ผู้บริหาร CD Projekt Red เผย! เหตุเปลี่ยนมาใช้ UE5 ไม่ได้มาจากปัญหาเปิดตัว Cyberpunk 2077

แชร์เรื่องนี้:
ผู้บริหาร CD Projekt Red เผย! เหตุเปลี่ยนมาใช้ UE5 ไม่ได้มาจากปัญหาเปิดตัว Cyberpunk 2077

เว็บไซต์ Video Games Chronicle (VGC) ระบุว่า REDengine คือเอนจิ้นเกมที่ CD Projekt Red พัฒนาขึ้นเองสำหรับใช้ในเกมโลกเปิดของตัวเอง โดยมีการใช้เอนจิ้นเวอร์ชันต่างๆ ในเกม The Witcher 2 เมื่อปี 2011, The Witcher 3 เมื่อปี 2015 และ Cyberpunk 2077 เมื่อปี 2020 อย่างไรก็ตาม ในเดือนมีนาคม 2022 บริษัทได้ประกาศว่าเกม The Witcher ภาคใหม่จะพัฒนาด้วย Unreal Engine 5 ของ Epic Games แทนที่จะใช้ REDengine ของตัวเอง และในปีเดียวกันนั้นก็ยังประกาศว่าจะรีเมคเกม The Witcher ภาคแรกด้วย Unreal Engine 5 เช่นกัน

ในบทสัมภาษณ์ล่าสุดกับพอดแคสต์ Deconstructor of Fun Michał Nowakowski ผู้ร่วมซีอีโอของ CD Projekt Red ถูกถามว่ากระบวนการพัฒนาเกมของบริษัทเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรหลังการวางจำหน่าย Cyberpunk 2077 และปัญหาด้านประสิทธิภาพในช่วงเปิดตัวเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้บริษัทเปลี่ยนมาใช้ Unreal Engine 5 สำหรับ The Witcher 4 หรือไม่

Nowakowski ตอบว่า "ใช่และไม่ใช่" พร้อมระบุว่าหลายคนคิดแบบนี้ แต่ก็เป็นความเข้าใจที่ผิดเล็กน้อย เพราะปัญหาของ Cyberpunk ไม่ได้มาจากตัว REDengine โดยตรง

Nowakowski อธิบายว่าเป้าหมายของ CD Projekt คือการเป็นบริษัทเกม ไม่ใช่บริษัทเทคโนโลยี แม้จะใช้เอนจิ้นของตัวเองในเกมใหญ่สามภาคที่ผ่านมา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าบริษัทจะปิดกั้นการใช้เอนจิ้นอื่นหากสามารถตอบโจทย์ความต้องการได้ โดยระบุว่าความฝันที่แท้จริงของบริษัทไม่เคยเป็นการสร้างเทคโนโลยี แต่เป็นการสร้างเกมที่ล้ำสมัยทั้งด้านภาพและเทคนิค และที่สำคัญที่สุดคือการเล่าเรื่องให้น่าเชื่อถือและดื่มด่ำที่สุด

Nowakowski เผย The Matrix ไม่ใช่ Cyberpunk คือตัวจุดประกายให้เปลี่ยนมาใช้ UE5

Nowakowski ยังระบุด้วยว่า Demo เทคโนโลยี The Matrix Awakens ที่สร้างด้วย Unreal Engine 5 ต่างหากที่เป็นแรงจูงใจสำคัญที่สุดในการเปลี่ยนเอนจิ้น ไม่ใช่ปัญหาที่ Cyberpunk เผชิญ

เขาเล่าว่าไม่ใช่การเปิดตัว Cyberpunk ที่ทำให้บริษัทตัดสินใจเลิกใช้ REDengine แล้วเปลี่ยนมาใช้ Unreal Engine 5 อย่างเต็มตัวสำหรับโปรเจกต์ในอนาคต แต่เป็นช่วงเวลาที่ทีมงานได้เห็นตัวอย่าง Demo Matrix ของ Epic ก่อนใคร ซึ่งทำให้ทีมงานถามตัวเองว่า UE5 พร้อมสำหรับการสร้างเกมแบบที่พวกเขาทำหรือยัง

คำตอบในตอนนั้นคือ "ยัง" ยังไม่พร้อมในระดับเริ่มต้น แต่หากสร้างความสัมพันธ์กับ Unreal และทำงานร่วมกันในบางจุดที่จำเป็นเฉพาะสำหรับเกมขนาดและขอบเขตแบบที่ต้องการ ก็อาจทำได้จริง และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทีมงานเข้าไปเจรจากับทีม Epic จนเกิดเป็นความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ขึ้นมา

Nowakowski เสริมว่าเนื่องจาก CD Projekt Red ทำงานใกล้ชิดกับ Epic ในการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ ให้กับ Unreal Engine ทำให้บริษัทยังคงมีความสามารถในการปรับแต่งเอนจิ้นให้เหมาะกับความต้องการของตัวเองได้ เหมือนที่เคยทำกับ REDengine โดยระบุว่าทีมของเขาอาจเป็นทีมเดียวในโลกนอกเหนือจาก Epic ที่ได้เข้าไปจัดการกับส่วนภายในของเอนจิ้นนี้ ไม่มีใครทำแบบนี้นอกจากพวกเขาและ Epic ผ่านความร่วมมือกัน

เขาเชื่อว่าการทำงานร่วมกันแบบนี้จะช่วยให้บริษัทสามารถเล่าเรื่องราวและเปิดตัวเกมได้มากขึ้น เพราะไม่ต้องรับผิดชอบสร้างเทคโนโลยีขึ้นมาใหม่ตั้งแต่ต้น แต่สามารถสร้างสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่สร้างความแตกต่างอย่างมากสำหรับเกมประเภทที่พวกเขาทำได้แทน

ที่มา Video Games Chronicle

แชร์เรื่องนี้:
Badeedooboy
Badeedooboy

Content Writer

เรื่องที่เกี่ยวข้อง