Valve ได้ตัดสินใจอัปเดตกฎระเบียบและขั้นตอนการส่งตรวจเกมขึ้นสู่แพลตฟอร์ม Steam ครั้งสำคัญ เพื่อแก้ปัญหาคิวการอนุมัติเกมที่ค้างสะสมจนวิกฤต หลังจากมีเกมใหม่ถูกส่งเข้ามาเป็นจำนวนมหาศาล ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกมที่พัฒนาขึ้นโดยใช้ Generative AI เหตุการณ์ความล่าช้านี้กำลังส่งผลกระทบรุนแรงต่อนักพัฒนาเกมอิสระหลายราย ที่ต้องพลาดกำหนดวันวางจำหน่ายเดิมไปหลายสัปดาห์จนทำให้แผนการตลาดและกระแสตอบรับของผู้เล่นเสียหาย
ตามเป้าหมายเดิมของ Valve การตรวจสอบเกมใหม่จะใช้เวลาอยู่ที่ 3 ถึง 5 วันทำการ ทว่าในปัจจุบันกลับต้องใช้เวลานานสูงสุดถึง 12 วันทำการ ทาง Valve จึงได้ชี้แจงในคอมมูนิตี้ว่า เข้าใจถึงความตึงเครียดของเหล่านักพัฒนาที่ต้องรอการอัปเดตสถานะบิลด์เกมนานเกินคาด จึงได้เริ่มนำเกณฑ์การตรวจสอบเบื้องต้นแบบใหม่มาบังคับใช้เพื่อลดปัญหาการต้องส่งกลับไปแก้ไขและตรวจซ้ำ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เวลารวมในการอนุมัติต้องล่าช้าออกไป
สำหรับข้อกำหนดสำคัญที่เพิ่มเข้ามาใหม่นั้น บังคับให้นักพัฒนาจะต้องทดลองรันเกมของตัวเองผ่านไคลเอนต์ Steam อย่างน้อยเป็นเวลา 5 นาที เพื่อให้แน่ใจว่าตัวเกมสามารถทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มได้จริง เนื่องจากทีมตรวจพบปัญหาบ่อยครั้งที่ผู้สร้างทดสอบเกมผ่านไฟล์ Executable ของตัวเองอย่างราบรื่น แต่กลับตกม้าตายในขั้นตอนติดตั้งและเปิดเล่นผ่านสโตร์จริง นอกจากนี้ ผู้พัฒนายังต้องยืนยันการตั้งค่า Redistributables เช่น DirectX หรือ Visual C++ ระบบเซฟบน Steam Cloud รวมถึงระบบ Achievements และต้องระบุประเภทภาพสกรีนช็อตอย่างถูกต้องว่าเป็นภาพเกมเพลย์ เมนู หรือคัตซีน
แม้ Valve จะไม่ได้พาดพิงถึงปัญหาตรงๆ แต่เหล่านักพัฒนาในวงการมองตรงกันว่า สาเหตุที่คิวตรวจพุ่งสูงขึ้นอย่างผิดปกติในช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคม เกิดจากการที่มีผลงานคุณภาพต่ำที่ใช้ AI สร้างถูกส่งเข้ามาเป็นจำนวนมหาศาล สอดคล้องกับสถิติบน Reddit โดยผู้ใช้ชื่อ u/ploz ที่เปิดเผยว่าในเดือนตุลาคม มีเกมที่วางขายบน Steam ถึง 49.9% ที่มีการระบุว่าใช้เนื้อหาจาก AI ซึ่งผลกระทบจากความล่าช้าดังกล่าวทำให้นักพัฒนาตัวจริงอย่างทีม structmira ผู้สร้างเกม Cubic Earth ต้องออกมาตัดพ้อว่า วิดีโอเทรลเลอร์ของพวกเขามียอดชมกว่า 60,000 ครั้ง และมีผู้เล่นกด Wishlist มากกว่า 6,000 คน แต่การที่ตัวเกมไม่สามารถวางขายได้ตามนัด ทำให้หน้าคอมมูนิตี้เต็มไปด้วยเสียงก่นด่าของผู้เล่น และสูญเสียโมเมนตัมสำคัญในการเปิดตัวไปอย่างน่าเสียดาย
ที่มา Engadget