รีวิว Crimson Desert

นี่คือหนึ่งในเกมฟอร์มยักษ์ที่เสียงแตกที่สุดเกมหนึ่งในปีนี้เลยก็ว่าได้ ผลงานจาก Pearl Abyss สตูดิโอเกมตัวท็อปของเกาหลีใต้ที่เคยทำ Black Desert เกมออนไลน์ MMORPG ที่ดูดชีวิตของใครหลายๆ คนมาแล้วนักต่อนัก แต่นั่นคือเกมออนไลน์ มาในครั้งนี้พวกเขาได้ตัดสินใจทำเกม Single Player ครั้งแรกให้มันออกมาเป็นเกม RPG สเกลมโหฬารที่จะดูดเวลาชีวิตเกมเมอร์ทุกคนไม่แพ้ Black Desert แล้วมันเสียงแตกยังไง ตกลงแล้วเกมนี้มันเหมาะกับคุณหรือไม่ อ่านได้ในรีวิวนี้ครับ
Story - มหากาพย์ที่หลงทางในโลกกว้าง (5.4)
เรื่องราวการแก้แค้นและการรวบรวมพรรคพวก
เนื้อเรื่องของ Crimson Desert จะตั้งอยู่ในจักรวาลเดียวกับเกม Black Desert แต่คนละสถานที่กัน พวก Lore เบื้องหลังหรือส่วนประกอบต่างๆ ในโลกของเกม เช่น พวกสิ่งมีชีวิต เผ่าพันธุ์ต่างๆ ก็จะเหมือน Black Desert เลย เรื่องราวของ Crimson Desert จะเล่าเรื่องราวของ Kliff (คลิฟฟ์) นักรบชาวเกรย์เมนที่วันหนึ่งกลุ่มของเขาถูกตีแตกจากกลุ่มศัตรูคู่ปรับที่ชื่อว่า Black Bears ทำให้กลุ่มของคลิฟฟ์ถูกสังหารหลายคนและกระจัดกระจายไปทั่วทวีป Pailune (ไพลูน) ซึ่งทางตัวของคลิฟฟ์เองก็ถูกหัวหน้ากลุ่ม Black Bears อย่าง Myurdin (มยอร์ดอน) ทำการปาดคอแล้วโยนทิ้งลงแม่น้ำ ใครเห็นก็ว่าตาย แต่คลิฟฟ์ของเรากลับโดนพลังปริศนาช่วยชีวิตเอาไว้และรอดชีวิตได้อย่างปาฏิหาริย์ ซึ่งเป้าหมายของคลิฟฟ์ก็คือการออกตามหากลุ่มเกรย์เมนที่ยังมีชีวิตรอดอยู่และรวบรวมกลับมาเป็นกลุ่มก้อนอีกครั้ง พร้อมทั้งตามหาและล้างแค้นแก๊ง Black Bears ไปด้วย ซึ่งในการเดินทางของคลิฟฟ์ก็จะไปเจอผู้คนมากมายและไปมีส่วนร่วมกับเหตุการณ์ต่างๆ ในทวีปไพลูน และในขณะเดียวกันความลับเกี่ยวกับพลังลึกลับที่ช่วยเขาไว้ก็จะค่อยๆ เปิดเผยขึ้นอีกด้วย

เนื้อเรื่องสูตรสำเร็จที่ดำเนินเรื่องได้สับสน
นี่แทบจะเป็นเนื้อเรื่องสูตรสำเร็จของเกมแนวโลกเปิดหรือพวกเกม RPG สเกลใหญ่ๆ เลยครับ ปูเรื่องราวไว้น้อยๆ ไม่บอกอะไรมากและให้ผู้เล่นไปเจอเองในเกมแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่ปัญหาสำหรับเกมนี้หลักๆ เลยมันคือการดำเนินเรื่องระหว่างทาง เกม Crimson Desert ในมุมมองของผมดำเนินเรื่องราวค่อนข้างสับสนและสื่อสารไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ส่วนมากจะเป็นการที่คลิฟฟ์ไปช่วยเหลือคนทำนู่นทำนี่ เปิดเมืองไปเรื่อยๆ ก่อนจะเปิดเผยความลับของพวกตัวร้ายก่อนจะหนีไปและก็ไปวนลูปเหมือนเดิม อันนี้คือเควสต์หลักนะครับ ส่วนเควสต์ย่อยหรือ Side Quest ก็ไม่ได้ต่างกัน ก็เป็นการช่วยเหลือคนทำนู่นทำนี่หรือการไปตามหากลุ่มเกรย์เมนที่กระจายไปทั่วแผนที่ และด้วยความที่เควสต์มันเยอะแบบเยอะโคตรๆ มันเลยรู้สึกว่าเรื่องราวเกมนี้มันดูไร้จุดหมายยังไงไม่รู้ ตกลงเป้าหมายเราคืออะไรกันแน่นะ? แต่ก็พอเข้าใจได้เพราะเกมสเกลแบบนี้ก็ต้องออกแบบเนื้อเรื่องหรือเควสต์ให้รองรับความกว้างความใหญ่ของเกม แต่ส่วนตัวผมว่ามันสามารถออกแบบให้ดีกว่านี้ได้ มีหลายๆ เกมสเกลนี้ที่ทำได้

