Blizzard ประกาศเปิดตัว World of Warcraft: Forever เวอร์ชันใหม่ที่เกิดขึ้นจากความหวังของผู้เล่นตลอดหลายปีที่อยากสำรวจโลกที่จุดเริ่มต้นของการผจญภัยครั้งนี้เกิดขึ้น ทั้งเส้นทางที่ไม่เคยเปิดให้เข้าถึง เรื่องราวที่ยังไม่เคยถูกเปิดเผย และการกลับมาสู่ Azeroth พร้อมเพื่อนทั้งเก่าและใหม่ โดยแนวคิดนี้เติบโตมาจากบทเรียนที่ได้จาก WoW Classic และ Season of Discovery รวมถึงชุมชนผู้เล่นที่ไม่เคยหยุดฝันถึงสิ่งที่ Azeroth ดั้งเดิมจะสามารถเป็นได้
จุดเริ่มต้นใหม่สำหรับ Azeroth ดั้งเดิม Eastern Kingdoms และ Kalimdor ยังคงมีปริศนาที่รอการค้นพบ เรื่องราวที่รอการบอกเล่า และสถานที่ที่อยู่นอกขอบแผนที่มานานหลายปี แทนที่จะมองออกไปจาก Azeroth ทีมงานเลือกที่จะมองลึกเข้าไปในดินแดนนี้มากขึ้น ทั้งเส้นทางที่คุ้นเคย เงาที่อยู่ไกลออกไป ซากปรักหักพังที่ถูกลืม และพื้นที่ระหว่างสถานที่ต่างๆ ที่ผู้เล่นเคยเดินทางผ่านมาตลอดหลายทศวรรษ
การผจญภัยครั้งแรกจะเริ่มต้นขึ้นใน Azeroth ดั้งเดิม พร้อมภูมิภาคใหม่ให้สำรวจ ปริศนาให้ค้นหา และวิธีใหม่ในการสัมผัสโลกที่รู้สึกใหญ่กว่าที่เคยเห็นมาโดยตลอด
Blizzard ยึดหลัก 4 เสาหลักสำคัญในการออกแบบประสบการณ์นี้ ได้แก่ ความเข้าถึงง่ายและความคุ้นเคย โลกในฐานะตัวละครหลัก การเดินทางที่สำคัญกว่าจุดหมายปลายทาง และการปกป้องรวมถึงหล่อเลี้ยงประสบการณ์ทางสังคมที่ทำให้ Azeroth มีชีวิตชีวา ทุกสิ่งที่เพิ่มเข้ามาจะถูกวัดกับจิตวิญญาณของเกมต้นฉบับ หมายความว่าการเลเวลอัพยังคงมีความสำคัญไม่แพ้เนื้อหาช่วงท้ายเกม ความพยายามยังคงมีค่า และรางวัลมาจากการเล่นเกมจริงๆ ทั้งการเลเวลอัพ การลุยดันเจี้ยน การสร้างมิตรภาพ การสำรวจโลก และการเผชิญความท้าทายใหม่ๆ ร่วมกัน โดยจะไม่มีเมาท์บิน ไม่มีระบบปรับสเกลตามเลเวล และยังคงเน้นความท้าทาย การเตรียมตัว การสื่อสาร และความร่วมมือกันเป็นหลัก
สำหรับพื้นที่ใหม่ให้สำรวจ การผจญภัยจะเริ่มต้นทั่ว Eastern Kingdoms และ Kalimdor พร้อมภูมิภาคใหม่และที่ถูกออกแบบใหม่ มุมที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ของโลกดั้งเดิม และเควสต์ใหม่กว่า 1,000 เควสต์ตลอดการเดินทางระดับ 1-60 ผู้เล่นจะได้ช่วยฟื้นฟู Hyjal ค้นพบประวัติศาสตร์ที่ถูกลืมใน Shen'dralas สร้างอนาคตบนพรมแดน Riverglades และก้าวแรกผ่าน Zephras Isle
Mount Hyjal จะพาผู้เล่นสำรวจผลพวงหลังความพ่ายแพ้ของ Archimonde เดินทางผ่าน Darkwhisper Gorge และช่วยกำหนดอนาคตของดินแดนที่กำลังฟื้นฟู ส่วน Shen'dralas จะเผยปริศนาที่ถูกซ่อนมานานระหว่าง Mulgore และ Desolace ที่เชื่อมโยงกับ Shen'dralar, Eldre'Thalas, Dire Maul และเผ่าเซนทอร์ในภูมิภาคนี้ ขณะที่ Riverglades จะพาผู้เล่นไปพบพรมแดนอันหยาบกร้านของแม่น้ำ ทุ่งหญ้า เส้นทางการค้า ชุมชนที่ดิ้นรน และความบาดหมางเก่า พร้อมเควสต์ใหม่กว่า 150 เควสต์ในช่วงเลเวลกลาง 30 ถึงกลาง 40 ส่วน Zephras Isle จะเป็นจุดเริ่มต้นแบบลอยฟ้าธาตุตั้งแต่เลเวล 1 ถึง 12 ผสมผสานสไตล์ศิลปะ Warcraft Classic เข้ากับสถาปัตยกรรมที่ได้แรงบันดาลใจจาก Skywall

