รีวิว Pokémon Pokopia - สปินออฟโปเกมอนที่ดีที่สุด

แชร์เรื่องนี้:
รีวิว Pokémon Pokopia - สปินออฟโปเกมอนที่ดีที่สุด

ในโลกของวิดีโอเกมที่มีอายุยาวนานกว่า 30 ปี แฟรนไชส์ Pokémon มักถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่อง "ความย่ำอยู่กับที่" ในช่วงหลัง แต่การมาถึงของ Pokémon Pokopia ผลงานความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง Game Freak และ Omega Force (ทีมผู้สร้าง Dragon Quest Builders 2 จาก Koei Tecmo) ดูเหมือนจะเป็นคำตอบที่แฟนเกมสายสร้างโลกและสายสโลว์ไลฟ์รอคอยมานาน

ด้วยระยะเวลาการเล่นกว่า 62 ชั่วโมงบนเครื่อง Nintendo Switch 2 นี่คือบทวิเคราะห์เจาะลึกที่แสดงให้เห็นว่าเหตุใดเกมนี้ถึงเกือบจะไปถึงจุดที่เรียกว่า "สมบูรณ์แบบ" แต่ก็ยังมีหนามยอกอกบางประการที่ผู้เล่นควรรู้

สนับสนุนตัวเกมโดย Immerziv

Sotry ปริศนาแห่งการสูญสิ้นและการเป็น "เมตามอน"

สิ่งที่ทำให้ Pokopia แตกต่างจากทุกภาคที่ผ่านมาคือ "ตัวเอก" เราไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็น เมตามอน (Ditto) ที่ตื่นขึ้นมาท่ามกลางซากปรักหักพังของอารยธรรมมนุษย์ที่ล่มสลายไปแล้ว โดยมีความสามารถพิเศษคือการ "เลียนแบบ" รูปลักษณ์ของเทรนเนอร์คู่หูในความทรงจำ

การเล่าเรื่องที่ท้าทายขนบเดิม

เกมนี้เลือกใช้การเล่าเรื่องแบบ Environmental Storytelling ผ่านเอกสาร และเศษซากวัตถุโบราณที่มนุษย์ทิ้งไว้ ซึ่งกินสัดส่วนเนื้อหากว่า 99% ของเกม ความท้าทายคือผู้เล่นต้อง "อ่าน" และ "ปะติดปะต่อ" ปริศนาเองว่าเกิดอะไรขึ้นกับโลกใบนี้ ทำไมต้นไม้ถึงแห้งเหี่ยว และมนุษย์หายไปไหนหมด? แม้เซ็ตติ้งจะดูหม่นแบบ Post-apocalyptic แต่ตัวเกมยังคงความน่ารักและอบอุ่นไว้ได้อย่างประหลาด

เอกสารเล่าเรื่องภัยพิบัติต่อโลก

อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนที่เห็นชัดคือ Character Development โปเกมอนตัวอื่นๆ ในเมืองมักมีเนื้อเรื่องแบบ "ม้วนเดียวจบ" เป็นเควสย่อยที่เล่าอดีตของพวกมันแล้วก็จากไป ไม่ได้มีพัฒนาการทางความรู้สึกที่ลึกซึ้งพอที่จะทำให้ผู้เล่นผูกพันในระยะยาวได้เท่าที่ควร

หนึ่งในเควสที่น่าประทับใจที่สุดในเกม

Gameplay มากกว่าแค่การสร้าง คือการ "สร้างบ้านให้เพื่อน"

หากคุณเคยผ่านมือจาก Dragon Quest Builders หรือ Minecraft มาก่อน คุณจะคุ้นเคยกับโลกแบบ Voxels หรือบล็อกสี่เหลี่ยม แต่ Pokopia นำเสนอสิ่งที่เหนือกว่าด้วยระบบ Habitat (ถิ่นที่อยู่อาศัย)

การสำรวจคือแกนหลัก

โดยพื้นฐานแล้ว หากคุณเคยได้เล่น Dragon Quest Builder หรือ Minecraft มาจะสามารถเข้าใจเกมนี้ได้ในทันที โลกทั้งใบจะประกอบด้วยบล็อกสี่เหลี่ยมเป็นส่วนใหญ่ เราสามารถวางบล็อกตรงไหนก็ได้ ในการสร้างสรรค์เมืองทั้งเมือง หน้าที่ของเราในเกมนี้คือการฟื้นฟูภูมิภาคที่เราอยู่ พาโปเกมอนกลับมาอยู่ในพื้นที่สบายใจของพวกเขา และแน่นอนใช้แรงงานพวกเขาให้เต็มที่ โดยตัวเกมจะเน้นหลักไปที่การสร้างและการสำรวจ โดยการสร้างนั้น ทุกคนน่าจะคุ้นเคยกับเกมแนวนี้ดีอยู่แล้ว แต่สำรวจก็ถือเป็นอะไรใหม่ๆ อยู่พอสมควร เพราะอย่างที่ผมบอกไปในช่วง Story ของเกม ว่าคุณจำเป็นจะต้องเดินออกสำรวจเพื่อรวบรวมข้อมูลว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับโลกของโปเกมอนบ้าง

โลกบล็อคแบบ Minecraft และ Dragon Quest Builder

เปลี่ยนจากการ "จับ" เป็นการ "จูงใจ"

ในเกมนี้ไม่มีโปเกบอล หน้าที่ของเราคือสร้างสภาพแวดล้อมที่โปเกมอนตัวนั้นๆ ชอบ เช่น ถ้าอยากได้ ฮิโตะคาเงะ คุณต้องสร้างพื้นที่ที่เป็นทุ่งหญ้า เพราะเราสามารถเจอมันในนั้นได้ หรืออยาสงป๊อปโปะ โปเกมอนนกป่าแรกก็เช่นกัน แต่ถ้าเป็นยาดง โปเกมอนที่ชอบพื้นที่ชื้นๆ อาจจะต้องสร้างที่อยู่อาศัยใกล้ๆ กับ น้ำเป็นต้นครับ และโปเกมอนแต่ละตัวก็มีความต้องการที่แตกต่างกันไปอีก อย่างโฮโฮ โปเกมอนนกฮูกที่เกิดได้ในพื้นที่ที่เป็นดอกไม้ก็จริง แต่หลังจากที่มันเกิดแล้ว เราก็ต้องพามันไปอยู่ในที่มืดๆ หน่อย เพราะโฮโฮเป็นโปเกมอนนกฮูกที่ออกหากินตอนกลางคืนและนอนตอนกลางวันนั่นเอง

สร้างที่อยู่โปเกมอน

ระบบแรงงานโปเกมอนที่สมจริง

เมตามอนตัวเอกทำทุกอย่างเองไม่ได้ เราต้องดึงศักยภาพของโปเกมอนมาช่วย เช่น ใช้ท่า 'Burn' เพื่อถลุงเหล็ก หรือท่า 'Build' เพื่อช่วยก่อสร้างโครงสร้างสูงๆ แต่ระบบนี้ขาดการนำ "ดัชนีความแข็งแกร่ง" มาใช้ (เช่น ลิซาด้อนพ่นไฟควรหลอมแร่เร็วกว่าฮิโตะคาเงะ) ซึ่งหากเพิ่มจุดนี้เข้ามาจะทำให้การสะสมโปเกมอนร่างพัฒนาแล้วมีความหมายมากกว่าเพียงแค่เรื่องของความสวยงาม

ใช้แรงงานโปเกมอนถลุงแร่

ความหงุดหงิดที่ต้องเผชิญ: Pacing และ Storage

แม้จะเป็นเกมที่ดี แต่ Pokopia มีอุปสรรคเรื่อง Pacing (จังหวะการเล่น) ที่ช้ามากในช่วง 5-10 ชั่วโมงแรก ตัวละครวิ่งช้าและกิจกรรมมีจำกัด ประกอบกับระบบ Real-time 1:1 แบบ Animal Crossing ที่ทำให้การก่อสร้างบางอย่างต้องรอเวลาจริงๆ นานนับวัน (ยกเว้นผู้เล่นจะใช้เทคนิคการปรับเวลาเครื่อง) นอกจากนี้ ระบบ Storage (คลังเก็บของ) คือฝันร้ายของผู้เล่นสายสะสม ตัวเกมไม่มีระบบ Sorting ที่ดี และเมื่อมีหลายเกาะให้สำรวจ การที่ต้องจำว่า "ของชิ้นนี้เก็บไว้ที่เกาะไหน" กลายเป็นเรื่องที่น่าปวดหัว เพราะการโหลดข้ามเกาะยังใช้เวลานานพอสมควร

กราฟิกและประสิทธิภาพ ตรงกลางระหว่าง Nostalgia และความสวยงาม

การที่เครื่อง Nintendo Switch 2 มีขุมพลังที่มากขึ้น ผนวกกับการใช้ Katana Engine (เอนจิ้นภายในของ Koei Tecmo ที่ใช้กับ Wo Long และ Dynasty Warriors) ทำให้ประสิทธิภาพของเกมอยู่ในเกณฑ์ยอดเยี่ยม