เสียงพากย์ที่ไร้อารมณ์และปัญหาในการผลิต
ถ้าถามว่าจุดที่แย่ที่สุดของเนื้อเรื่องสำหรับผม ผมว่ามันคือเสียงพากย์ครับ เสียงพากย์ของตัวละครในเกมออกมาได้ไร้มิติและโมโนโทนมาก อารมณ์เหมือนทีมงานให้บทพูดคนพากย์ไปแค่ตัวหนังสือโดยไม่บอกว่าบทนั้นประโยคนั้น อารมณ์ของตัวละครคืออะไร กำลังทำอะไร Context ของสถานการณ์ ณ ประโยคนั้นคืออะไร บางฉากตัวละครกำลังโมโหแต่เสียงพากย์ที่สื่อออกมาเหมือนเป็นประโยคบอกเล่าเฉยๆ ซะอย่างงั้น ส่วนสาเหตุที่เป็นแบบนี้มันสอดคล้องกับข่าวที่ออกมาช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ว่านักพากย์ของตัวละครหลักอย่างคุณ Alec Newman ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการลงเสียงว่ามีการเปลี่ยนแปลงบทพูดอยู่ตลอดเวลา และพบพล็อตเรื่องที่ไม่ชัดเจนและสับเปลี่ยนไปมาตลอดการพัฒนา ทำให้เขาไม่รู้ว่าตกลงแล้วคลิฟฟ์มันต้องเป็นคนอะไรยังไงกันแน่
คัตซีนระดับภาพยนตร์ที่ถูกฉุดรั้ง
มันทำให้ผมเสียดายมากเพราะฉากคัตซีนต่างๆ ของเกมทำออกมาได้ดีพอสมควรเลย แทบจะไม่ได้ใช้แอนิเมชันเดิมๆ มารันซ้ำสักฉากแบบที่เกม RPG หลายๆ เกมชอบใช้กัน ใน Crimson Desert ฉากคัตซีนทุกฉากแทบจะเป็น Motion Capture ทั้งหมดที่ทำให้ลื่นไหลเหมือนดูภาพยนตร์ แต่พอมาประกอบกับเสียงพากย์ที่ผมว่าไปข้างต้น มันทำให้อารมณ์ร่วมของผมลดลงแบบเกือบจะลงไปก้นโอ่งเลยก็ว่าได้ คัตซีนของเกมมีการทำให้ลื่นไหลไม่พอ การเข้าคัตซีนก็ลื่นไหลเป็นเนื้อเดียว ไม่มีการสับจอดำแล้วโหลดคัตซีนแต่กล้องจะซูมเข้าไปหลังจากที่เราเดินไปที่พื้นที่เควสต์และจะเล่นคัตซีนต่อเลยทันที ให้นึกถึง Red Dead Redemption 2 ประมาณนั้นนั่นแหละครับ

Gameplay - Black Desert ฉบับเล่นคนเดียวที่ระบบล้นทะลัก (7.8)
ระบบที่มากมายจนแทบรับไม่ไหว (Slow Burn)
ระบบการเล่นของ Crimson Desert ถ้าให้อธิบายแบบง่ายๆ สั้นๆ ให้ทุกคนเข้าใจภาพรวมของเกม มันคือเกมออนไลน์ MMORPG ที่มาดัดแปลงปรุงแต่งให้เป็นเกม Single Player หรือให้เจาะจงเลยก็ “มันคือ Black Desert เวอร์ชันเล่นคนเดียว” แบบที่ใครๆ ก็แซวในตอนแรกนั่นแหละครับ พวกระบบที่มันเยอะแยะละเอียดแบบโคตรๆ มีใส่มาหมดเลย และด้วยความที่มันเยอะมากๆ นี่แหละครับคือปัญหาของเกมนี้สำหรับหลายๆ คน ในช่วงแรกๆ ที่เล่นผมจะเป็นบ่อยมากเลยคือเกมจะสอนเราเล่นแบบยัดๆ เข้ามาเยอะมากในทีเดียวและก็ปล่อยให้เราเล่นต่อไปเลย หลายๆ ครั้งผมไปนอนตื่นมาอีกวันผมลืมระบบง่ายๆ ไปแล้วว่ามันทำยังไง ลืมแล้วว่ากดใช้ท่ากดใช้สกิลนี้มันทำยังไงนะ เกมนี้ต้องใช้เวลาในการเล่นที่เยอะมากๆ กว่าจะเข้าใจระบบเบื้องต้นของเกมและเล่นไปได้แบบไม่ติดขัดมาก เป็นหนึ่งในเกมที่ Slow Burn