกลุ่มลูกค้าที่สั่งซื้อตัวเกมล่วงหน้าซึ่งผู้เล่นชาวจีนมองว่าเป็นระบบแบ่งแยกชนชั้น เนื่องจากช่องทางคอมมูนิตี้อย่าง Discord หรือฟอรัมต่าง ๆ ถูกปิดกั้นในประเทศจีน หน้าเพจรีวิวบน Steam จึงกลายเป็นช่องทางหลักในการส่งเสียงประท้วงข้อพิพาทนี้ นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องบั๊กทางเทคนิคและการตั้งค่าหน้าร้านค้าในเกมที่รบกวนการเล่น

ในส่วนของระบบการสร้างรายได้เสริมแม้จะเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักบนโลกออนไลน์เกี่ยวกับราคา DLC รวมที่สูงกว่า 85 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ผลลัพธ์จากยอดซื้อจริงระบุว่า มีเพียงแพ็กเกจแผนที่ราคา 4.99 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้นที่มีอัตราการซื้อพ่วงสูงสุดที่ร้อยละ 6.34 ในขณะที่แพ็กเกจแฟชั่นราคา 9.99 ดอลลาร์สหรัฐอื่น ๆ มีอัตราการซื้อต่ำกว่าร้อยละ 2 สะท้อนให้เห็นว่าผู้เล่นส่วนใหญ่เลือกซื้อเฉพาะไอเทมที่ช่วยอำนวยความสะดวกในราคาประหยัด และหลีกเลี่ยงแพ็กเกจตกแต่งราคาแพง ส่งผลให้รายได้จาก DLC คิดเป็นสัดส่วนไม่ถึงร้อยละ 3 ของรายได้ทั้งหมด โดยรายได้หลักยังคงมาจากตัวเกมภาคหลัก

ที่มา Alinea Analytics

Badeedooboy
Badeedooboy

Content Writer

เรื่องที่เกี่ยวข้อง