Alinea Analytics เผยรายงานวิเคราะห์ตลาดเกมล่าสุด ระบุว่าเกม The Blood of Dawnwalker จากค่าย Rebel Wolves ผู้พัฒนาสัญชาติโปแลนด์ ทำยอดขายทะลุ 1 ล้านชุดแล้ว โดยเฉพาะในตลาดบ้านเกิดของทีมพัฒนาที่ตอบรับอย่างดี บน Steam เกมนี้ขายได้กว่า 410,000 ชุด โดยผู้เล่นจากโปแลนด์คิดเป็นสัดส่วนถึง 11% ทำให้เป็นตลาดอันดับ 2 ของเกมนี้รองจากตลาดหลัก นอกจากนี้เกมยังทำผลงานได้ดีบน GOG แพลตฟอร์มเกมไร้ DRM สัญชาติโปแลนด์ด้วยเช่นกัน
ที่น่าสนใจคือ ผู้เล่น The Blood of Dawnwalker บน Steam ถึง 58% เคยเล่นเกม The Witcher 3 มาก่อน เนื่องจากทีมพัฒนาหลักส่วนใหญ่เป็นอดีตทีมงานจาก Witcher นอกจากนี้ยังพบว่า 13% เคยเล่น Mortal Shell 2 และ 9% เคยเล่น Onimusha: Way of the Sword สะท้อนถึงกลุ่มผู้เล่นสายฮาร์ดคอร์ที่ซื้อเกมทุกเกมตั้งแต่วันเปิดตัว
ด้าน Onimusha: Way of the Sword จาก Capcom ก็ทำยอดขายทะลุ 1 ล้านชุดที่จัดส่งไปแล้วเช่นกัน โดยประมาณการยอดขายจริงถึงมือผู้บริโภคอยู่ที่เกือบ 900,000 ชุดรวมทุกแพลตฟอร์ม ถือเป็นเกมภาคใหม่แรกของซีรีส์ในรอบกว่า 20 ปี ซึ่ง Capcom ทำการตลาดล่วงหน้าอย่างหนัก ทั้งการปล่อยเดโมที่มีผู้เล่นกว่า 2 ล้านคน และเข้าร่วมงานอีเวนต์ต่าง ๆ มากถึง 16 งาน

แม้ยอดขายส่วนใหญ่ของ Onimusha จะมาจาก PS5 (32% เป็นแผ่นเกม) แต่บน Steam เพียงแพลตฟอร์มเดียวก็ทำยอดขายเกือบ 400,000 ชุด คิดเป็นรายได้ราว 23 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยตลาดจีนคิดเป็นสัดส่วนถึง 42% ของยอดขายบน Steam ถือเป็นตลาดอันดับ 1 แบบทิ้งห่าง ตามมาด้วยสหรัฐอเมริกาที่ 15% ทั้งนี้ผู้เล่นราว 40% เล่นเดโมก่อนตัดสินใจซื้อ และในจำนวนผู้เล่นเดโมทั้งหมด 25% ตัดสินใจซื้อเกมเต็มบน Steam โดย 37% ของผู้เล่นเดโมมาจากจีน สะท้อนให้เห็นว่าเดโมที่ดีมีผลอย่างมากต่อการตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะในตลาดจีน
ที่น่าสนใจคือราคาขายของ Onimusha ในจีนถูกที่สุดในโลกที่ประมาณ 44.40 ดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับราคา 69.99 ดอลลาร์สหรัฐในสหรัฐฯ และ 59.99 ปอนด์ในอังกฤษ ซึ่งเป็นสูตรความสำเร็จที่ผสมผสานเกมแอ็กชันคุณภาพดี ราคาที่เข้าถึงได้ และเสียงพากย์ภาษาจีน
ในภาพรวม Capcom ทำรายได้บน Steam ไปแล้วกว่า 617 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ คิดเป็นประมาณ 4% ของรายได้รวมทั้งหมดบน Steam โดยแบ่งเป็นรายได้จากแฟรนไชส์ Resident Evil ถึง 61.6% ซึ่งในจำนวนนี้ 32.6% มาจาก Resident Evil Requiem และ DLC เพียงอย่างเดียว (กว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ส่วนรายได้จากเกมแคตตาล็อกเก่าคิดเป็น 49.1% และเกม Pragmata สร้างรายได้แล้ว 60.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 9.8% ของรายได้รวม

นอกจากนี้ เกม Mortal Shell 2 ก็ใกล้ทะลุ 1 ล้านชุดเช่นกัน โดยล่าสุดทำยอดขายไปแล้ว 814,000 ชุด (51% บน Steam, 40% บน PS5 ที่เหลือบน Xbox) สร้างรายได้รวม 37 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากสำหรับทีมพัฒนาขนาดเล็ก
สำหรับเกมยอดนิยมบน PlayStation Plus ประจำปีนี้ อันดับ 1 คือ FC 26 ที่ดึงผู้เล่นใหม่ได้ถึง 7.8 ล้านคนผ่านการแจกฟรีสำหรับสมาชิก PS Plus Essential ระหว่างวันที่ 6 พฤษภาคม – 17 มิถุนายน อันดับ 2 คือ Spider-Man 2 ที่ดึงผู้เล่นใหม่ 4.3 ล้านคนหลังถูกเพิ่มเข้าแคตตาล็อก PS+ Extra เมื่อ 18 กุมภาพันธ์ ปัจจุบันทำรายได้รวมทุกแพลตฟอร์มไปแล้วกว่า 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
อันดับ 3 คือ Grounded ที่ดึงผู้เล่นใหม่ 3.2 ล้านคน ตามด้วย Big Walk เกมที่เปิดตัวพร้อมเป็นเกมฟรีประจำเดือนบน PS+ โดยตรง ดึงผู้เล่นได้ 2.8 ล้านคน ส่วน Undisputed เกมชกมวยก็ดึงผู้เล่นได้ 2.8 ล้านคนเช่นกัน และปิดท้ายด้วย GTA 5 ที่ยังคงดึงผู้เล่นใหม่ได้อีก 2.5 ล้านคนในปีนี้ จากการอยู่ในแคตตาล็อก Extra ต่อเนื่อง

ที่มา Alinea Analytics