ที่สุดที่ผมเคยเล่นมาเลยก็ว่าได้ 10 ชั่วโมงแรกของเกมผมยังงุนงงกับระบบของเกมอยู่เลย แถมไอ้ 10 ชั่วโมงแรกเนี่ยพึ่งจะเปิดระบบต่างๆ ที่เกมทำได้ไปแค่ 10-20 เปอร์เซ็นต์เองด้วยซ้ำ ผมเลยไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเกมนี้ถึงเสียงแตกอย่างมาก อีกส่วนหนึ่งก็อาจจะเพราะการวางปุ่มกดที่ค่อนข้างแตกต่างกับเกม RPG อื่นๆ ทั่วไป ตัวอย่างง่ายๆ เลยก็คือปุ่มโจมตีของเกมนี้ที่ปกติเราจะกดคลิกซ้ายเพื่อตีใช่ไหมครับ และกดย้ำๆ กดตีรัวๆ แต่เกมนี้จะให้เรากดคลิกซ้ายค้างเพื่อโจมตีต่อเนื่องเป็นต้น

การสอน (Tutorial) ที่ขาดหายและเควสต์ที่ต้องพึ่งไกด์
การสอนของเกมนี้ก็ค่อนข้างมีปัญหาพอสมควรครับ เพราะหลายๆ ระบบเล็กๆ น้อยๆ แต่มีประโยชน์กลับไม่มีสอน ต้องให้เรารู้เอง หรือมันอาจจะมีแต่ผมไม่ทันสังเกต เช่น มันจะมีการล่าค่าหัวคนแล้วนำมาส่งที่คุกในเมือง ซึ่งเมื่อเราไปจับโจรคนนั้นได้เราก็ทำการแบกและขึ้นม้าพากลับมาเข้าคุก แต่ที่จริงมันสามารถเอาโจรคนนั้นพาดที่หลังม้าแล้วขี่ได้ครับ ซึ่งมันจะมีประโยชน์มากในกรณีที่จับสองคนพร้อมกัน โดยใช้คนหนึ่งพาดที่หลังม้าและแบกขึ้นบ่าไปด้วยอีกคนหนึ่ง แต่ทั้งนี้มันส่งเควสต์ได้ทีละคนนะครับต้องแบกมาส่งทีละคน และอีกหลายๆ ระบบเล็กๆ น้อยๆ ก็มักจะเป็นแบบนี้คือต้องไปรู้เอาเอง อย่างของผมก็ไปรู้วิธีพาดคนขึ้นม้าจากคนที่เล่นมาก่อน หรือระบบเปิดแผนที่ที่ใช้ระฆังในเมืองตีผมก็ไปรู้มาจากคอมเมนต์ในเพจ Gamer Inside นี่แหละที่มีคนแนะนำมา ไม่รู้ว่าเป็นการออกแบบของผู้พัฒนาหรือเปล่าที่จงใจให้ผู้เล่นได้ลองได้รู้ทีหลังกันเอง และใช่ครับ เกมนี้เป็นเกมที่ผมต้องเปิด Guide เปิด YouTube ไปด้วยบ่อยโคตรๆ เพราะไม่รู้จะต้องดำเนินเควสต์ตรงหน้าต่อไปยังไง บางเควสต์ก็ไฮไลต์พื้นที่ทำเควสต์ไว้แคบมากแต่จุดทำเควสจริงดันอยู่นอกวง มารู้ก็เพราะเปิดยูทูบดู บางเควสต์ก็ทำผมหงุดหงิดจนน่ารำคาญก็มี เช่น เควสต์ขี่มังกรที่จะต้องรอจังหวะกระโดดลงไปที่หลังมังกร ซึ่งพอโดดลงไปได้ไม่พอต้องเกาะหลังมังกรให้แน่นเพื่อไม่ให้โดนดีดออกด้วย ซึ่งเกมมันดันไม่บอกว่าต้องกดปุ่ม Resist เพื่อเกาะหลังมังกรให้แน่น ทำให้เควสต์นี้ผมใช้เวลาอยู่กับมันนานโคตรๆ กว่าจะผ่าน แค่กะจังหวะโดดลงหลังมังกรให้พอดีก็นานอยู่แล้วเจออันนี้อีกยิ่งเซ็ง ปริศนาของเกมนี่หนักเลยครับ 80% ของปริศนาในเกมทั้งเควสต์หลักหรือที่สำรวจได้ตามแผนที่ผมเปิด YouTube ทำตามแทบทุกอัน แต่อันนี้ผมอาจจะ Skill Issue ด้วยแหละ

การต่อสู้กับบอสที่กลายร่างเป็นแนว Souls-like
