Around The Game l Jeff Kaplan เหยื่อของการใส่หมวกหลายใบ

แชร์เรื่องนี้:
Around The Game l Jeff Kaplan เหยื่อของการใส่หมวกหลายใบ

ในวันที่ Overwatch ประสบความสำเร็จเป็นตัวผลักดันให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับเกมนี้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ที่มีอิทธิพลในวงการเกมเวลานั้น ไม่ว่าจะเป็น นักพากย์ Pro Player จวบจนทีมพัฒนาและผู้บริหารค่าย โดยชื่อทีมงานคนแรกที่หลายคนนึกออกก็คงไม่พ้น Jeff Kaplan ผู้ดำรงตำแหน่ง Game Director ในเวลานั้น แต่เพราะเหตุใดชายที่เป็นเหมือนกัปตันของเรือถึงเลือกที่จะกระโดดลงจากเรือลำนี้และปล่อยให้เรือเดินทางไปในทิศทางที่ผิด แต่ทำไมแค่การจากไปของคนคนเดียวถึงส่งผลเสียกับเกมได้อย่างร้ายแรง จนทำให้เรือที่เคยอยู่ในจุดสูงสุดไปอยู่ในจุดที่ต่ำที่สุด(ในสายตาผม) มาร่วมหาคำตอบไปด้วยกันในบทความนี้ครับ

นับเป็นเวลาเกือบ 5 ปีที่ชายผู้เคยสร้างตำนานอย่าง Jeff Kaplan หายไปจากหน้าสื่อ นับตั้งแต่ที่เขาประกาศลาออกจาก Blizzard เหล่าเกมเมอร์แทบไม่ได้เห็นชื่อโผล่ขึ้นมาในหน้าสื่ออีกเลย จนกระทั่งล่าสุดกับการให้สัมภาษณ์ในรายการ Lex Fridman Podcast ตอนที่ 493 ในการสัมภาษณ์ราว 5 ชั่วโมง ได้มีจังหวะหนึ่งที่พิธีกรได้สอบถามเกี่ยวกับการลาออกจากบริษัท Blizzard หลังจาก Overwatch ประสบความสำเร็จซึ่งเป็นผลทำให้ตัวเกมเสื่อมกระแสความนิยมตามในภายหลัง ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่บริษัทเกมแทบทุกบริษัทไม่อยากเจอ แล้วทำไมมันถึงเกิดขึ้นล่ะ?

 

สวมหมวกหลายใบ

ในการทำงานของบริษัทเราทุกคนล้วนเป็นคนที่บริษัทจ้างให้มาทำงาน ดังนั้นสถานะของคุณในบริษัทจึงเพียงแค่ลูกจ้าง แต่เมื่อประสบการณ์ของคุณมากพอที่จะยกระดับการทำงานของคุณให้เป็นขั้นหัวหน้า แน่นอนว่าสิ่งที่เพิ่มขึ้นมานอกจากเงินเดือนก็คือหน้าที่จากเคยทำงานตามที่สั่งแล้วจบไป กลายมาเป็นคนที่คอยควบคุมการทำงานของพนักงานคนอื่นให้ได้ตามเป้าหมายที่บริษัทตั้งไว้ให้คุณ เปรียบเหมือนการได้สวมหมวก 2 ใบ ซึ่งที่กล่าวมาเป็นเพียงตัวอย่างง่ายๆ ในองค์กรเล็กหากจะนำไปเปรียบเทียบกับองค์กรขนาดใหญ่อย่าง Blizzard ที่คุณ Jeff เคยทำงานจะเป็นยังไงบ้าง?

 

หมวกใบที่ 1 Game Director

จากตัวอย่างที่กล่าวมาก่อนหน้าที่เป็นเพียงหัวหน้าฝ่ายหรือแผนกใดแผนกหนึ่ง แต่สำหรับตำแหน่ง Game Director นั้นจำเป็นต้องควบคุมทุกแผนกที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับตัวเกม อาทิเช่น ทีมเขียนโค้ด ทีมออกแบบศิลป์ ทีมดนตรี จะเห็นได้ว่าการจะบริหารทุกทีมที่เกี่ยวข้องกับเกมได้ดีจำเป็นต้องอาศัยความรู้และประสบการณ์ในสายงานนั้นๆ ซึ่งแน่นอนว่าช่วงชีวิตของคนหนึ่งคนไม่สามารถเรียนรู้และสร้างประสบการณ์เหล่านั้นได้หมด ถ้าจะอ้างอิงจากการศึกษาของคุณ Jeff ที่จบปริญญาตรีและปริญญาโทในสาขา Creative Writing ซึ่งพูดได้ว่าเป็นหนึ่งสายงานของการผลิตเกมเท่านั้น ดังนั้นการจะขึ้นมาเป็น Game Director ได้จำเป็นต้องใช้เวลาศึกษา แต่การทำงานจริงมักจะโหดร้ายกว่าทฤษฎีในหนังสือ ซึ่งตัวคุณ Jeff เองก็ยอมรับว่าการทำ Overwatch เป็นเรื่องที่กดดัน เครียดและเหนื่อยมาก ตัวความกดดันนี้เองที่ทวีคูณตอนเขาพัฒนา Overwatch 2 และเป็นส่วนที่บั่นทอนจิตใจเขา

