เว็บไซต์ GamesRadar+ รายงานบทสัมภาษณ์ของ Shawn Layden อดีตประธานของ Sony Interactive Entertainment Worldwide Studios ที่ได้ไปร่วมพูดคุยในรายการพอดแคสต์ The Expansion Pass โดยเขาได้แสดงความคิดเห็นในเชิงไม่เห็นด้วยกับทิศทางของ PlayStation ที่กำลังมีแนวโน้มจะยกเลิกการผลิตแผ่นเกมแบบกล่อง (Physical) และมุ่งหน้าสู่การเป็นแพลตฟอร์มเกมแบบดิจิทัลล้วน
Layden ยอมรับว่าเขาเข้าใจถึงความสะดวกสบายในการซื้อเกมแบบดิจิทัล แต่เขามองว่าแม้สัดส่วนของผู้เล่นที่ซื้อแผ่นเกมในปัจจุบันจะประเมินไว้ที่ราว 20% (เทียบกับฝั่งดิจิทัล 80%) ทว่าคนกลุ่มนี้คือแฟนเดนตายที่มีความสำคัญต่อแบรนด์อย่างมาก เพราะพวกเขาคือนักสะสมตัวยงที่พร้อมจะซื้อเกมแผ่นเพื่อเก็บไว้ในคอลเลกชัน การตัดสินใจทิ้งคนกลุ่มนี้จึงไม่ใช่เรื่องที่สมเหตุสมผลนักสำหรับเขา แม้จะออกตัวว่าตัวเขาเองก็ไม่ได้เห็นตัวเลขทางการเงินหรือเหตุผลเบื้องลึกที่ผลักดันให้ Sony เลือกเดินเส้นทางนี้ก็ตาม
ประเด็นที่อดีตผู้บริหารท่านนี้กังวลมากที่สุดคือเรื่องของ 'สิทธิความเป็นเจ้าของ' โดยเขากล่าวว่าการเปลี่ยนผ่านนี้จะทำให้เกิดการตั้งคำถามที่เป็นอันตรายต่อแบรนด์ว่า สรุปแล้วผู้เล่นได้เป็นเจ้าของเกม หรือแค่มีสิทธิ์เข้าถึงทรัพย์สินดิจิทัลเท่านั้น เพราะถ้าหากคุณไม่สามารถนำสิ่งนั้นไปขายต่อได้ ก็แปลว่าคุณไม่ได้เป็นเจ้าของมันจริงๆ ซึ่งการจ่ายเงินเพื่อซื้อแค่สิทธิ์ในการเข้าถึงนั้นไม่ใช่สิ่งที่ดึงดูดใจเลย และมันอาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชื่อเสียงและความเชื่อมั่นที่แฟนๆ มีต่อแบรนด์ในระยะยาว
นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดยังมองว่าเกมฟอร์มยักษ์ของ Sony หลายเกมยังคงทำรายได้มหาศาลจากการขายแผ่น แต่ดูเหมือนทางค่ายจะให้ความสำคัญกับการดึงอำนาจควบคุมตลาดดิจิทัลมาไว้ในมือ มากกว่าการแคร์กลุ่มผู้เล่นสายสะสม ซึ่งทิศทางดังกล่าวไม่เพียงแต่จะสร้างความท้าทายในการผลักดันเครื่องคอนโซลยุคหน้าที่อาจมีราคาแพงลิ่วอย่าง PS6 เท่านั้น แต่ยังอาจเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ที่กดดันให้ค่ายคู่แข่งอย่าง Xbox และ Nintendo ต้องหันมาใช้แนวทางเดียวกันนี้ในอนาคตอีกด้วย
ที่มา GamesRadar+