เว็บไซต์ TheGamer รายงานว่า แฟนเกมทั่วโลกอาจต้องเตรียมตัวรับมือกับยุคสมัยที่ฮาร์ดแวร์เกมมีราคาสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อ KeplerL2 อินไซเดอร์สายฮาร์ดแวร์ชื่อดัง ได้ออกมาอัปเดตสถานการณ์การผลิตของ PlayStation 6 ว่ามีต้นทุนการผลิตพุ่งสูงขึ้นจากประมาณ 760 ดอลลาร์สหรัฐในรายงานครั้งก่อน เพิ่มขึ้นมาอีกอย่างน้อย 200 ดอลลาร์ ส่งผลให้ต้นทุนรวมในการประกอบเครื่อง ณ ปัจจุบันใกล้เคียงกับตัวเลข 1,000 ดอลลาร์สหรัฐเข้าไปทุกที
ปัจจัยหลักของปัญหาที่เกิดขึ้นยังคงมาจากวิกฤตขาดแคลนชิ้นส่วนทั่วโลก โดยเฉพาะความต้องการหน่วยความจำ (RAM) และสตอเรจ (SSD) ที่สูงลิ่วจากบรรดาศูนย์ข้อมูล AI ต่างๆ ส่งผลให้ราคาอะไหล่เหล่านี้ดีดตัวสูงขึ้นต่อเนื่องและไม่มีทีท่าว่าจะลดลงในเร็ววัน สถานการณ์นี้ถือเป็นโจทย์หินสำหรับ Sony ที่จะต้องเลือกระหว่างการ 'ยอมขาดทุน' เพื่อรักษาช่วงราคาขายให้ผู้เล่นจับต้องได้ หรือจะเลือก 'ผลักภาระต้นทุน' ไปสู่ผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งจะทำให้ราคาจำหน่ายพุ่งสูงขึ้นไปกว่าราคาคอนโซลรุ่นก่อน ๆ อย่างเห็นได้ชัด

นอกจากนี้ KeplerL2 ยังวิเคราะห์ถึงกระแสเรียกร้องให้ Sony เลื่อนการวางจำหน่ายออกไปเพื่อรอให้ราคาชิ้นส่วนถูกลงว่า อาจไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด เพราะการปรับเปลี่ยนโครงสร้างฮาร์ดแวร์ในระยะนี้ทำได้ยากและอาจก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมมหาศาลหากมีการปรับแก้ดีไซน์ใหม่ ดังนั้นเส้นทางที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดคือการยึดตามแผนเดิมแล้วพยายามบริหารจัดการต้นทุนผ่านการสต็อกชิ้นส่วนหรือใช้กลยุทธ์การตลาดเข้ามาช่วยในอนาคต แต่ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร นี่ถือเป็นสัญญาณเตือนว่ายุคถัดไปของเกมคอนโซลอาจเป็นช่วงเวลาที่การเข้าถึงฮาร์ดแวร์ระดับไฮเอนด์ทำได้ยากยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ
ที่มา TheGamer