ในเกมนี้เราจะได้เจอกับบอสตลอดทั้งเกมเลยครับ ทั้งแบบมินิบอสและบอสจริงๆ ที่มีหลอดเลือดเยอะๆ ซึ่งส่วนตัวผมรู้สึกว่าการออกแบบบอสของเกมนี้ค่อนข้างขัดกับภาพโดยรวมของเกมมากที่วางไว้ว่าเป็น Slow Burn ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ฟาร์มเปิดระบบต่างๆดำเนินเนื้อเรื่องไปเรื่อยๆ แต่พอเข้าสู่ช่วงการสู้กับบอสมันกลายเป็นเกม Souls-like ไปในทันทีเลยครับ บอสหลายๆ ตัวมีสกิลที่โอกาสหลบได้น้อยมาก หรือถ้าเราอัปตัวละครมายังไม่ดีก็สามารถโดน one-hit kill ได้ทันที การต่อสู้กับบอสในเกมนี้ผมแอบหัวเสียกับมันบ่อยครั้งมากๆ วิธีสู้กับมันก็คือต้องทำอาหารตุนไว้ให้เยอะที่สุดและก็ปั๊มอาหารใส่ตัวเพื่อเพิ่มเลือดตลอดเวลาหลังโดนสกิลของบอสแบบจัดหนักใส่เรา เท่านั้นไม่พอช่วงหลังๆ บอสมันมีหลายเฟสด้วย บางทีเราคิดว่าพอตีบอสจนเลือดหมดแล้วนะ จบแบบฟินๆ ที่ไหนได้แม่งมีเฟสสอง บางตัวมีเฟสสาม เออเอาเข้าไป แต่ว่าในแพตช์ล่าสุดที่พึ่งอัปมาตอนปลายเดือนเมษายนเขาเพิ่มระบบการปรับความยากของเกมเข้ามาให้แล้วนะครับ ใครไม่ไหวก็ไปปรับลดลงมาได้หรืออยากให้ยากขึ้นก็ได้เช่นกัน

Quality of Life ที่ถูกปรับปรุง (และปัญหาในช่วงแรก)
พอพูดถึงแพตช์ ผมขอชมและติในเวลาเดียวกันหน่อยครับ ผมเล่นเกมนี้ตั้งแต่ Day 1 ผมรู้สึกว่าเป็นเกมที่ฟังเสียงผู้เล่นบ่นและอัปแพตช์ได้เร็วมากๆ ผมจำไม่ได้แล้วด้วยซ้ำว่ามันอัปแพตช์มากี่ครั้งหลังจาก Day 1 แต่จำได้ว่ามันอัปเดตบ่อยมากๆ ซึ่งหลักๆ มันคือการปรับพวก Quality of Life ให้ดีขึ้น ผมบอกตรงๆ เลยว่า Quality of Life ของเกมช่วง Day 1 ผมให้คำว่า "ระยำ" ได้เลย หลายๆ อย่างแม่งกดโคตรวุ่นวาย คิดดูว่าตอน Day 1 คุณกดเข้า Inventory กดดู Map ไม่ได้ด้วย Short Cut ไม่ได้อะครับต้องกด ESC ค้างแล้วเลื่อนเมนูเพื่อเปิด จนมีแพตช์นึงแก้ให้กด I เปิด Inventory ได้ กด M เปิดแมปได้ หรืออย่างระบบนึงของเกมที่เป็นระบบหลักที่ต้องใช้ในการผ่านเนื้อเรื่องหลักคือการย้อนอดีตดูเหตุการณ์ผ่านการสวมหมวกรูปทรงประหลาดๆ ในแพตช์แรกขั้นตอนโคตรวุ่นวายเลยครับ มันต้องกดเปิดวงล้อเพื่อเลือกหมวกใส่ > กดสวมใส่ > กดใช้ > กดเลือกความทรงจำจากลิสต์ที่ยาวเหยียด จนผมต้องเปิดดู YouTube ดูว่ามันกดยังไง แต่ตอนนี้มันแก้ให้ดีขึ้นมากๆ แล้วครับแค่กดปุ่มเดียวมันก็ทำให้เสร็จสรรพหมด ตอนแพตช์เกมแรกๆ ถ้าใครเล่นแทบจะเป็นเพื่อนกับช่อง YouTube หลายๆ ช่องที่มาสอนระบบอะไรเล็กๆ น้อยๆ เลยครับ และคอมเมนต์ในช่องนั้นก็จะไปในแนวทางเดียวกันว่า “นี่เราต้องเปิดดู YouTube เพื่อดูวิธีการอะไรก็ตามของเกมนี้จริงๆ หรอเนี่ย” แต่ก็นั่นแหละครับตอนนี้แพตช์มันออกมาแก้ให้เล่นง่ายขึ้น Quality of Life ดีขึ้นแบบมากๆ แล้ว จะน่าชื่นชมก็ใช่ แต่ผมก็แอบสงสัยไม่ได้ว่าแล้วทำไมคุณพี่ถึงไม่ทำพวกนี้ให้ดีตั้งแต่แรก ทำไมต้องแก้ทีหลัง ข้างในทีมพัฒนาไม่มี Tester กันหรอ, จุด Fast Travel ก็เหมือนกันตอนแพตช์แรกๆ จุด Fast Travel ที่ไปเปิดได้มีน้อยมากจนต้องอัปแพตช์ให้มีมากขึ้นทั่วแมป หรือการปรับมุมกล้องที่อันนี้ผมไม่แน่ใจว่าใส่มาตอนไหนแต่ส่วนตัวผมไม่ค่อยชอบมุมกล้องเริ่มต้นของเกมเท่าไหร่มันเอาตัวละครเราลงไปชิดขอบซ้ายล่างเกินไปยังไงก็ไม่รู้

