เว็บไซต์ Video Games Chronicle รายงานข้อมูลจาก Alinea Analytics บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลเกมจากนอร์เวย์ ที่ประเมินว่า Saros เกมเอ็กซ์คลูซีฟบน PlayStation 5 มีการเริ่มต้นที่ค่อนข้างเงียบเหงา โดยในช่วงสองสัปดาห์นับตั้งแต่วางจำหน่าย ตัวเกมทำยอดขายไปได้กว่า 300,000 ชุด และสร้างรายได้ให้กับ Sony ไปกว่า 22 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ทางบริษัทนักวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่า จากงบประมาณการพัฒนาเกมที่มีรายงานว่าสูงถึง 76 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ตัวเกมอาจต้องดิ้นรนอย่างหนักเพื่อให้ถึงจุดคุ้มทุน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลไม่ได้บ่งชี้ถึงสถานการณ์ในแง่ลบไปเสียทั้งหมด เนื่องจากผู้เล่นที่ซื้อเกมนี้ไปกว่า 40% ใช้เวลาเล่นไปแล้วมากกว่า 15 ชั่วโมง และอีก 30% เล่นไปแล้วมากกว่า 20 ชั่วโมง
Rhys Elliott หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ตลาดของ Alinea ระบุว่านี่เป็นสถิติการมีส่วนร่วมที่น่าประทับใจมากสำหรับเกมแนว Roguelike ที่มีความท้าทายสูง โดยเฉพาะเมื่อตัวเกมเพิ่งวางจำหน่ายได้เพียงสองสัปดาห์ การที่สตูดิโอ Housemarque ตัดสินใจปรับให้ตัวเกมเข้าถึงง่ายกว่าผลงานก่อนหน้าอย่าง Returnal ส่งผลให้มีผู้เล่นกว่า 20% สามารถเล่นเกมจนจบได้แล้ว (อ้างอิงจากข้อมูลถ้วยรางวัล) ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงเป็นสองเท่าของ Returnal ในช่วงเวลาเดียวกัน สิ่งนี้ถือเป็นข้อดีสำคัญ เพราะแม้ตัวเกมจะไม่ได้ดึงดูดผู้เล่นทั่วไปได้ในระดับที่หวังไว้ แต่กลุ่มผู้เล่นที่ซื้อไปนั้นกำลังสนุกกับเกมอย่างเต็มที่ ซึ่งผู้เล่นกลุ่มนี้จะเป็นกระบอกเสียงสำคัญในการบอกต่อ และอาจช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อในอนาคต

ข้อมูลจาก Alinea ยังระบุว่า Saros ทำยอดขายได้ช้ากว่า Returnal เล็กน้อยในช่วงเวลาเดียวกัน แม้ว่าฐานผู้ใช้ PS5 ในปัจจุบันจะสูงถึง 93 ล้านเครื่องเมื่อเทียบกับ 8 ล้านเครื่องในตอนนั้นก็ตาม Elliott อธิบายว่าในช่วงที่ Returnal วางจำหน่ายเป็นช่วงต้นเจนเนอเรชันที่ผู้เล่นกำลังโหยหาเกมใหม่ และตัวเกมก็ดึงศักยภาพของจอย DualSense ออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม ในขณะที่ Saros วางจำหน่ายในช่วงที่มีเกมฟอร์มยักษ์ออกมาชนกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Crimson Desert, Resident Evil Requiem, Hades 2 และ Pragmata ทำให้เกมเฉพาะกลุ่มแนวยิงกระสุนท่วมจอ (Bullet-hell) ที่มีราคาสูงถึง 70 ดอลลาร์สหรัฐ ทำตลาดได้ยากขึ้นหากไม่มีชื่อแฟรนไชส์ยักษ์ใหญ่หนุนหลัง
ที่มา Video Games Chronicle