เว็บไซต์ GamesRadar+ ได้เผยแพร่ความเคลื่อนไหวในคอมมูนิตี้ ซึ่งล่าสุด Robert Brookes อดีตนักเขียนบทของค่ายได้ออกมาโพสต์ข้อความสรุปกระแสความรู้สึกของแฟนเกมและทีมพัฒนาได้อย่างดุเดือดว่า "สรุปแล้ว คนที่ฆ่าเกม Destiny ตัวจริงเสียงจริงก็คือ Pete Parsons นั่นแหละ"
Robert Brookes คือหนึ่งในพนักงานที่ถูกปลดออกจากบริษัทในการเลิกจ้างระลอกใหญ่เมื่อเดือนกรกฎาคมปี 2024 โดยในอดีตเขาคือฟันเฟืองสำคัญที่ร่วมเขียนบทเนื้อเรื่องรายซีซันมาตั้งแต่ภาค Season of the Hunt ยาวไปจนถึง Season of the Deep รวมถึงเป็นหนึ่งในทีมงานที่ร่วมส่งท้ายส่วนเสริมที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประวัติศาสตร์อย่าง The Final Shape ซึ่งการออกมาขยี้อดีตซีอีโอในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ Parsons ได้ก้าวลงจากตำแหน่งไปเมื่อปีก่อนท่ามกลางวิกฤตศรัทธา แล้วส่งไม้ต่อให้ Justin Truman ขึ้นมาดูแลสตูดิโอแทน
ในอดีต Pete Parsons คือผู้ที่พยายามผลักดันให้ Bungie กลายเป็นสตูดิโอที่ทำเกมหลากหลายแฟรนไชส์และก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในบริษัทบันเทิงที่ดีที่สุดของโลก ทว่าในความเป็นจริง การบริหารงานของเขากลับเต็มไปด้วยความล้มเหลว โครงการบ่มเพาะเกมใหม่ ๆ ขาดทิศทาง และมีการเลิกจ้างพนักงานอย่างโหดร้าย ยิ่งไปกว่านั้น บรรดาผู้บริหารระดับสูงและตัว Parsons เองกลับได้รับเงินชดเชยและผลประโยชน์ก้อนโต (Golden Parachutes) มูลค่าหลายล้านดอลลาร์สหรัฐจากการที่ Sony เข้าซื้อกิจการ ซึ่ง Brookes ได้โพสต์ประชดประชันถึงประเด็นนี้ผ่านแพลตฟอร์ม Bluesky ว่า "ไม่ต้องไปเป็นห่วงพวกเขาหรอก ตอนนี้พวกเขากำลังเสวยสุขอยู่บนกองเงินชดเชยหลายล้านดอลลาร์นู่น"
นอกจากนี้ Parsons ยังเคยถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากการใช้เงินส่วนตัวหลายล้านดอลลาร์ไปกับการกว้านซื้อรถยนต์คลาสสิกโบราณมาสะสม ในช่วงเวลาเดียวกันกับที่พนักงานระดับล่างของบริษัทกำลังถูกสั่งปลด รวมถึงเคยต้องออกแถลงการณ์ขอโทษต่อสังคมในปี 2021 หลังจากมีรายงานข่าวสืบสวนสอบสวนแฉว่า วัฒนธรรมการทำงานภายในของ Bungie เต็มไปด้วยความเป็นพิษและการเหยียดเพศ โดยที่กลุ่มผู้บริหารเลือกที่จะนิ่งเฉย
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางซากปรักหักพังของการปิดฉาก Destiny 2 แฟนเกมบนแพลตฟอร์ม Reddit ต่างพากันออกมาตั้งกระทู้ชื่นชมและปรบมือให้แก่กลุ่มนักพัฒนาตัวจริงที่ลงแรงสร้างเกมนี้ขึ้นมา พร้อมทั้งเริ่มหันไปพูดถึงความหวังใหม่อย่าง Destiny 3 ซึ่งถูกมองว่าเป็นทางรอดเดียวในการล้างไพ่ระบบใหม่ทั้งหมดเพื่อแก้ปัญหาเรื้อรัง แม้ว่าทาง Bungie จะยังปฏิเสธที่จะยืนยันการสร้างโปรเจกต์ภาคต่อนี้อย่างเป็นทางการก็ตาม
ทางด้านคนในวงการเกมอย่าง Thomas Puha ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารของค่าย Remedy Entertainment (ผู้สร้างเกม Alan Wake และ Control) ซึ่งเป็นแฟนตัวยงที่เล่นเกมนี้มาหนากว่า 5,000 ชั่วโมง ได้ออกมาโพสต์แสดงความอาลัยทั้งน้ำตาว่า "มันเจ็บปวดมาก แต่อย่างน้อยการที่เกมเริ่มเงียบลงในปีนี้ก็ทำให้ผมมีเวลาทุ่มเททำงานให้เกม Control Resonant แบบหามรุ่งหามค่ำได้ แต่ผมร้องไห้จริง ๆ ที่รู้ว่าการเดินทางครั้งนี้มันจบลงแล้ว ผมรักเกมนี้แบบไม่มีเกมไหนเทียบได้เลยจริงๆ"
ที่มา GamesRadar+