Visuals

งานภาพสไตล์ Stylized 3D แบบเซลเฉด (Cel-shaded) ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในอนิเมะที่สะอาดตา

Performance

ในโหมดพกพา (Handheld) รันได้ถึง Full HD 60FPS นิ่งสนิท แม้จะมีวัตถุในฉากเยอะๆ ส่วนโหมด Dock แม้จะเป็น 4K แบบ Upscale แต่ความคมชัดก็นับว่าเพียงพอแล้วสำหรับเกมแนวนี้

Sound Design Nostalgia แต่ก็ชวนหลับ

ทางด้าน Sound Design ก็ได้ Composer จาก Koei Tecmo มาทำอย่างคุณ Hiromu Akaba ที่เคยมีผลงานมากมายก่อนหน้ามาการันตี แต่รอบนี้สิ่งที่พิเศษจริงๆ คือการนำเอาเพลงจาก Original Pokemon มา Rearrange ใหม่อีกครั้งเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศความโคซี่ของเกม ซึ่งผมต้องบอกว่า มันอาจจะโคซี่เกินไปหน่อย เพราะแต่ละเพลงนี้มันสบายจนจะหลับเลยครับ ด้วยบรรยากาศของเกมที่มันชิวๆ อยู่แล้ว ผสมโรงเข้ากับเพลงช้าๆ ชิวๆ ของเกมนี้ การเล่นด้วย Handheld ก็เลยเป็นฝันร้าย

คุณภาพเสียงประกอบของเกมก็ถือว่าทำออกมาได้ค่อนข้างโอเค เนื่องจากตัวเกมน่าจะพยายามเอาใจฐานผู้เล่นเก่าๆ ของโปเกมอนพอสมควร อย่างพวกเสียงร้องของโปเกมอนแต่ละตัวนี่ก็หยิบยกมาเต็มๆ ทั้งหมดเลย ใครที่เคยเล่นภาคหลักแล้วไปดูในโปเกเด็กซ์ นั่งกดฟังเสียงร้องก็จะต้องคุ้นเคยกันอย่างดีแน่นอน ส่วนเสียงบรรยากาศอื่นๆ อย่างพวก Ambient ก็ทำออกมาได้ดีเช่นเดียวกัน อย่างพวกเสียงฝนตกที่โคตรชิว เสียงฝีเท้าของเมตามอนที่ทำออกมาได้โคตรน่ารัก อาจจะติดนิดเดียวสำหรับผม ตรงที่ว่า เสียงเดินเสียงเท้าอะไรพวกนี้มันมีแค่ตัวละครเรานี่แหละ โปเกมอนตัวอื่นๆ มันแทบไม่มีเลย

Verdict

Pokémon Pokopia คือการทดลองที่คุ้มค่า มันคือการนำจุดแข็งของเกมแนว Cozy Sandbox มาหลอมรวมกับเสน่ห์ของโลกโปเกมอนได้อย่างไร้รอยต่อ แม้จะมีปัญหาเรื่องจังหวะการเล่นและระบบจัดการของที่น่ารำคาญใจอยู่บ้าง แต่ด้วยคุณภาพงานสร้างและความแปลกใหม่ของการเล่าเรื่อง นี่คือเกมที่แฟนโปเกมอน "ต้องมี" ติดเครื่องไว้

คะแนนรีวิวแบบระเอียด

หมวดหมู่ หัวข้อย่อย คะแนน
Story (8.0/10) วิธีเล่าเรื่อง 8/10
ความเข้ากันกับเนื้อเรื่อง 10/10
Character Development 6/10
Gameplay (8.5/10) Innovative (ระบบใหม่) 8/10
Quality of Life (QoL) 6/10
Core Gameplay 8/10
Content 10/10
Replayability 10/10
Level Design 9/10
Performance (9.5/10) คุณภาพของกราฟิก 10/10
ประสิทธิภาพในการแสดงผล 10/10
การออกแบบงานศิลป์ (Art Style) 10/10
ไร้บั๊กกวนใจ 9/10
Sound Design (8.0/10) คุณภาพเสียงประกอบ (Music Score) 9/10
คุณภาพเสียงประกอบ (Effect) 7/10
Verdict (คะแนนรวม) 8.5/10
สปินออฟที่ดีงามที่สุดในโลกโปเกมอน
แชร์เรื่องนี้:
Meltdown
Meltdown

Content Writer

เรื่องที่เกี่ยวข้อง