Zephras ยังเป็นบ้านของ Skyborne เผ่าพันธุ์เล่นได้ใหม่ที่มีบรรพบุรุษร่วมกันแต่มีวิสัยทัศน์อนาคตที่แตกต่างกันอย่างมาก โดยในขั้นตอนสร้างตัวละคร ผู้เล่นจะเลือกได้ว่า Skyborne ของตนจะเข้าร่วม Horde หรือ Alliance โดย Skyborne ฝ่าย Horde จะยึดถือประเพณีธาตุและได้รับคลาส Shaman ขณะที่ฝ่าย Alliance จะสืบทอดมรดกด้านเวทมนตร์ของบรรพบุรุษและได้รับคลาส Mage ทั้งสองฝ่ายยังสามารถเล่นคลาส Warrior, Hunter, Rogue และ Druid ได้ รวมถึงรูปแบบ Druid ใหม่ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับเผ่าพันธุ์นี้ พร้อมลักษณะเฉพาะเผ่าพันธุ์ การปรับแต่งตัวละคร เสียงพากย์ ท่าเต้น และตัวเลือกภาพใหม่ๆ
ด้านดันเจี้ยน เรด และสนามรบ Azeroth ยังคงเต็มไปด้วยอันตรายที่รอผู้เล่นอยู่ รวมถึงดันเจี้ยนใหม่ 9 แห่งที่จะนำสถานที่ที่เคยถูกพูดถึงมานานในโลกดั้งเดิมกลับมามีชีวิต ทั้ง Hall of Thanes ใต้ Ironforge, Ruins of Lordaeron, สถานที่ขุดค้นลึกลับเหนือ Whelgar's Excavation, City of Dalaran ที่วุ่นวาย, Blackmaw Hold, Drowned City, Krol'dok Stronghold, Alcaz Prison และ Shaper's Terrace
สำหรับผู้เล่นที่พร้อมรับความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ขึ้น Hyjal Summit และ Barrow Deeps จะเป็นเวทีสำหรับการต่อสู้ในเรด ชุดไทเยอร์ใหม่ และรางวัลระดับตำนานที่จะเปิดเผยรายละเอียดเต็มรูปแบบในภายหลัง โดย Barrow Deeps วางแผนไว้เป็นความท้าทายระดับสูงสุดสำหรับผู้เล่น 10 คน ขณะที่ Hyjal Summit จะนำการต่อสู้เรดสำหรับผู้เล่น 20 คนมาสู่หนึ่งในสถานที่สำคัญที่สุดของ Warcraft

สำหรับโหมด PvP นั้น Darkspear Islands จะแนะนำสนามรบแบบ 15 ต่อ 15 นอกชายฝั่ง Kalimdor ผสมผสานจุดควบคุมเชิงยุทธศาสตร์เข้ากับการแย่งธงและป้องกันสไตล์ Arathi Basin
ด้านคลาสตัวละคร ระบบ และตัวเลือกผู้เล่น เอกลักษณ์ของคลาสยังคงเป็นหัวใจสำคัญของ World of Warcraft: Forever พร้อมความสามารถใหม่ การผสมผสานเผ่าพันธุ์และคลาสใหม่ๆ นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มระบบ Legacy Progression สำหรับผู้เล่นที่ชื่นชอบการเลเวลอัพและเล่นตัวละครสำรอง (Alt) รวมถึงระบบ Camping ที่ให้ผู้เล่นสร้างกองไฟกลางแจ้งเพื่อให้นักผจญภัยคนอื่นแวะเวียนมา ร่วมสนับสนุนผ่านอาชีพ และแบ่งปันบัฟจากแคมป์ได้
ผู้เล่นยังมีตัวเลือกระบบ Transmog แบบเลือกใช้ได้ พรีเซ็ตภาพทั้งแบบสมัยใหม่และคลาสสิก ตัวเลือกโมเดลตัวละครแบบ HD และ SD แอนิเมชันคลาสสิกที่กลับมาสำหรับโมเดลตัวละคร HD และการรองรับจอยคอนโทรลเลอร์อย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ยังมีการอัปเดตด้านการเรนเดอร์ที่เพิ่มรายละเอียดสิ่งแวดล้อมเล็กๆ น้อยๆ แต่ทรงพลัง เช่น แม่น้ำที่ไหลผ่าน Elwynn Forest หมอกเหนือผืนน้ำของ Darkshore และแสงจันทร์ที่ลอดผ่านต้นไม้ใน Ashenvale ขณะที่ยังคงรักษาสไตล์ศิลปะอันเป็นอมตะของ Azeroth ดั้งเดิมไว้

World of Warcraft: Forever มีกำหนดเปิดตัวทั่วโลกในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2026 เวลา 15:00 น. ตามเวลา PST โดยระบบเบต้าจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 17 กันยายน เรดใหม่จะปลดล็อกในวันที่ 9 ธันวาคม ตามด้วยเรด ดันเจี้ยน อัปเดต PvP เนื้อหาโลก เควสต์เพิ่มเติมตลอดการเดินทางระดับ 1-60 โหมด Hardcore เรดสัญลักษณ์ที่ปรับปรุงใหม่ และอัปเดตใหญ่อื่นๆ ที่จะขยาย Azeroth เวอร์ชันยั่งยืนนี้ต่อไปเรื่อยๆ
ทั้งนี้ Blizzard ยังเชิญชวนให้ติดตามพาเนล World of Warcraft: Forever Deep Dive ในวันพรุ่งนี้ 13 กันยายน เวลา 10:00 น. ตามเวลา PDT
ที่มา Blizzard