รายงานข่าวจากสำนักข่าว Video Games Chronicle (VGC) เปิดเผยว่า Akihiro Hino ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของสตูดิโอเกมยักษ์ใหญ่สัญชาติญี่ปุ่น Level-5 ได้ออกมากล่าวคำขอโทษต่อแฟนเกมอย่างเป็นทางการ หลังจากที่งานดิจิทัลโชว์เคสเปิดตัวเกมใหม่ของบริษัท ซึ่งรวมถึงภาคต่อของแฟรนไชส์ยอดนิยมอย่าง Professor Layton และ Yo-Kai Watch ถูกผู้เล่นบนโลกออนไลน์จับผิดว่ามีการนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (Generative AI) มาใช้ในการสร้างสรรค์วิดีโอและภาพนำเสนออย่างหนัก จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความจริงใจและคุณภาพงานของค่ายเกมที่เคยสร้างชื่อจากงานอาร์ตสุดวิจิตรอย่าง Ni no Kuni
Hino ชี้แจงว่า เหตุผลที่มีการนำเทคโนโลยี AI มาใช้เป็นเพราะทีมงานต้องการทดลองนวัตกรรมใหม่ๆ และต้องการทำให้ภาพในงานนำเสนอออกมาดูสวยงามน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งขึ้น แต่ยอมรับว่าการใช้งานดังกล่าวนั้น "ล้ำเส้น" จนสร้างความไม่พอใจให้แก่แฟนๆ อย่างไรก็ตาม เขายืนยันอย่างหนักแน่นว่าองค์ประกอบหลักอันเป็นหัวใจสำคัญของเกม ไม่ว่าจะเป็นบทเนื้อเรื่อง การออกแบบตัวละคร หรือฉากหลัง จะยังคงสร้างสรรค์โดยฝีมือมนุษย์ทั้งหมด 100% และจะไม่มีการนำข้อมูลที่ generado จาก AI แบบมักง่ายไปใส่ไว้ในตัวเกมฉ็บจริงที่วางจำหน่ายอย่างแน่นอน
ประธาน Level-5 เผยเพิ่มเติมว่าเป้าหมายที่แท้จริงของการนำ AI มาประยุกต์ใช้ในองค์กร คือการช่วยลดระยะเวลาการพัฒนาเกมระดับใหญ่ (Major Titles) จากเดิมที่ต้องใช้เวลานานถึง 5 ปี ให้เหลือเพียง 2 ปีเท่านั้น เพื่อให้ทีมงานมีเวลาไปโฟกัสกับแก่นแท้ของงานสร้างสรรค์ได้มากขึ้น โดยทางบริษัทจะนำความผิดพลาดจากงานโชว์เคสครั้งนี้ไปเป็นบทเรียนสำหรับการปรับปรุงงานนำเสนอในอนาคต ซึ่งการเคลื่อนไหวครั้งนี้สอดคล้องกับรายงานล่าสุดในอุตสาหกรรมเกมญี่ปุ่นที่ระบุว่า สตูดิโอพัฒนาเกมออนไลน์เกือบทั้งหมดเริ่มมีการทดลองใช้เครื่องมือ AI ในกระบวนการทำงานแล้ว
ที่มา Video Games Chronicle