การฟาร์มและการตามหา Abyss Artifacts
การฟาร์มของเกมนี้ไม่ต่างจากเกม RPG อื่นๆ เท่าไหร่ครับ หลักๆ ก็คือการหาอาวุธ การอัปเกรดชุด การตีบวกโดยใช้ทรัพยากรต่างๆ ที่หาได้ตามแมป เช่น การขุดแร่ การตัดต้นไม้อะไรแบบนี้ หรือแม้แต่การอัปสกิลปลดล็อกสกิลพิเศษต่างๆ หรือการอัปพวกเลือดหรือสตามินาให้มากขึ้นก็ต้องใช้ทรัพยากรจากการฟาร์มทั้งสิ้น อย่างการอัปสกิลต้องใช้สิ่งที่เรียกว่า Abyss Artifacts ที่หาได้จาก Quest หลัก, การทำ Challenge ต่างๆ ที่เก็บได้ตามทาง หรือตีมอนไปเรื่อยๆ โดนจะมีเหมือนหลอด EXP อยู่ทางซ้ายล่างของจอถ้าเต็มมันจะได้ Abyss Artifacts มา 1 อัน หรือถ้าคุณโชคดีในบางสถานที่อาจจะไปล้วงกระเป๋าจากชาวบ้านได้เหมือนกันโดยเราสามารถใช้โคมไฟส่องดูก่อนได้ว่าแต่ละคนพกอะไรไว้ในกระเป๋า พูดถึงการขโมยของก็เป็นอีกอย่างที่มีการอัปแพตช์แก้ครับ เพราะในแพตช์แรกถึงแม้เราจะเข้าไปในบ้านที่ไม่มีใครอยู่เลยก็ตามและกดขโมย ทุกคนโดยรอบก็จะมีตาวิเศษเห็นเราทันทีทำให้โดนตั้งค่าหัวหรือโดนไล่ล่า แต่ก็มีการแก้แพตช์ให้ถ้าไม่มีใครเห็นจริงๆ ก็คือไม่มีใครเห็นครับ, กลับมาที่ Abyss Artifacts ที่จริงกว่าจะได้มาแต่ละครั้งมันค่อนข้างกินเวลาครับและมันไม่ได้ใช้แค่เพียงการอัปสกิล แต่มันรวมไปถึงการตีบวกอาวุธชุดเกราะในขั้นสูงๆ ด้วย Abyss Artifacts เลยเป็นไอเทมที่สำคัญมากในการปั้นตัวละครให้เก่งขึ้น มันเลยทำให้การฟาร์มใช้เวลามากกว่าจะได้ Abyss Artifacts มาแต่ละอัน แต่อันที่จริงถ้าใครไปดู Guide ตาม YouTube มันก็มีวิธีฟาร์มให้เร็วขึ้นอยู่ครับ

ตัวละครที่หลากหลายและอาวุธที่ปรับแต่งได้
ในเกมนี้มีตัวละครให้เล่นทั้งหมด 3 ตัวครับโดยนอกจากคลิฟฟ์แล้วจะปลดล็อกมาระหว่างการเล่น ซึ่งก็จะมี Damiane หญิงสาวจากตระกูลดังที่ล่มสลายที่หนีการถูกไล่ล่ามาจนสุดท้ายมาเจอกับกลุ่มเกรย์เมนและมาร่วมกลุ่มด้วย ซึ่งเธอมีความเร็วและเน้นใช้อาวุธทางไกลได้ดี และอีกตัวคือ Oongka หนึ่งในสมาชิกกลุ่มเกรย์เมนที่สนิทกับคลิฟฟ์ ซึ่งอูงกาจะใช้ขวานเป็นอาวุธหลักและเน้นการโจมตีที่รุนแรง ซึ่งเราจะได้เล่นเป็นตัวละครทั้งสามระหว่างเล่นภารกิจแน่นอนเพราะบางเควสต์เป็นเควสต์ของบางตัวละครเท่านั้น, เอาตรงๆ เลยตัวละครมีให้เล่นสามตัวก็จริงแต่ผมเล่นจริงก็แทบจะเป็นคลิฟฟ์เกิน 80% ของการเล่นทั้งหมดครับ เพราะขี้เกียจไปนั่งอัปสกิลตีบวกตัวอื่นๆ อีกเพราะใช้ทรัพยากรเยอะไม่ต่างกับตัวหลักเลย ที่ผมจะใช้จริงคือการเรียกตัวละครทั้งคู่ออกมาช่วยเราสู้ในโลกกว้างเสียมากกว่าแต่ก็ไม่ต้องคาดหวังอะไรมากนักนะครับเพราะ AI มันเหมือนจะควบคุมอีกสองตัวละครช่วยเราได้ไม่ได้มากเท่าเราบังคับเองครับ แต่ก็สามารถสลับตัวไปบังคับได้อยู่ตลอด, อาวุธของเกมในแต่ละตัวละครก็จะใช้ไม่เหมือนกันครับและมีให้เลือกหลากหลายด้วย อย่างคลิฟฟ์หลักๆ ก็จะเป็นดาบกับโล่ แต่ก็สามารถปรับให้ใช้เป็นดาบคู่ก็ได้ซึ่งท่าทางการต่อสู้ก็จะแตกต่างหรือความสามารถก็จะต่างกันไปเช่นโล่จะ Parry ได้ดีกว่าอะไรพวกนี้ ตัวละครอื่นก็เหมือนกันปรับเปลี่ยนอาวุธได้หลากหลายแบบ อันนี้ผมชอบมีความหลากหลายดี มีระบบสัตว์เลี้ยงที่พวกมันสามารถจะคอย loot ของตามศพศัตรูหรือพวกทรัพยากรต่างๆ ที่เราไปขุดไปตัดได้ตรงนี้ผมก็ชอบแต่อยู่ๆ มันชอบหายไปต้องเรียกมาบ่อยๆ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน
ระบบแคมป์และการจัดการพรรคพวก
ระบบแคมป์ก็น่าสนใจครับ ในแคมป์ที่เรารวบรวมเหล่าสหายเก่ามารวมกันเมื่อใหญ่ขึ้นเราสามารถส่งเพื่อนๆ ของเราไปทำงานตามหัวเมืองต่างๆ เพื่อฟาร์มของเข้าแคมป์ได้ด้วย ซึ่งเพื่อนเราที่รวบรวมมาแต่ละคนก็จะมีสกิลเฉพาะงานแต่ละอันให้ส่งไปทำงาน หรือเราสามารถกดส่งเพื่อนเราไปตีพวกค่ายศัตรูก็ได้เช่นกันถึงแม้จะไม่ได้ตีเร็วเหมือนเราไปตีเองแต่มันก็ช่วยแย่งความสนใจจากศัตรูไม่ให้มารุมเราคนเดียวได้เป็นอย่างดีครับ และเมื่อถึงช่วงนึงเราจะสามารถล่มแคมป์และให้เพื่อนเราทั้งหมดเข้าไปอาศัยในเมืองได้แต่ผมแนะนำให้คงที่แคมป์ไว้ดีกว่าเพราะว่าถ้าเรารวมเพื่อนได้ครบๆ พวกร้านค้าอะไรต่างๆ มันจะรวมอยู่ที่แคมป์เราหมดเลย ทั้งร้านอาหาร ร้านตีบวกอาวุธ ฟาร์ม หรืออะไรต่างๆ ไม่ต้องไปคอยเข้าไปในเมืองแล้ว

ความสนุกที่ต้องใช้เวลา (80 ชั่วโมงที่คุ้มค่า?)
ทุกคนอาจจะเคยได้ยินคนที่เคยเล่นแล้วมาเล่าว่าเกมนี้จะเริ่มสนุกหลังจาก 10 ชั่วโมงบ้าง หลังจาก 20 ชั่วโมงบ้าง หรือ 40 ชั่วโมงบ้าง ซึ่งผมเห็นด้วยครับแต่จะกี่ชั่วโมงนั้นแล้วแต่คนสุดๆ เลย อย่างในกรณีของผมเลยย้ำว่าของผมนะครับ ผมเริ่มสนุกเริ่มเอนจอยเกมหลังจากเล่นไป 80 ชั่วโมง ส่วนสาเหตุเลยก็คือผมไปนั่งทำ Build ยิงธนูได้ไม่จำกัดได้โดยการฝัง Abyss Gear หรือง่ายๆ ก็ฝังเจมเข้าอาวุธนั่นแหละครับที่ทำผ่านร้านแม่มดซึ่งก็ใช้เวลาพอสมควรเลย และผมก็ไปหาสูตรการฟาร์ม Abyss Artifacts มาจนตัวละครผมอึดขึ้นเก่งขึ้นทำให้รู้สึกเล่นมันส์สะใจขึ้นเยอะและเอนจอยกับเกมมากๆ เลย, ยิ่งหลังๆ ได้พวกอาวุธที่มีสกิลติดตัวมาเช่นดาบที่ฟันแล้วมีเอฟเฟกต์ไฟเพิ่มหรือเอฟเฟกต์โจมตีระยะไกลเพิ่ม พอมานำมาใช้เป็นดาบคู่ตอนต่อสู้นี่โคตรมันส์ สารภาพตามตรงช่วงก่อน 80 ชั่วโมงอารมณ์การเล่นของผมอยู่ในจุดที่เรียกว่า Burnout กับการเล่นเป็นส่วนมาก แถมออกไปทางหัวร้อนด้วยซ้ำตอนสู้กับบอส แต่ก็อย่างว่าครับแต่ละคนความชอบไม่เหมือนกัน คุณอาจจะชอบตั้งแต่ชั่วโมงแรกเลยก็ว่าได้ อันนี้เป็นในมุมของผมเฉยๆ และเชื่อไหมครับว่า 80 ชั่วโมงที่ผมเล่นผมยังปลดล็อกระบบต่างๆ ได้ไม่หมดเลยด้วยซ้ำ อย่างระบบการตกแต่งทรงผมตัวละครนี่กว่าจะปลดล่อไปเกือบ 100 ชั่วโมง ซึ่งผมก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าระบบพวกนี้มันน่าจะมาให้เราใช้ตั้งแต่แรกๆ หรือเปล่า

เสียงแตกไม่แปลกใจ
