เว็บไซต์ GamesIndustry รายงานว่า Tim Willits ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสร้างสรรค์ (CCO) ของค่ายเกม Saber Interactive ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ใหม่ของบริษัท โดยระบุว่าปัจจุบันบริษัทแทบจะไม่มีทีมพัฒนาเกมหลงเหลืออยู่ในฝั่งอเมริกาเหนือแล้ว แม้ว่าสำนักงานใหญ่และทีมจัดจำหน่ายจะยังคงตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกาก็ตาม แต่กระบวนการพัฒนาเกมทั้งหมดได้ถูกกระจายไปยังสตูดิโอ 15 แห่งทั่วโลก อาทิ เซอร์เบีย อาร์เมเนีย จอร์เจีย สเปน โปรตุเกส สวีเดน อาร์เจนตินา และออสเตรเลีย ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับโครงสร้างและการแยกตัวออกจาก Embracer Group ในช่วงที่ผ่านมา
Willits ให้สัมภาษณ์ว่าเขาเน้นย้ำถึงผู้พัฒนาจำเป็นต้องฉลาดในการเลือกสถานที่สร้างเกม และไม่ควรกระจุกตัวอยู่แค่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เนื่องจากต้นทุนการดำเนินงานในอเมริกาเหนือสูงเกินความจำเป็น โดยสตูดิโอขนาดใหญ่ในอเมริกาเหนือมีอัตราการเผาเงิน (Burn Rate) สูงกว่า 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน ซึ่งหากใช้เวลาพัฒนา 5 ปี แค่ค่าจ้างพนักงานก็ทะลุ 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว ยังไม่รวมค่าการตลาด ทำให้เกมต้องทำยอดขายได้มหาศาลจึงจะเริ่มคืนทุน

Willits ได้ยกตัวอย่างความสำเร็จของเกม Warhammer 40,000: Space Marine 2 ที่ใช้ต้นทุนพัฒนาเพียงแค่หนึ่งในสามของเกมระดับ AAA จากค่ายใหญ่อื่นๆ แต่กลับทำยอดขายได้มากกว่าถึง 11 ล้านชุด หรือเกม SnowRunner ที่สร้างรายได้หลายร้อยล้านดอลลาร์ แต่ใช้ทุนสร้างเพียง 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเทียบเท่ากับค่าพัฒนาเกมแค่ 3 เดือนในรัฐแคลิฟอร์เนียเท่านั้น เขาจึงสรุปว่าอุตสาหกรรมเกมไม่จำเป็นต้องทุ่มงบ 150 ล้านดอลลาร์เพื่อที่จะสร้างรายได้ระดับพันล้านดอลลาร์เสมอไป
ที่มา GamesIndustry