เว็บไซต์ Dexerto รายงานว่าหลังจากที่กลุ่มผู้เล่นเรียกร้องมาเป็นเวลานานร่วม 6 ปี นับตั้งแต่เกมเปิดให้บริการในปี 2020 ล่าสุด Riot Games ได้ประกาศปรับเปลี่ยนการทำงานของระบบ Anti-Cheat อย่าง Vanguard ของเกม Valorant ให้สามารถเข้าสู่โหมดทำงานตามความต้องการ (On-demand mode) ได้แล้ว ซึ่งจะช่วยลดข้อครหาเรื่องการรุกล้ำความเป็นส่วนตัวจากการที่ระบบต้องเปิดทำงานบนพีซีตลอด 24 ชั่วโมง
แถลงการณ์จากหน้าเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Riot Games เมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา ระบุว่า ระบบ Vanguard รูปแบบใหม่จะยอมปล่อยให้ไดรเวอร์จำศีลอยู่ภายในเครื่อง และจะเริ่มทำงานเฉพาะตอนที่ผู้เล่นทำการกดเปิดเกมเครือ Riot เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ผู้เล่นที่จะสามารถเปิดใช้งานโหมดนี้ได้จำเป็นต้องผ่านเงื่อนไขข้อกำหนดทางด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่เรียกว่า 'Vanguard Pre-Check' ซึ่งประกอบไปด้วยการใช้งานระบบปฏิบัติการ Windows 11 เวอร์ชัน 25H2, การเปิดระบบ Secure Boot, TPM 2.0, IOMMU และระบบความปลอดภัย Virtualization-Based Security โดยทาง Riot เผยว่าในปัจจุบันมีฐานผู้เล่นราว ๆ ร้อยละ 35 ที่ผ่านเกณฑ์ดังกล่าว และตัวเลขนี้กำลังเติบโตขึ้นร้อยละ 1-2 ในทุก ๆ เดือน

เบื้องหลังที่ทำให้ระบบเปิด-ปิดตามความต้องการนี้สามารถเกิดขึ้นได้จริง มาจากการที่ Riot ได้ร่วมมือกับทีมรักษาความปลอดภัยระบบปฏิบัติการ Xbox ของ Microsoft ในการพัฒนาฟังก์ชันใหม่บน Windows ที่เรียกว่า Runtime Driver Attestation ซึ่งฟังก์ชันนี้จะช่วยให้ระบบ Vanguard สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้อย่างแม่นยำว่ามีไดรเวอร์โกงเกมใด ๆ แอบโหลดเข้ามาในเครื่องก่อนที่ตัวเกมจะเปิดใช้งานหรือไม่ แม้ว่าตัว Vanguard จะไม่ได้เปิดสแตนด์บายอยู่เพื่อเฝ้ามองในตอนนั้นก็ตาม ซึ่งช่วยปิดช่องโหว่เดิมที่คนโกงมักจะแอบรันโปรแกรมโกงไว้ก่อนเปิดระบบแอนตี้ชีทได้อย่างเบ็ดเสร็จ
ที่มา Dexerto