โดยรวมระบบการเล่นของ Crimson Desert มันคือเกมที่รวมเอาทุกอย่างที่มีในเกม MMORPG สเกลยักษ์มายัดใส่และอัดหน้าผู้เล่นแบบกระหน่ำสุดๆ ไม่แปลกที่เกมนี้จะเสียงแตกในหมู่คนเล่น เพราะถ้าคนไม่ชอบเกมที่ระบบเยอะเวอร์เกิน หรือให้เจาะจงคือไม่ค่อยแนวเกมออนไลน์ MMO ใหญ่ๆ แบบ Black Desert เท่าไหร่ ก็น่าจะไม่เอนจอยกับเกมนี้และเลิกเล่นได้อย่างง่ายดายหรือถึงขั้นเกลียดไปเลยโดยเฉพาะถ้าเจอบอสที่ไม่ค่อยแฟร์ แต่ถ้าคุณเป็นคนที่คุ้นเคยกับเกมออนไลน์ MMO ชอบความเยอะของระบบที่มีให้ทำมากมาย หรือชอบเกมที่ Slow Burn เล่นได้เรื่อยๆ คุณจะรักเกมนี้แบบสุดๆ เลยก็ว่าได้ เห็นที่พูดมาอาจจะดูติซะเป็นส่วนใหญ่แต่เอาตรงๆ ผมค่อนข้างเอนจอยกับเกมนะครับ แต่ถ้าผมมองในเลนส์ของคนที่อาจจะไม่ได้ชอบหรือไม่เคยเล่นแนวนี้มาก่อนเลย ผมว่าค่อนข้างเสี่ยงที่คุณน่าจะไม่ได้สนุกกับเกมนี้
Performance - กราฟิกตระการตากับ BlackSpace Engine (8.6)
Ray Reconstruction ที่ยกระดับงานภาพ
เกม Crimson Desert ใช้เอนจิ้นเกมตัวเดียวกับเกมเก่าของพวกเขาอย่าง Black Desert ที่ชื่อว่า BlackSpace Engine แต่จะเป็นเวอร์ชันที่อัปเกรดปรับปรุงขึ้น ตอนแรกผมแอบกังวลว่าใช้เอนจิ้นเกมออนไลน์มาทำมันจะรอดหรือเปล่า ซึ่งจริงๆ แล้วทำออกมาได้ดีกว่าที่ผมคิดไว้พอสมควรเลย งานภาพของเกมนี้ทำออกมาได้สวยงามเป็นอย่างมากแถมไม่ได้มีปัญหาเรื่องเกมกระตุกหรือ Optimize ไม่ดีเลยถ้าสเปคของคุณผ่านขั้นแนะนำของเกม, เกม Crimson Desert เป็นหนึ่งในเกมที่ใช้เทคโนโลยี Ray Reconstruction ให้ได้เห็นภาพชัดที่สุดแล้วเกมหนึ่งในมุมมองของผม, Ray Reconstruction การทำงานของมันคือการ Denoising หรือการปรับปรุงพวกคุณภาพแสง เงา และการสะท้อนในเกมที่ใช้ Ray Tracing หรือ Path Tracing ให้สมจริง คมชัดขึ้น แต่หลายๆ เกมเมื่อเปิดใช้นั้นเอาตรงๆ มันไม่ค่อยแตกต่างจนเห็นได้ชัดเท่าไหร่นัก แต่เกม Crimson Desert นี่แหละที่เปิดกับปิดนี่คือคนละเรื่องกันเลย โดยเฉพาะแสงกระทบกับพวกเงาตามที่แคบนี่งดงามตระการตามาก แต่มันก็มีข้อแลกเปลี่ยนที่รุนแรงอย่างมากเลยก็คือมันจะกินสเปคขึ้นแบบมากมายเลย เพราะการเปิด Ray Reconstruction จะเป็นการไปเปิดการตั้งค่าแสงให้เป็นแบบ Max ที่อัดใส่การคำนวณทุกอย่างแบบจัดเต็ม อย่างที่ผมลองการเปิดกับปิด Ray Reconstruction ได้เฟรมเรตห่างกันขึ้นไปถึงระดับ 30 FPS เลยทีเดียว ใครจะเปิดก็ลองชั่งน้ำหนักดูเอา แต่ก็ใช่ว่าเปิด Ray Reconstruction แล้วจะดีหมดนะครับ บางฉากการเปิด Ray Reconstruction อาจจะทำให้แสงเงาดูแปลกๆ ไปเลยก็มี แต่จากที่ผมเล่นมาเห็นแค่ฉากเดียวเท่านั้นและอาจจะมีการแก้ไขไปแล้วด้วยในตอนนี้

โลกยุคกลางแฟนตาซีที่มีชีวิตชีวา
