หลังจากแฟรนไชส์สยองขวัญระดับตำนานกลับมาคืนชีพอย่างยิ่งใหญ่ในช่วงสามปีที่ผ่านมาด้วยผลงานคุณภาพต่อเนื่อง ล่าสุด Motoi Okamoto โปรดิวเซอร์แฟรนไชส์ Silent Hill แห่ง Konami ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงก้าวต่อไปของซีรีส์ รวมถึงการประเมินทิศทางของโปรเจกต์ระลอกใหม่ในอนาคต
หนึ่งในประเด็นสำคัญคือการตัดสินใจย้ายฉากหลังออกจากเมืองหมอกอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่ง Okamoto ระบุว่าจากการติดตามฟีดแบ็กของแฟนเกมอย่างใกล้ชิด พบว่าแม้จะมีกระแสตอบรับทั้งในแง่บวกและลบ แต่โดยรวมแล้วผู้เล่นส่วนใหญ่ต่างให้การยอมรับทิศทางดังกล่าวเป็นอย่างดี พร้อมหวังให้แฟนๆ จับตาดูว่าในอนาคตจักรวาลนี้จะพาผู้เล่นเดินทางไปยังพิกัดใดในโลก และมีสตูดิโอระดับโลกแห่งใดเข้ามาจับมือร่วมงานกันบ้าง

นอกจากนี้ Okamoto ยังได้พูดคุยถึงบทเรียนสำคัญด้านเกมเพลย์ โดยชี้ว่าหัวใจของเกมสยองขวัญคือการควบคุมจังหวะความตึงเครียดและการผ่อนลมหายใจ ซึ่งตัวเกม Silent Hill 2 ฉบับรีเมกสามารถสร้างสมดุลจุดนี้ได้ดี ขณะที่ Silent Hill f เปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้มีจังหวะพักหายใจค่อนข้างมาก ส่งผลให้รูปแบบการเล่นของทั้งสองเกมได้รับเสียงชื่นชมในวงกว้าง
ในทางกลับกัน Silent Hill: Townfall เลือกมุ่งเน้นการสร้างแรงกดดันแบบลากยาวต่อเนื่อง ซึ่ง Okamoto ยอมรับว่านั่นทำให้กระแสวิพากษ์วิจารณ์แตกออกเป็นสองขั้วอย่างชัดเจน ทว่ามันกลับกลายเป็นบทเรียนอันล้ำค่าที่สะท้อนให้ทีมพัฒนาเห็นความสำคัญของการคุมจังหวะความตึงเครียดสลับกับช่วงเวลาพักของผู้เล่นให้ลงตัว

ขณะเดียวกัน กระแสข่าวลือของ Silent Hill 1 ฉบับรีเมกที่พัฒนาโดย Bloober Team ก็เริ่มมีความเคลื่อนไหว หลังมีรายงานการคัดเลือกนักแสดงชุดแรกอย่าง Gabrielle Fritz และ Jade Matthew มาร่วมโปรเจกต์ แม้จะยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าทั้งสองจะมารับบทบาทเป็นตัวละครใดในโลกของสายหมอกก็ตาม
ที่มา GamingBolt