CD Projekt Red ได้ปล่อยข้อมูลอย่างเป็นทางการเพื่อชี้แจงถึงรายละเอียดการอัปเดตของ The Witcher 3: Wild Hunt — Remastered ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงระดับขนานใหญ่ที่สุดเท่าที่ตัวเกมเคยมีมา โดยตัวเกมเวอร์ชันนี้เปิดให้ดาวน์โหลดเป็นอัปเดตฟรีตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน บนแพลตฟอร์ม PC, PS5, Xbox Series X|S และ Nintendo Switch 2 (มัดรวมเนื้อหาเสริมทั้งหมดไว้เรียบร้อยแล้ว) ซึ่งการยกระดับในครั้งนี้ถูกแบ่งออกเป็น 4 หมวดหมู่หลักด้วยกัน
เริ่มจาก การยกระดับภาพกราฟิก (Visual Improvements) ที่มีการปรับปรุงพื้นผิวของสภาพแวดล้อม ตัวละคร NPC และมอนสเตอร์ให้มีความละเอียดสูงขึ้น พร้อมระบบแสงและ Ray Tracing โฉมใหม่ โดยเฉพาะบน PC ที่รองรับฟีเจอร์ Path Tracing สุดอลังการ ขณะที่เครื่องคอนโซลรุ่นใหม่อย่าง PS5 Pro ก็รองรับเทคโนโลยีอัปสเกลภาพ PSSR ที่ช่วยให้รันภาพระดับ 60 FPS พร้อมเปิด Ray Tracing ได้อย่างลื่นไหล

หมวดที่สองคือ การปรับปรุงระบบต่อสู้ (Combat Improvements) ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของเกม RPG โดยทีมงานได้รื้อทำระบบ Skill Tree ใหม่ทั้งหมดเพื่อให้ผู้เล่นปรับแต่งสไตล์การเล่นได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ปรับปรุงแอนิเมชันและเพิ่มท่าเผด็จศึก (Finishers) สุดดุดัน เสริมด้วยเอฟเฟกต์ภาพใหม่สำหรับเวทมนตร์ Signs ทั้ง 5 แบบ และยกระดับพฤติกรรมของศัตรูพื้นฐานอย่างหมาป่าและ Drowners ให้ตอบสนองได้สมจริงยิ่งขึ้น
หมวดที่สาม การปรับปรุงคุณภาพชีวิต (Quality of Life) มีการปรับแต่งแอนิเมชันการเคลื่อนไหวของ Geralt และม้าคู่ใจ Roach ให้ดูเป็นธรรมชาติ ยกเครื่องมุมมอง Witcher Senses ให้สะอาดตาและเน้นการแสดงเบาะแสที่ตรงจุด ปรับปรุงหน้าจอ UI ใหม่ให้เข้าถึงเมนูสำคัญได้รวดเร็ว และที่สำคัญคือการเพิ่มระบบ Transmog ที่ให้ผู้เล่นเปลี่ยนรูปลักษณ์ของอาวุธและชุดเกราะได้อย่างอิสระโดยที่ค่าสเตตัสไม่ลดลง

สุดท้ายคือ การปรับปรุงฟีเจอร์เสริม (Miscellaneous) ที่อัดแน่นมาทั้ง Photo Mode ที่เพิ่มท่าทางและฟิลเตอร์ใหม่ ระบบรองรับ Mod ข้ามแพลตฟอร์มผ่าน Mod.io และโหมด Bard’s Ballad ซึ่งเป็นฟีเจอร์การเข้าถึงที่ช่วยปรับเกมเพลย์ให้อัตโนมัติ (เช่น การฮีลตัวเอง) สำหรับผู้เล่นที่มีข้อจำกัดด้านความสนใจ นอกจากนี้ สำหรับเวอร์ชัน Nintendo Switch 2 ยังรองรับระบบ Motion Controls ในการเล็งยิง โยนระเบิด หรือร่ายเวท และรองรับการใช้หน้าจอสัมผัสเพื่อเล่นการ์ด Gwent หรือจัดการเมนูแผนที่ได้อย่างสะดวกสบาย
ที่มา IGN