เว็บไซต์ The Game Business รายงานบทสัมภาษณ์เชิงลึกกับ Joe Brammer CEO ของ Bulkhead สตูดิโอผู้พัฒนาเกมสัญชาติอังกฤษ ถึงเส้นทางความสำเร็จของเกม Wardogs ที่เคยวางแผนเป็นโปรเจกต์ระดับ AAA ภายใต้การดูแลของ Tencent ก่อนที่ยักษ์ใหญ่จากจีนจะตัดสินใจถอนตัว จนทำให้สตูดิโอต้องปรับขนาดโปรเจกต์ลงมาในรูปแบบ Early Access เพื่อความอยู่รอด
Joe Brammer เปิดเผยว่า บริษัทเคยวางเป้าหมายขั้นต่ำไว้ที่ 400,000 ชุดเพื่อพยุงสตูดิโอและหลีกเลี่ยงการปลดพนักงาน แต่ตัวเกมกลับทำยอดขายทะลุ 1 ล้านชุดตั้งแต่ช่วงเปิดสั่งซื้อล่วงหน้า Pre-orders และเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 2 ล้านชุดภายในเวลาเพียงสัปดาห์เดียว ส่งผลให้ปีนี้กลายเป็นปีแรกในรอบ 6 ปีที่สตูดิโอไม่ต้องทำการปลดพนักงานประจำปี

สำหรับตัวเกมมุ่งเป้าไปที่กลุ่มผู้เล่นชายอายุ 18-40 ปี โดยเน้นสร้างพื้นที่สำหรับความสนุกและการสังสรรค์ในหมู่เพื่อนฝูง ซึ่งเขาเปรียบเทียบว่าบรรยากาศของ Wardogs มีความใกล้เคียงกับ Meccha Chameleon มากกว่า Call of Duty ส่วนแนวทางการรับคนเข้าทำงาน จะหลีกเลี่ยงการขยายทีมขนาดใหญ่กะทันหัน โดยเปิดรับพนักงานในรูปแบบทำงานทางไกล Remote 12-18 เดือนเพื่อดูการทำงานร่วมกัน ก่อนเสนอสัญญาจ้างถาวรเข้าทำงานในออฟฟิศ
นอกจากนี้ สตูดิโอยังเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาเรื่องวัฒนธรรมการทำงานล่วงเวลาหนัก Crunch ในช่วงสำคัญ โดยแลกมาด้วยผลตอบแทนในรูปแบบส่วนแบ่งโบนัสและหุ้นที่คุ้มค่า รวมถึงการให้เวลาพักผ่อนยาวเต็มเดือนธันวาคม เพื่อลดแรงกดดันของทีมงานก่อนวางจำหน่ายเวอร์ชันคอนโซลในปี 2028
ที่มา The Game Business