ปรากฏตัวจากคลิป Developer Update และกลายเป็นภาพจำในที่สุด

หมวกใบที่ 2 ภาพจำของเกม

ถึงแม้ในตัวเกมจะมีตัวละครชื่อ Jeff Kaplan แต่ทุกครั้งที่ผู้เล่นเก่านึกถึง Overwatch จะมีหน้าของเขาลอยขึ้นมา ถึงแม้หมวกใบนี้เขาจะไม่ได้ตั้งใจสวมแต่หน้าที่ Game Director ทำให้เขาต้องออกมาสื่อสารเรื่องต่างๆ ด้วยตัวของเขาเอง และเริ่มที่จะกลายเป็นภาพจำของสิ่งที่จับต้องได้จริงของเกมไปโดยปริยาย ด้วยเหตุนี้ทีมงานจึงเลือกใช้ประโยชน์จากหมวกใบนี้โดยการผลักดันให้ Jeff Kaplan ทำการการตลาดให้กับตัวเกมมากขึ้น ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดและไม่เคยมีผู้กำกับเกมคนใดทำจนถึงปัจจุบันอย่างการ Live Stream ในวันคริสต์มาสที่มีเพียงตัวเขากับฉากเตาไฟอันอบอุ่นอยู่ด้านหลังเป็นเวลาเกือบ 12 ชั่วโมง แทบทุกปีที่เขายังคงเป็นผู้กำกับ Overwatch แต่ในแง่ของการดำเนินธุรกิจนี้คือฝันร้ายของการทำการตลาดที่ยั่งยืน เนื่องจากผู้บริโภคไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงนั่นจึงทำให้ทุกการเปลี่ยนแปลงมีความเสี่ยง และผลที่ตามมาหลังจากการลาออก คือ การขาดภาพจำทำให้ความน่าเชื่อถือ ความน่าเล่นของตัวเกมลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจน ประกอบกับช่วงการส่งไม้ต่อให้ผู้กำกับเกมคนใหม่ที่เป็นสูญญากาศของตัวเกม ที่แทบไม่มีการอัปเดตอะไรของตัวเกม ผู้เล่นส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะหันหน้าหนีในที่สุด

ภาพจากการ Live Stream ในวัน Christmas

หมวกใบที่ 3 ลูกจ้างของ Blizzard

หมวกใบนี้ถือเป็นหมวกที่น่าอึดอัดที่สุดที่ต้องสวมและเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เขาเลือกที่จะถอดหมวกทุกใบพร้อมยื่นลาออกจากบริษัทที่เขาเติบโตมา อย่างที่กล่าวไปในช่วงต้นบริษัทนั้นจ้างคุณมาเพื่อทำงานแทนเจ้าของบริษัท ดังนั้นสิ่งที่บริษัทคาดหวังมากที่สุดคือผลงานของคุณต้องสร้างประโยชน์กับบริษัทที่มักจะเป็นตัวเงิน ในเมื่อผลงานที่คุณสร้างจำเป็นต้องสร้างเงินให้กับบริษัทความกดดัน และแรงกดดันจากผู้บริหารเองก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยคุณ Jeff ได้ออกมาพูดว่าช่วงก่อนวางขายเกม Overwatch นั้นเป็นอะไรที่เครียดและกดดันเป็นอย่างมากแต่ความรู้สึกเหล่านี้ก็หายไปเมื่อตัวเกมประสบความสำเร็จ จนกระทั่งตัวเกมเริ่มถูกผลักดันให้เกิดภาคต่อขึ้นถึงแม้เขาจะเคยผ่านความรู้สึกนี้มาแล้วแต่การที่เกมภาคแรกมีชื่อเสียงนั้นยิ่งกลับกดดันตัวเขาเพิ่มขึ้นไปอีก อีกทั้งทางฝั่งบริหารเองก็ยิ่งกดดันเขาเพราะคาดหวังรายได้ที่สูงกว่าภาคแรก จนถึงฟางเส้นสุดท้ายที่เขาได้รับคำขู่จากผู้บริหารว่า “จะปลดพนักงานภายในสังกัดคุณ Jeff ออก หากเขาทำรายได้ไม่เข้าเป้า” โดยถือเป็นคำขู่ที่ร้ายแรงมากเขาจึงเลือกที่จะลาออกจาก Blizzard ในที่สุด

ในการสัมภาษณ์เขายอมรับการลาออกในครั้งนี้ทำให้เขาใจสลาย

การทำงานหลายหน้าที่เป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ในบางครั้ง แต่หากการที่ต้องรับหมวกมาสวมหลายๆ ใบอาจจะเป็นอะไรที่เกินตัวที่ไม่ได้สร้างผลเสียให้กับผู้สวมเอง แต่กลับสร้างผลเสียให้กับสิ่งรอบตัวคนสวมด้วย ดังนั้นไม่ว่าคุณจะอยู่ในสถานะใดในบริษัทลองประเมินความสามารถของตนเองก่อนที่จะรับหมวกมาสวม เพื่อเป็นการป้องกันตนเองจากความเครียดความกดดันที่เกินตัว และปกป้องเพื่อนร่วมงานหรือผู้คนรอบข้างคุณจากผลข้างเคียงของคุณ ไม่แน่ว่าการประเมินความสามารถของคุณในครั้งนี้อาจจะทำให้คุณค้นพบสิ่งที่ตัวเองทำได้ดี ที่สามารถนำไปต่อยอดและให้คุณเติบโตในสายงานใหม่ๆ ได้ครับ

แชร์เรื่องนี้:
Karaboon
Karaboon

Content Writer

เรื่องที่เกี่ยวข้อง