เว็บไซต์ GamesRadar+ ที่อ้างอิงข้อมูลจาก Mat Piscatella นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมเกมจาก Circana ระบุว่า นี่นับเป็นยุคเครื่องคอนโซลและฮาร์ดแวร์เกมยุคแรกที่ราคาปรับตัวสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดเมื่อเวลาผ่านไป โดยราคาขายเฉลี่ยของฮาร์ดแวร์เกมใหม่ในสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นจาก 452 ดอลลาร์ในเดือนมกราคม 2026 ไปเป็น 525 ดอลลาร์ในเดือนมิถุนายน 2026 หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้นถึง 16% ภายในเวลาเพียงครึ่งปีเท่านั้น
ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่ราคาฮาร์ดแวร์ทยอยปรับตัวสูงขึ้นทั่วโลก โดยก่อนหน้านี้ Xbox ได้สร้างความตกใจให้กับผู้เล่นในฝั่งยุโรปและสหราชอาณาจักรด้วยการปรับราคาเครื่อง Series S และ Series X สูงขึ้นกว่า 30% ซึ่งปัจจัยหลักเบื้องหลังวิกฤตการณ์นี้คือการขาดแคลน RAM และชิปประมวลผลอันเนื่องมาจากความต้องการมหาศาลของศูนย์ข้อมูล AI (AI Data Centers)
นอกจากนี้ ยักษ์ใหญ่อย่าง Samsung ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดหน่วยความจำราว 1 ใน 3 ของโลก ได้เปิดเผยผ่าน TechCrunch โดยคาดการณ์ว่า ปัญหาการขาดแคลน RAM จะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นอีก และสถานการณ์การจัดส่งสินค้าจะยังคงตึงตัวลากยาวไปจนถึงปี 2028 เป็นอย่างน้อย โดยอิงจากคาดการณ์ความต้องการในระยะกลางและระยะยาวของบริษัทเทคโนโลยี AI ชั้นนำ
แม้ว่าสภาวะเศรษฐกิจของผู้บริโภคจะตึงเครียดขึ้น แต่ในฝั่งของผู้ผลิตอย่าง Samsung กลับทำรายได้ทุบสถิติใหม่ในส่วนของธุรกิจหน่วยความจำจากรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 2 เนื่องจากรายได้จากฝั่งเซิร์ฟเวอร์ AI สามารถชดเชยยอดขายในฝั่งผู้บริโภคทั่วไปได้อย่างมหาศาล และคาดว่าแนวโน้มราคาฮาร์ดแวร์ที่เพิ่มขึ้นทั้งอุตสาหกรรมจะยังคงดำเนินต่อไป
ที่มา GamesRadar+