ได้ผลจริง! Krafton เผยสถิติอัดฉีดเงินให้เด็กแรกเกิดหัวละ 2 ล้านบาท ดันอัตราการเกิดพุ่งสูงขึ้นเท่าตัว

แชร์เรื่องนี้:
ได้ผลจริง! Krafton เผยสถิติอัดฉีดเงินให้เด็กแรกเกิดหัวละ 2 ล้านบาท ดันอัตราการเกิดพุ่งสูงขึ้นเท่าตัว

วิกฤตอัตราการเกิดต่ำกลายเป็นปัญหาระดับชาติที่หลายประเทศในเอเชียกำลังเผชิญ โดยเฉพาะในประเทศเกาหลีใต้ ทว่าล่าสุดค่ายเกมยักษ์ใหญ่ออกมาพิสูจน์แล้วว่าสวัสดิการที่ยอดเยี่ยมสามารถช่วยบรรเทาปัญหานี้ในองค์กรได้ โดยสำนักข่าวต่างประเทศอย่าง Automaton Media ได้เปิดเผยรายงานระบุว่า Krafton บริษัทผู้พัฒนาเกมชื่อดังอย่าง PUBG: BATTLEGROUNDS สามารถเพิ่มอัตราการเกิดของบุตรพนักงานในบริษัทได้สำเร็จถึงหนึ่งเท่าตัว หลังจากประกาศใช้มาตรการสนับสนุนและช่วยเหลือการเลี้ยงดูบุตรเชิงรุก

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ทาง Krafton ได้เริ่มต้นโครงการสวัสดิการช่วยเหลือการคลอดบุตรและการเลี้ยงดูบุตรฉบับปรับปรุงใหม่ โดยมอบเงินอุดหนุนให้แก่พนักงานที่มีบุตรแรกเกิดตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2025 เป็นจำนวนเงินสูงถึง 100 ล้านวอน (หรือประมาณ 60,000 ดอลลาร์สหรัฐ / ราว 2.1 ล้านบาท) ต่อเด็กหนึ่งคนตลอดช่วงอายุ ซึ่งจากการรวบรวมสถิติล่าสุดตั้งแต่เดือนมกราคม 2025 ถึงเมษายน 2026 พบว่ามีจำนวนเด็กแรกเกิดจากพนักงานในบริษัทสูงถึง 46 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า (23 คน) และมากกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับสองปีก่อนหน้า (21 คน)

Krafton's first stab at a life sim game is going swimmingly as Inzoi  managed to shift over 1 million copies in its first week | PC Gamer
เกม Inzoi

นอกจากนี้ Krafton ยังได้ร่วมมือกับศูนย์วิจัยนโยบายประชากรแห่งมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล (Seoul National University) เพื่อศึกษาถึงประสิทธิภาพของโครงการดังกล่าว ผลการวิจัยพบความจริงที่น่าสนใจว่า มาตรการช่วยเหลือในรูปแบบเงินสดนั้นไม่ได้เป็นปัจจัยหลักโดยตรงที่ทำให้พนักงานตัดสินใจมีบุตรเพิ่มขึ้น แต่เงินจำนวนนี้ทำหน้าที่สำคัญในการแสดงให้เห็นถึงความจริงใจขององค์กรที่ต้องการจะช่วยแก้ไขปัญหาวิกฤตประชากรอย่างแท้จริง

ในทางกลับกัน ผลการวิจัยชี้ว่ามาตรการช่วยเหลือในรูปแบบ 'สวัสดิการที่ไม่ใช่เงินสด' ต่างหากที่เป็นปัจจัยหลักในการเปลี่ยนมุมมองและทัศนคติของพนักงานต่อการมีบุตร เนื่องจาก Krafton ได้ปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงานเพื่อสร้าง Work-Life Balance อย่างจริงจัง เช่น การอนุญาตให้พ่อแม่สลับไปทำงานจากที่บ้าน (Telework) ได้, การขยายเวลาลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรสูงสุดถึง 2 ปี, การเพิ่มวันลาสำหรับตรวจครรภ์, ระบบจัดหาพนักงานทดแทนแบบอัตโนมัติในระหว่างที่พนักงานลาคลอด เพื่อไม่ให้เกิดภาระงานสะสม รวมถึงการจัดบริการให้คำปรึกษาทางจิตวิทยาสำหรับพ่อแม่มือใหม่ที่เพิ่งกลับมาเริ่มทำงาน ซึ่งสวัสดิการเหล่านี้ช่วยให้พนักงานมีความผูกพันและมีความสุขในการทำงานร่วมกับองค์กรมากยิ่งขึ้น

ที่มา Automaton Media

แชร์เรื่องนี้:
Badeedooboy
Badeedooboy

Content Writer

เรื่องที่เกี่ยวข้อง