ผู้กำกับ The Blood of Dawnwalker เผยระบบเวลาที่เป็นประเด็นถกเถียง อาจไม่กลับมาในภาคต่อ

แชร์เรื่องนี้:
ผู้กำกับ The Blood of Dawnwalker เผยระบบเวลาที่เป็นประเด็นถกเถียง อาจไม่กลับมาในภาคต่อ

เว็บไซต์ Eurogamer ระบุว่า Konrad Tomaszkiewicz ผู้กำกับเกม The Blood of Dawnwalker ให้สัมภาษณ์ถึงระบบเวลาอันเป็นที่ถกเถียงของเกม ที่ให้ผู้เล่นมีเวลาจำกัดในการช่วยเหลือครอบครัว และผูกต้นทุนด้านเวลาไว้กับทุกภารกิจและการกระทำสำคัญในเกม โดยเมื่อถูกถามว่าระบบนี้เป็นแก่นสำคัญของแฟรนไชส์ Dawnwalker หรือไม่ เนื่องจาก Rebel Wolves เคยเปิดเผยว่าต้องการสร้างเกมเพิ่มเติมในอนาคต Tomaszkiewicz ตอบว่ายังไม่แน่ใจว่าระบบเวลานี้จะกลับมาหรือไม่

Tomaszkiewicz กล่าวว่าทีมงานยังไม่ได้ตัดสินใจเรื่องนี้จริงๆ โดยจะทดลองใช้ระบบนี้ต่อไป หากมีส่วนของเนื้อเรื่องหรือทั้งเรื่องที่เหมาะสมกับระบบนี้ก็จะนำมาใช้ แต่หากมีเรื่องราวที่ไม่เข้ากันก็จะไม่ฝืนใส่เข้าไป โดยจะใช้ระบบนี้เพื่อเพิ่มความเร่งด่วนให้กับบางเหตุการณ์ในเกม แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกเกมจะต้องมีรูปแบบหรือวงจรเดียวกันเสมอไป พร้อมเสริมว่าทีมงานกำลังพิจารณาและค้นคว้าไอเดียสุดบ้าอื่น ๆ ที่อาจทำให้แนวเกม RPG แตกต่างออกไป เพื่อสร้างความประหลาดใจให้ผู้เล่นในอนาคต

ระบบเวลาใน The Blood of Dawnwalker ให้ผู้เล่นมีเวลา 30 วัน 30 คืนในการช่วยเหลือครอบครัวจากเงื้อมมือของ Brencis ตัวร้ายแวมไพร์ในเกม โดยมาตรวัดเวลาที่แบ่งเป็นช่วงๆ จะเดินหน้าเมื่อผู้เล่นทำภารกิจสำเร็จหรือเลื่อนไปยังขั้นตอนถัดไป รวมถึงเมื่อลงทุนแต้มทักษะบางอย่าง แต่เวลาจะไม่ไหลผ่านไปเรื่อยๆ ขณะสำรวจโลกหรือต่อสู้กับศัตรูทั่วไปอย่างหมาป่า ผู้เล่นต้องตั้งใจเลื่อนเวลาไปข้างหน้าด้วยตัวเอง

อย่างไรก็ตาม ระบบนี้กลายเป็นประเด็นถกเถียงมาตั้งแต่ประกาศครั้งแรก โดยผู้เล่น RPG หลายคนระบุว่าไม่ต้องการรู้สึกถูกเร่งรัดในเกม หรือไม่ต้องการเล่นเกมมากกว่าหนึ่งรอบเพื่อดูเนื้อหาทั้งหมด ซึ่งเป็นแนวคิดแบบผู้เล่นสายเก็บครบ โดยม็อดยอดนิยมก่อนเกมเปิดตัวคือม็อดที่ตัดระบบเวลานี้ออกไปทั้งหมด

Tomaszkiewicz ยอมรับว่ามีเสียงร้องเรียนเกี่ยวกับระบบเวลาจำนวนมาก และมีสองฝ่ายที่ถกเถียงกันไปมา โดยระบุว่านี่คือจุดขายเฉพาะตัวของเกม และรู้ดีว่ามีม็อดที่ตัดระบบนี้ออก หากใครต้องการเล่นแบบม็อดก็ไม่เป็นไร แต่อยากสนับสนุนให้ผู้เล่นลองสัมผัสระบบที่ทีมงานออกแบบมา เพราะได้ปรับสมดุลไว้ให้สามารถเล่นเนื้อหาได้ประมาณ 80% แม้จะมีระบบเวลาอยู่ก็ตาม จึงไม่ได้แย่ขนาดนั้น

เขายังกล่าวถึงข้อโต้แย้งเรื่อง "อยากเห็นทุกอย่างในการเล่นรอบเดียว" ว่าเข้าใจได้ แต่ก็เป็นความเข้าใจที่ผิดตั้งแต่แรก เพราะแม้แต่ในเกมอย่าง The Witcher ผู้เล่นก็ไม่สามารถเห็นทุกอย่างในการเล่นรอบเดียวได้เช่นกัน เนื่องจากมีระบบตัวเลือกและผลลัพธ์ที่แตกต่างกันไปตามการตัดสินใจ ระบบเวลาเพียงแค่เพิ่มเติมจากตรงนั้น แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบมากขนาดนั้น ดังนั้นแม้จะปิดระบบเวลา ผู้เล่นก็ยังไม่สามารถเห็นทุกอย่างได้อยู่ดี

Tomaszkiewicz ย้ำว่าเข้าใจว่าผู้เล่นหลายคนมีความรู้สึกที่รุนแรงมากต่อระบบนี้ โดยได้รับข้อความส่วนตัวเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่เสมอ พร้อมยอมรับว่ารู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าจะเป็นปัญหา แต่ที่น่าขบขันคือช่วงแรกหลังเกมวางจำหน่ายมีเสียงวิจารณ์จำนวนมาก แต่ตอนนี้เสียงวิจารณ์ลดลงไปมาก เนื่องจากผู้เล่นจำนวนมากเล่นเกมจบแล้ว และพบว่าจริงๆ แล้วมีเวลามากกว่าที่คิด สามารถทำสิ่งต่างๆ ได้มากกว่าที่คาดไว้ โดยเชื่อว่ายิ่งมีคนเล่นจบเกมมากขึ้นเรื่อยๆ สัดส่วนความคิดเห็นก็จะเปลี่ยนไป แม้จะยังคงมีคนที่ไม่ชอบระบบเวลาอยู่เสมอ แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะสามารถดาวน์โหลดม็อดมาเล่นแบบไม่มีระบบเวลาได้หากต้องการ

ที่มา Eurogamer

แชร์เรื่องนี้:
Badeedooboy
Badeedooboy

Content Writer

เรื่องที่เกี่ยวข้อง