ธีมของเกมนี้จะเป็นแนวยุคกลางแฟนตาซีแบบ Black Desert ครับ พวกสิ่งก่อสร้าง เมือง ปราสาทต่างๆ จะได้ฟีลแบบยุโรปจ๋าซึ่งทำออกมาได้ตระการตาสวยงาม ผมรู้สึกดีมากๆ ในการแค่เดินชมวิวของเกมไปเรื่อยๆ ดูต้นไม้ ดูตึกรามบ้านช่อง ดูชาวบ้านที่เดินผ่านไปมา, งานภาพคือจุดเด่นของเกมนี้ที่ชัดเจนสุดๆ อย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้รองจากพวกระบบที่มันเยอะแยะที่ยัดเข้ามา บรรดา NPC ของเกมดูมีชีวิตชีวาดี มีการยืนเกาะกลุ่มพูดคุย มีการทำงาน มีการหลบฝนจนฝนตก แต่ถ้าสังเกตดูดีๆ มันคือการเซ็ตการตั้งค่าเอาไว้อยู่แล้ว บางจุดต่อให้ฝนตกฟ้าผ่ามันก็จะยืนอยู่เฉยๆ หรือในสถานที่ต่างๆ NPC ก็จะมีตำแหน่งการยืนตั้งค่าเอาไว้อยู่แล้วว่าจะยืนตรงไหนทำแอนิเมชันอะไรบ้าง แค่สลับ Model ไปมาเท่านั้น แต่ก็นั่นแหละครับถือว่าทำออกมาได้ดีผมไม่ได้ว่าอะไรครับแค่ชอบสังเกตจับผิดอะไรพวกนี้เฉยๆ หลักๆ เลยผมว่ามันคือแอนิเมชันของ NPC แต่ละตัวมันดูประณีตในการทำด้วยแหละครับมันเลยออกมาดูมีชีวิตชีวามาก

เอฟเฟกต์ที่สวยงามและบั๊กประปราย
เอฟเฟกต์น้ำของเกมนี้ค่อนข้างทำออกมาสวยงามครับเวลาลงไปว่ายน้ำหรือตกปลา จังหวะที่น้ำกระแทกเกิดเป็นคลื่นอะไรต่างๆ ดูดีมากๆ เลย แต่ในขณะเดียวกันเอฟเฟกต์ฝนตกในเกมนี้ตอนที่ตกหนักๆ เหมือนจะมีปัญหาอยู่หน่อยตรงที่มันทำให้ภาพที่เราเห็นห่างออกหน่อยออกมาเละๆ เลยเหมือนบั๊กกราฟิกไม่เหมือนเอฟเฟกต์ฝนเท่าไหร่ เหมือนบั๊กแสงที่เกิดจาก Ray Reconstruction บางช่วงที่ผมพูดไปน่ะครับ ไม่รู้แก้ไขหรือยังในแพตช์ตอนนี้, บั๊กของเกมตามสไตล์เกม Open World มันมีอยู่แล้วครับแต่อยู่ที่ว่าจะหนักขนาดไหน เกม Crimson Desert ถือว่าบั๊กค่อนข้างน้อยครับ ที่เจอก็จะเป็นทั่วไปที่ไม่ได้หนักหนาอะไรมาก เช่น NPC เควสต์ไปมุดอยู่ในกำแพงแต่ก็กดคุยได้อยู่ไม่ได้มีปัญหาอะไร บั๊กศัตรูโง่ หรือแอนิเมชันดีเลย์นิดๆ หน่อยๆ ที่ผมเจอ
แพตช์ที่ช่วยแก้ปัญหาการโหลด
ย้อนกลับไปที่ผมบอกเรื่องการอัปเดตแพตช์เร็วอีกครั้งครับ ตอนที่ผมเล่นตอน Day 1 สิ่งหนึ่งที่ผมเจอเลยคือมันโหลดเข้าเกมนานมากขนาดใส่ใน SSD ซึ่งเอาจริงๆ ก็เข้าใจได้เพราะแมปมันใหญ่ซะขนาดนี้ แต่หลังจากมีการอัปแพตช์มาเรื่อยๆ จนแพตช์ ณ ปลายเดือนเมษายน เกมโหลดเร็วขึ้นเยอะมากๆ แล้วครับ ถือว่าเซอร์ไพรส์ผมอยู่พอสมควรเลยและมันดีมากๆ อีกด้วย

Sound Design - ได้มาตรฐานแต่สะดุดที่เสียงพากย์ (6.3)
ทางด้านเสียงของเกมนี้ ถ้าไม่นับเสียงพากย์ภาษาอังกฤษที่ผมบ่นไปในส่วนของเนื้อเรื่องว่าทำออกมาได้ไม่ค่อยดี ส่วนอื่นๆ ของเกมก็ถือว่าทำออกมาได้มาตรฐานเกมธีมยุคกลางแฟนตาซีครับ พวกเพลงประกอบตอนต่อสู้ตอนคัตซีนค่อนข้างโอเค บางฉากใช้เสียงเพลงปูบทให้ยิ่งใหญ่ตาม context เนื้อเรื่อง ณ ตอนนั้นได้ดี แต่ก็ตกม้าตายเพราะเสียงพากย์ที่โมโนโทนอยู่บ่อยครั้ง มีเพลงที่น่าจดจำอยู่บ้างเช่นเพลงตอนเข้าเกม ผมค่อนข้างชอบและติดหูกับเพลงที่เดินในเมืองบางเพลง ส่วนพวกเสียงเอฟเฟกต์เสียงประกอบก็ตามมาตรฐานครับ ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกโดดเด่นหรือพีคอะไรขึ้นมาขนาดนั้น