เผยเบื้องหลัง! The Blood of Dawnwalker ใช้ทุนในการพัฒนามากกว่า 40 ล้านดอลลาร์จาก NetEase

แชร์เรื่องนี้:
เผยเบื้องหลัง! The Blood of Dawnwalker ใช้ทุนในการพัฒนามากกว่า 40 ล้านดอลลาร์จาก NetEase

สำนักข่าว Bloomberg รายงานจุดเริ่มต้นของเกม The Blood of Dawnwalker ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2021 หลังจาก Konrad Tomaszkiewicz ได้ลาออกจาก CD Projekt SA สืบเนื่องจากข้อกล่าวหาเรื่องการข่มขู่คุกคามในที่ทำงาน โดยเขาได้เริ่มพูดคุยกับนักเขียน Jakub Szamalek ซึ่งเคยร่วมงานกันในเกม The Witcher 3 และ Cyberpunk 2077 โดย Konrad มีความปรารถนาที่จะทำเกมกับทีมพัฒนาขนาดเล็กที่เขาสามารถรู้จักชื่อทุกคนได้ โดยไม่ต้องสื่อสารผ่านผู้จัดการหลายชั้น

ในการออกแบบตัวเอก Tomaszkiewicz และ Szamalek ตั้งใจให้ตัวเอกเป็นแวมไพร์ แต่กังวลว่าตัวละครจะมีความเก่งกาจเกินไป จึงเสนอแนวคิดให้ตัวเอกเป็นครึ่งแวมไพร์และครึ่งมนุษย์ โดยเป็นมนุษย์ในตอนกลางวันและเป็นแวมไพร์ในตอนกลางคืน นำไปสู่การสร้างระบบทรัพยากรเวลาซึ่งเป็นหัวใจหลักของเกม ตัวเอกนามว่า Coen จะมีเวลาเพียง 30 วันและ 30 คืนในการช่วยชีวิตครอบครัว ซึ่งการทำเควสต์ทุกครั้งจะหักชั่วโมงออกจากนาฬิกา ส่งผลให้ผู้เล่นไม่สามารถทำเนื้อหาทั้งหมดในเกมได้ในการเล่นรอบเดียว และต้องวางแผนเลือกทำภารกิจอย่างรอบคอบ ระบบนี้นอกจากจะช่วยแก้ปัญหาผู้เล่นล้าจากการเล่นเกม Open World แล้ว ยังช่วยขจัดปัญหาคลาสสิกของเกม RPG ที่โลกกำลังจะล่มสลายแต่ผู้เล่นกลับมีเวลาไปช่วยชาวบ้านทำฟาร์มได้ไม่จำกัด ทั้งนี้ Mateusz Tomaszkiewicz ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์และน้องชายของ Konrad ได้ระบุว่าการเลือกการกระทำที่ต้องเสียเวลาเป็นโจทย์ที่ทีมงานต้องลองผิดลองถูกอย่างมาก ก่อนจะตัดสินใจผ่อนผันให้ผู้เล่นมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

ด้านการเงินและการบริหารงาน Tomaszkiewicz ได้ลงทุนด้วยตัวเองในปีแรกเพื่อสร้างตัวอย่างโปรโตไทป์ ก่อนจะเซ็นสัญญากับ NetEase Inc. ในช่วงปลายปี 2022 โดย NetEase ได้เข้าถือหุ้น 26 เปอร์เซ็นต์ พร้อมมอบงบประมาณการพัฒนาจำนวน 40 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มเกมระดับ AA ที่ใช้ทุนน้อยกว่าเกมระดับ AAA ทั่วไปอย่างมหาศาล ในด้านขนาดทีมงาน Konrad เคยตั้งเป้าจำกัดพนักงานไว้ที่ 90 คนในปี 2024 แต่ด้วยขอบเขตเกมที่ขยายตัวขึ้นทำให้ทีมงานเพิ่มขึ้นเป็น 160 คนผ่านการจ้างพนักงานสัญญาจ้างเข้ามาเป็นพนักงานประจำ อย่างไรก็ตาม เขายังคงรู้สึกว่าขนาดทีมนี้ทำให้เขาสามารถพูดคุยกับทุกคนได้ทุกวันและยังรู้สึกเป็นผู้สร้างมากกว่าผู้จัดการ

สำหรับการจัดจำหน่าย Rebel Wolves ได้เซ็นสัญญากับ Bandai Namco Entertainment Inc. เพื่อดูแลการจัดจำหน่ายและการตลาด และเมื่อใกล้ถึงกำหนดวางจำหน่าย ทีมงานได้ตัดสินใจเลื่อนวันวางจำหน่ายจากเดือนมิถุนายนไปเป็นวันที่ 3 กันยายน เพื่อหลีกเลี่ยงการทำงานล่วงเวลา (Overtime) หนักเหมือนที่เคยเจอสมัยอยู่ CD Projekt โดยยึดหลักการรักษารากฐานเดิมของเกมตามแผนปี 2022 โดยไม่มีการเปลี่ยนเสาหลักเดิมของเกม ซึ่งการทดลองทางนารีทัศน์และการบริหารจัดการนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยตัวเกมทำยอดขายทะลุ 1 ล้านชุดได้ภายในสัปดาห์แรกหลังวางจำหน่าย และทีมงานกำลังมองไปถึงการสร้างเกมภาคต่อในอนาคต

ที่มา Bloomberg

Badeedooboy
Badeedooboy

Content Writer

เรื่องที่เกี่ยวข้อง